วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิบากกรรม 2 ล้านล้าน....สู่ยุบสภา?

"ปรับคณะรัฐมนตรี อาจจะน้อยไป เมื่อมองกับสถานการณ์ข้างหน้า สถานการณ์เดือน พ.ย. ที่ถนนทุกสายกดดันรัฐบาล

ให้ต้องตัดสินใจยุบสภา และปมใหญ่ที่จะทำให้ตัดสินใจล้างไพ่ทางการเมือง สู่สนามเลือกตั้ง คือร่างพรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท"

ร่างพระราชบัญญัติการให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ...แน่นอนกระทรวงการคลังมีอำนาจในการกู้อยู่แล้ว แต่!การนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้จะทำได้หรือไม่? คือ"ปม."ที่จะศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย และไม่ว่าจะออกมาทิศทางใด"มีแนวโน้มนำไปสู่ความวุ่นวาย"และเสี่ยงต่อการยุบสภาทั้งสิ้น

ยุบสภาเลือกตั้ง...เกมแบบเก่าที่รัฐบาลเพื่อไทยมั่นใจว่า ชนะเลือกตั้งและประเมินแล้วว่าน่าจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเดิม ในสภาวะที่ฝ่ายค้าน"ยังตั้งลำ"ตัวเองไม่ได้และยังเจอแรงป่วนปฏิรูปพรรค

ส่วน"ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด นำไปสู่การย้ายพรรคหรือไม่?..ไม่นานก็น่าจะรู้"!

ผลการเลือกตั้งส.ส.ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทย 265 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 61 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 204 คน พรรคประชาธิปัตย์ 159 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 44 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 115 คน พรรคภูมิใจไทย 34 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 29 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 19 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 4 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 15 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 2 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 5 คน พรรคพลังชล 7 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 6 คน พรรครักประเทศไทย ได้รับเลือกตั้งส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคมาตุภูมิ 2 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คน พรรครักษ์สันติ พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้รับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน

ทำไม ร่างพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จึงเป็นปัญหาใหญ่กับรัฐบาล?

ถึงตอนนี้ฝ่ายค้านและ ส.ว.บางกลุ่ม รอเพียงขั้นตอนสภาเสร็จสิ้น เพื่อที่จะยื่นต่อศาลศาลรัฐธรรมนูญว่าร่างพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 "เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 8 ว่าด้วยการเงิน การคลัง และงบประมาณ ในมาตรา 169 บัญญัติไว้ว่า "การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง..."

โดยก่อนหน้านี้ คณะปฏิรูปกฎหมายหรือ คปก.ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า"เป็นการกู้ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงการคลังอันเป็นหน่วยงานของรัฐ เงินกู้จึงเป็นเงินแผ่นดิน ซึ่งในการจ่ายเงินแผ่นดินนั้น จะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การตราเป็นพระราชบัญญัตินอกเหนือจากวิธีการตามที่กำหนดไว้ จึงอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ"

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า"ขัดรัฐธรรมนูญ"...เป็นอันว่าจบ

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า"ไม่เป็นเงินแผ่นดิน และไม่ขัดรัฐธรรมนูญ"...สุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาวุ่นวายทางกฎหมายตามมาอีกมากเช่นกัน

อย่างไร?

ล่าสุดมีนักกฎหมายเขียนบทความตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจไม่น้อย (http://bit.ly/1ahmbVI) กรณีที่วินิจฉัยว่าไม่เข้าข่ายเป็น"เงินของแผ่นดิน" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 แต่จะขัดมาตรา 252 ได้อีก!!

เพราะเมื่อรัฐบาลเลือกที่จะกู้เงินมาใช้จ่ายนอกงบประมาณ โดยให้ "สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ"มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินกู้ จึงมีผลเท่ากับกฎหมายกู้เงินตัดบทบาทหน้าที่ของ "สำนักงบประมาณ" ....นอกจากนั้น เมื่อดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในหมวด 11 ส่วนที่ 1 องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ 4 "คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน" มาตรา 252 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การและตรวจเงินแผ่นดินให้กระทำได้โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นอิสระและเป็นกลาง" ฉะนั้นถ้าเงินที่ได้รับจากกฎหมายกู้เงินฉบับดังกล่าว "ไม่เป็นเงินแผ่นดิน" ก็มีผลให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีอำนาจตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

ขัดมาตรา 252 !!!

ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร..."เสี่ยงที่จะจบ"ทั้งสิ้น

แผนการโรดโชว์โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ในต่างจังหวัดของรัฐบาล สะท้อน..ได้อย่างดีว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และนโยบายหลักที่จะชูย่อมจะเป็น"การลงทุน 2 ล้านล้านบาท"ที่กำลังลุยหาเสียงอยู่วันนี้

พรรคประชาธิปัตย์..ย่อมทราบดี จึงงัดแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาทฉบับปชป. ที่เน้นการลงทุนด้านสาธารณสุข การศึกษา เข้ามาเป็น"จุดแตกต่าง" และในการประชุมพรรคเมื่อ 8 ต.ค. 2556 "ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต "โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการประชุมส.ส.พรรค ตอนหนึ่งว่า... ให้เตรียมความพร้อม เพราะการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้พรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธว่ายังไม่มีการยุบสภา แต่คนที่กดปุ่มยุบสภาได้คือคนที่อยู่แดนไกล”

นอกจากนั้นในปลายเดือน ต.ค. ถึง พ.ย. ยังมีตัวแปรเรื่องม็อบสวนยาง ที่จะเข้ามาขย่มรัฐบาลอีกรอบ ....ผลการตัดสินของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหาร ก็จะเกิดขึ้นช่วงนี้ และผลคำตัดสินสุ่มเสี่ยงที่จะอ่อนไหวยิ่ง..รวมถึงยังมีปัญหาต่อเนื่อง"สินค้าแพง"ให้รัฐบาลเจอทางตันอยู่วันนี้

ทางออกจากหลายกับดักทั้งปวงคือ"เล่นเกมใหม่...ที่คนไกลถนัด"