อ่านไม่ผิดหรอกครับ "วีดิโอ" แต่ไม่ใช่เทปวีดิโอแบบที่เคยพบเห็นแบบในอดีตแล้วตายไปเพราะถูกแทนที่ด้วยสื่อดิจิทัลอย่างแผ่นดีวีดี แผ่นบลูเรย์
หรือการดาวน์โหลด แต่เป็นนิยามใหม่ในการวางแผนภาพยนตร์โฆษณาที่แต่เดิมมุ่งเน้นในการหาเรทติ้งรวม (Gross Rating Point - GRP) ที่มีน้ำหนักหรือ optimum weight ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนั้นๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาจากฟรีทีวีได้แก่ ช่อง 3, 5, 7, 9
แต่ปัจจุบันด้วยพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอ้างอิงจากงาน วิจัยเวฟ 6 ของยูเอ็ม ที่เน้นศึกษาพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียต่อสัปดาห์พบว่าค่าเฉลี่ยในการรับชมโทรทัศน์และการใช้สื่อโซเชียลมีเดียใกล้เคียงกันที่ 10-11 ชั่วโมง/สัปดาห์ ทำให้ต้องมานั่งวิเคราะห์วิธีการลงสื่อ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกันใหม่
สาเหตุที่ "สื่อโซเชียลมีเดีย" เติบโตมีผลมาจากความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่แรงขึ้น จากสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ 3Gและ4G อีกทั้งเทคโนโลยีของเครื่องรับสัญญาณประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แทบเล็ต, สมาร์ทโฟน, ไอแพด ที่พัฒนามากขึ้น อีกทั้งการจราจรที่ติดขัดต่างก็มีผลทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถกลับไปเสพสื่อหลักโทรทัศน์ได้ทันเวลา จึงต้องมองหาสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ มารองรับ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จำนวนคนที่ดูบน "จอโทรทัศน์"จริงๆ ค่อนข้างนิ่งหรือลดลง แต่ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ก็ยังติดตามรับชมเนื้อหารายการจากทั้งโทรทัศน์และเคเบิลทีวีอยู่เหมือนเดิม เพียงเปลี่ยนไปชมในแพลตฟอร์มอื่นๆ หรือสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น
จากเหตุผลดังกล่าว นักการตลาดและนักวางแผนสื่อ คงไม่สามารถวางแผนสื่อโฆษณาหลัก โดยยึดจาก GRP ของโทรทัศน์เท่านั้นได้อีกแล้ว
แต่มีวิธีการที่น่าสนใจกว่าคือการคำนวณรวม GRP จากทุกสื่อที่ปรับไปตามวิถีไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เพื่อทำให้โฆษณาที่เดิมเคยออนแอร์ทางโทรทัศน์เท่านั้น สามารถกระจายไปออกได้หลากหลายช่องทางมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วีดิโอแบนเนอร์ในอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย จอแอลอีดีในรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ในห้างสรรพสินค้า และที่สำคัญบนจอโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน
นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่าการวางแผนสื่อวีดิโอ (VDO Planning)
หลังจากวางแผนสื่อวีดิโอไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการประเมินผลงานการเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งเครื่องมือในการวัดผลเพื่อนำเรทติ้งทั้งหมดมาประมวลให้นักการตลาดเข้าใจเพิ่มเติม "ยูเอ็ม"ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า C.A.T หรือ Channel Allocation Tool ที่มีวิธีการทำงานในการประมวลผลคำนวณ multimedia reach หรือ การเข้าถึงจากทุกสื่อโฆษณา ที่จะช่วยทำให้ได้ GRP ของภาพยนตร์โฆษณา หรือวีดิโอที่เราแพร่ภาพไปในหลากหลายสื่อ และทำให้เข้าใจประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลได้อย่างคุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์การสื่อสารการตลาด
นอกจากการวางแผนสื่อเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคแล้ว การปรับรูปแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละสื่อ รวมถึงให้มีการเชื่อมและร้อยเรียงกันได้แล้ว ยิ่งจะทำให้ VDO GRPPlanning นี้มีประสิทธิผลมากขึ้น
งานนี้หากมีเดียเอเยนซี่วางแผนสื่อวีดิโอได้ดี นอกจากจะสามารถกระจายการใช้สื่อได้หลายช่องทางแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนที่แพงขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้สื่อหลักอีกด้วย






