ทุกๆ วันที่ 3 ตุลาคม ถือเป็นวันสถาปนา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
ซึ่งปีนี้มีอายุครบรอบ 11 ปีเต็ม
หากนับแต่การสถาปนากระทรวงแห่งนี้ขึ้นมาในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยคาดหวังจะให้เป็นกระทรวงที่ทำหน้าที่ในวางนโยบายในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูด้านทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยการบรรจุเอากรมต่างๆ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในตอนนั้นรวมทั้งกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาจัดทัพใหม่
แต่ดูเหมือนว่ากว่าทศวรรษที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของทส. ในมุมของการรักษาทรัพยากร โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ ยังคงมีอัตราการบุกรุกสูงเฉลี่ยถึง 60,000 ไร่ แม้ในช่วง 1-2 ปีมานี้อัตราการบุกรุกจะลดเป็น 15,000 ไร่ทั้งที่มีทั้งกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขึ้นมาแต่ปัจจุบันผืนป่าไทยยังคงมีเพียง 33% หรือราว 103 ล้านไร่ มีแต่แนวโน้มถูกทำลายมากกว่าเพิ่ม
ขณะที่สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ทั้งช้างที่ถูกฆ่าตายไปแล้วถึง 5 ตัวในปีนี้ในป่าแก่งกระจาน และป่าเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ต่างกับชะตากรรมของเสือโคร่งในป่าห้วยขาแข้ง ตัวลิ่น และนกอีกนับพันชีวิตที่ถูกล่า
ทั้งหมด นี้ในทางปฏิบัติ "ผู้เขียน"ยอมรับถึงการทำหน้าที่อย่างหนักของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในระดับล่าง ที่ต้องแลกด้วยชีวิต
แต่หลายคำถามยังพุ่งเป้าถึงผู้บริหารองค์กรแห่งนี้ ตั้งแต่ระดับ "รัฐมนตรี" และอธิบดีกรมต่างๆ ที่ถูกส่งมาทำหน้าที่ ยังคงใช้ "การเมืองนำ" ทำให้ทส.ที่กำลังย่างก้าวเข้าขวบปีที่ 12 จึงเป็นแค่ทางผ่านในการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ที่ถูกซุกไว้ใต้พรม และขั้วอำนาจที่แข่งกันลุกนั่งบนเก้าอี้อย่างสนุกสนาน
ถึงกับเคยมีคำพูดเล็ดลอดจากบิ๊กกรมใหญ่ท่านหนึ่งว่า "หากถูกย้ายตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะผมได้เป็นอธิบดีที่นี่แล้ว"
ถ้อยคำนี้สะท้อนได้ดีถึงความต้องการมีอำนาจจาก"หัวโขน" แต่ไร้ซึ่งความสำนึกในการทำหน้าที่รักษาป่า ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของเขา
" การแต่งตั้งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำ ผู้ตรวจราชการ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรอบนี้ถือว่าล่าช้ามาก เพราะมีการวิ่งเต้นผ่านผู้ใหญ่ทางการเมืองระดับสูง จนยังไม่ลงตัวในหลายเก้าอี้ที่จะถูกสลับในคราวนี้"
ผู้อาวุโสคนหนึ่ง กระซิบบอก พร้อมย้ำให้จับตาว่าใครจะเป็น "ม้ามืด" ควบเก้าอี้ที่ว่างลงบ้างใน 1-2 สัปดาห์นี้หลังเป็นกระทรวงเดียวที่การตั้งผู้บริหารระดับ 10 ล่าช้ามาถึง 2 สัปดาห์
ก่อนหน้านี้ ทส.เคยถูกปรามาสจากเอ็นจีโอ ว่าเป็นแค่"เสือกระดาษ"ที่ไร้เขี้ยวเล็บ และไร้ทิศทาง เพราะถูกครอบงำจากการเมือง จนทำให้ข้าราชการจำนวนหนึ่งวิ่งเข้าสู่สนามแข่งเดิมพันเก้าอี้ด้วยเม็ดเงินจนไม่สนใจปกป้องรักษาป่าพัฒนาองค์กร ยังคงเป็นจริง
"ผู้เขียน" หวังว่าในโอกาสของการก้าวสู่ปีที่ 12 ภายใต้การทำงานของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีทส.คนที่ 8 จึงเป็นความท้าทายของทั้งนักการเมือง และข้าราชการทส.น้ำดี ว่าจะยอมให้ทส.ถูกแสวงประโยชน์เพื่อคนบางกลุ่มแบบเก่า หรือจะปฏิวัติองค์กรเพื่อรักษาประโยชน์เพื่อคนส่วนรวม...









