วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาชนได้อะไรจาก 2,525,000 ล้านบาท?

ทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกว่า ได้อะไรจากงบใหม่’57 ที่เป็นวงเงินสูงถึง 2,525,000 ล้านบาท

เพราะที่ผ่านๆมาเหมือนกับว่า รัฐบาลบริหารไป ประชาชนก็ประกอบอาชีพเพื่อปากท้องกันไป ขาดจุดร่วมเท่าที่ควร

จะงบเก่า-ใหม่ ไม่มีความหมาย ไม่โฟกัสว่า ขึ้นปีงบประมาณใหม่แล้ว รัฐจะสร้างงานนโยบายโครงการพัฒนาใหม่ๆ เป็นความหวังใหม่อย่างไร ทั้งที่งบใหม่นำมาใช้ เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความหมายสำหรับภาคประชาชนสังคม มิเพียงภาครัฐ ข้าราชการเท่านั้น

จะดีหรือไม่ ประการใด หากจะส่งเสริมกระตุ้นประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายของการพัฒนา ให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมในงบประมาณ (บ้าง)

มีส่วนร่วมในงบ = มีส่วนร่วมในงาน ; ขับเคลื่อนงบ = ขับเคลื่อนงาน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ใช้เงินทำงานเพื่อประชาชน นั่นเอง (แม้งบ’57 อาจสะดุดล่าช้าไปบ้าง ณ เวลานี้ ทำให้ 1 ตค.ยังใช้จ่ายไม่ได้ก็ตาม ถือเป็นปัญหาขัดข้องทางเทคนิค เชื่อว่าที่สุดแล้วปัญหาก็จะผ่านไปได้)

สร้างบรรยากาศระหว่างประชาชนกับงบประมาณดีมั๊ย ?

ทำอย่างไรให้เขาเกิดความรู้สึกที่ดี ตื่นตัว ใส่ใจ สนใจรับรู้ และมีส่วนร่วมในการบริหารงานภาครัฐ หากทำได้ น่าจะส่งผลให้การขับเคลื่อนงบ และงานง่ายขึ้น เพราะสัมพันธ์ ผูกพัน กระทั่งรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว

รัฐบาลคงจะต้องสร้างการเข้าถึง และโอกาสให้ประชาชน โดยใช้วิธีการสื่อสาร 2 ทางกับประชาชนเยอะๆ นำเสนอให้เห็นว่า ประชาชนสังคมได้อะไรจากงบก้อนนี้ เช่น ได้ถนนใหม่เข้าหมู่บ้าน ได้ไฟฟ้า ประปา เข้าถึงหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น

แค่นี้ก็สร้างสุข สลายทุกข์ ส่วนจะอภิมหาโปรเจครถไฟความเร็วสูง 2 ล้านล้าน บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านอย่างไร ก็จัดไป “แปลงงบเป็นงาน” จึงเป็นโอกาสทางการบริหาร และการประชาสัมพันธ์ ขึ้นชื่อว่างบประมาณของรัฐย่อมต้องใช้ขับเคลื่อนพัฒนากระจายทุกพื้นที่ตารางนิ้ว ทั่วไทยทั่วถึง ส่วนขนาดโครงการพัฒนาใหญ่-เล็ก ใช้เงินทำงาน สร้างผลงานอย่างไร อยู่ที่รัฐบาล

จะเห็นผลได้ ต้องเห็นแผนก่อน

วันนี้รัฐบาล กระทรวง กรม จังหวัด ควรเร่งหยิบจับนำแผนที่วางไว้มาสื่อสารประชาสัมพันธ์ก่อนดีมั๊ย ว่า มีแผนทำอะไรบ้าง อย่างไร มีโครงการอะไรบ้าง ไล่เรียงไป หวังเห็นผลใด ตอบสนองนโยบายและเป้าหมายอย่างไร ประชาชนจะได้อะไรจากงบที่ใส่เข้าไปในแต่ละโครงการนั้นๆ เป็นรูปธรรม สัมผัสจับต้องได้ สร้างพลังการมีส่วนร่วมตั้งแต่ยังเป็นแผน สร้างความรู้สึกผูกพัน งาน งบมิใช่เรื่องไกลตัว

อยู่ที่โฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง โฆษกกรม ประชาสัมพันธ์จังหวัด จะมีกลวิธี หรือเหลี่ยมมุมพีอาร์อย่างไร

จากแผนสู่ผล อันหมายถึง ลงมือทำจริงได้ผลอย่างไร ตั้งแต่เริ่มโครงการ-ระหว่างโครงการ-สิ้นสุดโครงการ นำผลมาสื่อสารประชาสัมพันธ์ ย้ำผลประชาชนได้อะไรจาก 2,525,000 ล้านบาท

มิเพียงนั้น เหลี่ยมมุมพีอาร์ ยังสามารถหยิบจับขยับคว้าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการใดโครงการหนึ่งและได้รับผลประโยชน์จากโครงการอย่างไร นำมาเป็นประเด็นประชาสัมพันธ์ ชวนสื่อมวลชนออกพื้นที่ไปสัมภาษณ์ความคิดเห็นชาวบ้านได้ถนนใหม่ 50 กิโลเมตรเข้าตำบลหมู่บ้าน เรียบเปี๊ยบ เป็นคอนกรีตยางมะตอย รู้สึกอย่างไร

ด้วยงบใหม่’57 ทำให้เลิกเป็นหลุมเป็นบ่อ ยามหน้าแล้งฝุ่นฟุ้งกระจาย ยามหน้าฝนมอไซค์ไถลลื่น ลูกเล็กเด็กแดงหัวเข่าถลอกปอกเปิกไปโรงเรียน

เป็นการขับเคลื่อนงบ ขับเคลื่อนงานที่เป็นรูปธรรม เมื่อสัมผัสจับต้องได้ ก็รู้ใจ ใกล้ชิด ใกล้ตัว น่าจะสร้างความรู้สึกผูกพันกับงบประมาณ และงานนโยบายโครงการพัฒนาของรัฐไม่น้อย อยู่ที่ตอกย้ำพีอาร์อย่างไร เพิ่มความถี่พีอาร์ได้เท่าใด สัมผัสจับต้องได้เท่านั้น

เพิ่มรูปธรรมได้เท่าใด ลดนามธรรมได้เท่านั้น

และด้วยเหลี่ยมมุมพีอาร์อีกเช่นกัน สามารถนำตัวเลขงบประมาณ 2,525,000 ล้านบาทมาประชาสัมพันธ์ก็ได้ แต่ละเดือน แต่ละไตรมาส เบิกจ่ายเท่าใด ย้ำภาพเม็ดเงินตกไปถึงประชาชน เบิกจ่ายเท่าใด งานคืบหน้าเท่านั้น ชิงบอกกล่าวให้ทราบ และเตรียมรอใช้ผลของงานโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จทุกขณะ

จาก 1 ตุลาคม 56 สิ้นสุด 30 กันยายน 57 มีระยะเวลา 365 วันขับเคลื่อนอย่างไรให้ได้ “งานครบ งบหมด” พอดิบพอดี อยู่ที่ผู้นำ นำอย่างไร

เป็นห่วง 2 อย่าง 1) ห่วงผลงานจะไม่ได้ตามแผน ต้องเร่งผลักดันงานโครงการอย่างเต็มกำลังความสามารถ มีปัญหาอุปสรรคอะไร ก็หาทางออกแก้ไขกันไป ดั่งขับรถทางไกล ฉันใดก็ฉันนั้น ย่อมต้องเจอหลุมเจอบ่อ มอไซค์ตัดหน้า ฝนตกน้ำท่วม ดินสไลด์ต้นไม้ขวาง ก็ต้องหาทางเบี่ยงเลี่ยงเมืองกันไป เพื่อไปสู่จุดหมายให้ได้ 2) ห่วงงบเหลือ ต้องเบิกจ่ายให้ทันเวลา เร่งรัดการใช้งบที่ได้รับจัดสรร ยิ่งใช้งบหมดไปเท่าใด ยิ่งได้ผลงานออกมาเท่านั้น ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากผลงานโครงการนั้นๆ

อย่าลืมว่า วันเวลาผ่านไปเร็ว เดี๋ยวสัปดาห์ เดี๋ยวเดือน 3 เดือน 6 เดือน เดี๋ยวหมดปี ทำเป็นเล่นไป เผลอๆ จะใช้งบไม่ทัน ต้องทำงานแข่งเวลา วางแผนงานไว้อย่างไรทำไปตามนั้น เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้าง ซื้อเร็ว ก็ได้ของมาใช้งานเร็ว

ใช้งานเร็วเท่าใด เป็นประโยชน์เร็วเท่านั้น ยกเว้นงานโครงการใดที่ต้องรอ เพื่อให้ถึงกำหนดเวลานั้นเสียก่อน ถึงจะเริ่มลงมือได้ อันนั้นก็ต้องรอ อยู่ที่เหตุผลความจำเป็นของแต่ละโครงการ

แต่ก็ต้องระวังอีกเหมือนกัน บางทีขัดข้องทางเทคนิครอจนลืม ซึ่งเป็นไปได้ ด้วยความที่ผู้นำมีงานหลายหน้า ยุ่งเรื่องนั้น แก้ปัญหาเรื่องนี้ รู้อีกที (อาจ) สายเกินไป หรือไม่ก็เหลือเวลากระชั้น ซึ่งจะผลกระทบเสียหายต่อนโยบาย และผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทางที่ดีใช้การบริหารจัดการที่ดี กำกับดูแล ควบคุมงาน ติดตามตรวจสอบ ไล่เช็ค ไล่เรียงรายโครงการ ให้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นผลตามแผน

ทราบว่า งบปี’56 งานโครงการตกค้าง งบเหลือแสนกว่าล้าน ใช้ไม่ทัน มิเพียงสะท้อนฝีมือผู้นำภาครัฐ ส่วนราชการต่างๆ ยังทำให้ประชาชนเสียโอกาส แทนที่ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ประโยชน์จากงานโครงการ ก็ไม่ได้ ค่าเสียโอกาสตรงนี้จะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ช่วยตอบที

มิใช่แค่ขอกันงบไว้เบิกเหลื่อมปี บริหารง่ายไปมั๊ย เพราะทำให้เขาต้องรองบปี’57 หรือไม่ก็ปี’58 หรือ 59 เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงได้มีข่าวชาวบ้านชนบทประชดรัฐปลูกข้าวทำนาบนถนนซะเลย รอมา 5 ปีแล้ว หรืออย่างไร

ต้องมีสักวันที่เขาทนไม่ไหว รั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ รวมตัวบุกร้องเรียน ประท้วงทวงถามองค์กรหน่วยงานรัฐ ทำไมถึงไม่ทำงานโครงการให้แล้วเสร็จทันกำหนดเวลา ปล่อยงบเหลือ ติดขัดตรงไหน มีเหตุผลอะไร ถึงตอนนั้นจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร

กล่าวโดยสรุปการใช้กลไกการประชาสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างบรรยากาศระหว่างประชาชนกับงบประมาณ ดังนี้

ประการแรก ใช้พีอาร์เพื่อรุกงาน นำโครงการต่างๆ มาเข้ากระบวนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสังคมรับรู้ รับทราบ โครงการอะไร มีขั้นตอนดำเนินงาน วัตถุประสงค์ เป้าหมายอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าใด ขอความร่วมมือจากประชาชนเข้าร่วมโครงการอย่างไร จะส่งผลดีต่อประชาชนสังคมอย่างไรด้วยการเข้าถึง เข้าใจ ใส่ใจ สนใจ ตื่นตัว รับรู้ สัมพันธ์ และรู้สึกผูกพัน

โดยเฉพาะองค์กรหน่วยงานที่ไม่ค่อยได้สนใจการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร โครงการใดยังไม่ได้พีอาร์ โครงการนั้นยังไม่ได้ทำ ถือเป็นการติดตามตรวจสอบ ไล่เช็ค ไล่เรียงรายโครงการให้นำไปสู่การปฏิบัติ มิเพียงนั้น ยังป้องกันปัญหาอ่อนการประชาสัมพันธ์อีกด้วย

ประการที่ 2 ใช้พีอาร์เพื่อรุกเงิน 2,525,000 ล้านบาท ทุกๆ เดือน ทุกๆ ไตรมาส ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสังคมรับรู้ รับทราบ เบิกจ่ายงบไปใช้จำนวนเท่าใด เหลือเท่าใด คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด เบิกจ่ายเท่าใด งานคืบหน้าเท่านั้น งบมันฟ้องถ้าเหลือค้าง แปลว่า มีบางโครงการยังไม่ได้ทำ หรือทำแล้วไม่คืบหน้า จะได้เร่งรัดดำเนินงาน

รัฐบาลอาจกำหนดเป็นเชิงนโยบายให้ทุกองค์กรหน่วยงาน กระทรวง กรม จังหวัด ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ผลงานและผลเงิน เป็นไฟลต์บังคับ ไม่ให้พีอาร์เป็นเรื่องสมัครใจ ใครจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เพราะส่งผลเสียไม่สามารถรุกงาน รุกเงินได้เท่าที่ควร

ขณะที่ส่งผลดีถึงการบริหารงานรัฐบาลก้าวสู่ปีที่ 3 ให้มีความแข็งแกร่ง ขับเคลื่อนงบ ขับเคลื่อนงานด้วยการประชาสัมพันธ์ ได้ทั้งผลงานและการรับรู้

เหนืออื่นใด ส่งผลดีต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า.!