วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาวะการศึกษาไทยวันนี้ : อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น

ข่าวร้ายเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาของไทย ยังประดังมาไม่ขาดสาย และหากไม่มีการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

ปัญหาสังคมไทยจะเสื่อมทรุดต่อเนื่อง

ผมยืนยันเสมอมาว่าที่ประเทศไทยเรา ติดหล่มอยู่กับความขัดแย้งยาวนานนั้น เป็นเพราะว่ามาตรฐานการศึกษาของเราต่ำ

ระดับประถมอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นจำนวนมาก ระดับมัธยม สอนให้ท่องจำ และเรียนหนังสือเพื่อให้สอบผ่านเท่านั้น ระดับมหาวิทยาลัย ไม่สอนให้คิดวิเคราะห์ จึงเชื่อตามข้อมูลที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งป้อนให้ นานๆ เข้าก็เลือกที่จะเชื่อเฉพาะสิ่งที่ตัวเองเห็นพ้องด้วยเท่านั้น ไม่สามารถจะรับฟังความเห็นที่แตกต่างไปจากตนเองได้

และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถจะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ แม้ว่าเราจะผลิตคนจบมหาวิทยาลัยปีละมากๆ รวมถึงปริญญาโทและปริญญาเอก ในสาขาวิชาชีพต่างๆ อีกไม่น้อย อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีการตรวจประเมินคุณภาพของมหาวิทยาลัยกันอย่างถี่ยิบ แต่มาตรฐานแห่งความคิดความอ่าน หรือ “ผลผลิต” ของระบบการศึกษาของเราก็ยังไม่สามารถทำให้ “คุณภาพ” ของสังคมโดยส่วนรวมกระเตื้องขึ้น

อธิบายได้ด้วยเหตุผลหลักประการเดียว นั่นคือ ระบบการศึกษาไร้คุณภาพของเราทำให้วิธีคิดและปฏิบัติของสมาชิกในสังคมไม่อาจจะขับเคลื่อนให้ประเทศชาติก้าวไปสู่จุดที่พ้นจากภาวะน่ากังวลอย่างที่เห็นอยู่ได้

ตัวอย่างง่ายๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ ค่านิยมของคนไทยต่อพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงของนักการเมืองและข้าราชการประจำนั้น ยิ่งนับวันก็ยิ่งจะย่ำแย่ลง แม้กับคนที่จบมหาวิทยาลัย ซึ่งนัยว่าจะต้องบ่มเพาะการทำความดีและสร้างสังคมแห่งความชอบธรรม

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว กระแส "ทุนนิยมสามานย์" และความเห็นแก่ตัวกลับจะพอกพูนหนักขึ้น ระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ไม่สามารถจะทำให้คนที่จบหลักสูตรการเรียนการสอนมีความสำนึกในความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานแห่งศีลธรรมและจริยธรรม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสูงกว่านี้ น่าชื่นชมกว่านี้

รัฐมนตรีศึกษาธิการ จาตุรนต์ ฉายแสง บอกว่า ข้อมูลทางการพบว่าในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนที่อ่านได้ แต่ไม่เข้าใจประมาณ 14,600 คน หรือร้อยละ 3.2 อ่านได้ เข้าใจบ้าง ควรปรับปรุงประมาณ 62,000 คน หรือร้อยละ 14 และเมื่อรวมกับนักเรียนที่อ่านไม่ได้ และกลุ่มที่อ่านได้ แต่อยู่ในระดับควรปรับปรุงจะมีจำนวนมากถึง 127,300 คน

ส่วนระดับชั้น ป. 6 ที่นักเรียนอ่านได้ แต่ไม่เข้าใจประมาณ 7,080 คน หรือร้อยละ 1.59 อ่านได้ เข้าใจบ้าง ควรปรับปรุงประมาณ 51,580 คน หรือร้อยละ 11.6

และเมื่อรวมกลุ่มที่อ่านไม่ได้กับกลุ่มที่อ่านได้ แต่อยู่ในระดับปรับปรุง รวมจำนวน 73,290 คน

คุณจาตุรนต์ บอกว่า เมื่อรวมทั้งหมดที่เป็นปัญหาแล้ว ก็ตกประมาณ 200,590 คน ซึ่งรัฐมนตรีศึกษาฯ บอกว่า ไม่อยากให้กลัวว่าเป็นตัวเลขที่สูงแล้วกลายเป็นความผิดพลาดบกพร่อง แต่อยากให้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารและครู ควร “กล้าเผชิญความจริง” และจะทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนเด็กเหล่านี้ได้ เช่น การหาเวลาสอนเพิ่มเพื่อปรับปรุง และจำเป็นต้องเรียนเข้มข้นมากขึ้น

ประเด็นปัญหาจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่เป็นอย่างเดียว แต่นักเรียนที่อ่านออกเขียนได้พอสมควร และผ่านการสอบได้เป็นขั้นๆ ก็ยังมีปัญหาว่า “คิดไม่เป็น”

นี่จึงเป็นที่มาของปัญหาทั้งหลายทั้งปวง ที่เราเผชิญอยู่ในสังคมไทย...วันนี้