วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกแรกสงครามดิจิทัลทีวี(3)ทุนใหญ่เทเลคอม"ข้ามแดน"

ในบรรดา 33 บริษัท 24 กลุ่มธุรกิจมี 4 กลุ่มธุรกิจที่มาจากสายโทรคมนาคม เข้ามาซื้อซองประมูลช่องดิจิทัลทีวี รวมกัน 10 ซอง

น่าจะเป็นสัญญาณการข้าม"พรมแดน"ของทุนขนาดใหญ่ฝั่งโทรคมนาคมเข้าสู่ปริมณฑลฝั่งบรอดแคสติ้งที่มี"ขนาดทุน"เล็กกว่ามากๆ

แม้รายใหญ่ที่สุดในวงการโทรทัศน์อย่างช่อง 3 หรือช่อง 7 เทียบแต่ละรายมีรายได้ปีละประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทหรือรวมกันประมาณครึ่งหนึ่ง ของงบโฆษณาโทรทัศน์ทั้งหมดประมาณ 60,000 ล้านบาท ยังแค่เศษเสี้ยวของรายได้ธุรกิจโทรคมนาคมรวมกันที่น่าจะไปถึงหลักใกล้ๆ"สามแสนล้านบาท"

การย่างกรายเข้ามาของยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม ย่อมจะสร้างผลสะเทือนในระยะยาวจากผู้เล่นรายใหญ่ 2 รายกับรายย่อยๆอีกหลายสิบราย หลังประมูลดิจิทัลทีวีเสร็จสิ้นในราวเดือนม.ค.ปีหน้าน่าจะทำให้"ผู้เล่นรายใหม่"ที่เป็นยักษ์ใหญ่ในฝั่งโทรคมนาคมที่มีทุนมากกว่าเข้ามามีบทบาทเด่นชัดขึ้น

กลุ่มทรูเป็นบริษัทเทเลคอมอันดับ 3 ที่เข้ามาอยู่ในฝั่งบรอดแคสติ้งมานานแล้ว ยังไม่ตัดสินใจแน่ชัดว่าจะยื่นซองประมูลดิจิทัลทีวีกี่ช่องเพราะซื้อซองไป 4 ซองคือช่องความคมชัดสูง( HD ), ช่องวาไรตี้ SDและช่องเด็กในนามบริษัท ทรู ดีทีวี จำกัดและซื้อซองช่องข่าวในนามบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค(ทีเอ็นเอ็น)จำกัด แต่กฎของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)ไม่ให้แต่ละรายประมูลเกินกว่า 3 ช่องและยังห้ามประมูลพร้อมกันระหว่างช่อง HD กับช่องข่าว

ทางเลือกของกลุ่มทรูที่มีความเป็นไปได้ที่สุดคือเลือกเข้าประมูล 3 ช่อง เรียงลำดับความต้องการสูงสุดเริ่มจากช่อง HD,ช่องวาไรตี้ SD และช่องเด็ก เพราะคอนเทนท์ของทรูวิชั่นส์มีเพียบพร้อมสำหรับป้อนช่อง HD มากกว่าผู้เข้าประมูลรายใด

แม้กระทั่ง"ผู้เล่นเก่า"อย่างช่อง 3 กับช่อง 7 ก็มีตุนไว้เฉพาะคอนเทนท์ผลิตในประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่ทรูมีคอนเทนท์ชั้นดีจากต่างประเทศคุณภาพระดับ HD ที่ออกอากาศอยู่แล้วในทรูวิชั่นส์ประมาณ 50 ช่องสามารถจะเจรจาเพิ่มเติมในการออกอากาศผ่านแพลทฟอร์มดิจิทัลทีวีภาคพื้นดินได้ไม่ยาก และยังเริ่มโหมโรงผลิตละครเรื่องแรกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจากศิลปินนักร้อง-นักแสดงจากโครงการ AF ที่มีมากกว่า 100 คนจาก 10 รุ่นแล้ว

ความพร้อมทุกด้านของทรูในการชักธงรบช่อง HD มีอยู่สูงสุดและหากชนะการประมูลน่าจะสามารถลงสนามเปิดช่องได้ทันทีโดยใช้ฐานคนดูช่องทรู 10 ที่กำลังปลุกปั้นให้เป็นช่องวาไรตี้แบบแมส น่าจะสร้างความหนักใจให้กับ"ยักษ์ใหญ่ผู้เล่นเก่า"อย่างช่อง 3 และช่อง 7 ค่อนข้างมาก เพราะทรูยังมีแพลทฟอร์มทรูวิชั่นส์ช่วยเสริมอีกแรงที่เป็นฐานคนดูที่มีกำลังซื้อสูงสุด

สำหรับช่องวาไรตี้ที่เป็นความต้องการลำดับต่อมาหากประมูลได้ กลุ่มทรูน่าจะใช้สำหรับการอัพเกรดสถานีข่าว TNN 24 ขึ้นมา ด้วยการเพิ่มเนื้อหาในเชิงวาไรตี้เข้ามา เพราะช่องประเภทวาไรตี้มีความยืดหยุ่นกำหนดให้มีเนื้อหาข่าวและสาระอย่างน้อย 25 % เท่านั้น เมื่อเทียบกับเนื้อหาข่าวและสาระในช่อง TNN24 ในปัจจุบันได้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำไปจนถึงประมาณ 80-90 %ด้วยซ้ำ

ซองช่องข่าวที่ซื้อในนามบริษัทลูกคือ TNN ไม่สามารถยื่นซองได้ เมื่อต้องตัดสินใจประมูลช่อง HD ที่เป็นความต้องการสูงสุดแบบไม่อั้น ในขณะที่ช่องเด็กน่าจะสบายๆรองรับช่อง"ทรูปลูกปัญญา"ที่เป็นช่องเรียลลิตี้บวชเณรที่ซีอีโอ"ศุภชัย เจียรวนนท์"ภาคภูมิใจในการริเริ่มแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง แม้ในช่วงแรกๆแทบไม่มีผู้บริหารของทรูวิชั่นส์คนไหนเห็นด้วยกับแนวคิดของศุภชัยที่มองทะลุลึกซึ้งในรสพระธรรมมากกว่าใครๆ

เป้าหมายของกลุ่มทรูที่น่าจะเข้าประมูลเต็มพิกัด 3 ช่องและหน้าตักไม่อั้นตามสไตล์ลูกเจ้าสัวทั้ง 3 ช่อง น่าจะเป็นเพราะทรูวิชั่นที่เคยเป็นเคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิกระดับประเทศรายเดียว กำลังถูกท้าทายจากคู่แข่งขันรายใหม่ๆที่เป็นผลมาจากการเปิดเสรีโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่ใช้รูปแบบ"ใบอนุญาตโครงข่าย"ของกสท.

กลุ่มCTH กล้าท้าทายทุ่มเงินมากกว่ากลุ่มทรูถึง 3 เท่าตัวนับหมื่นล้านบาท แย่งชิงลิขสิทธิ์"ซูเปอร์คอนเทนท์"ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษไปได้ 3 ฤดูกาล แล้วรุกตลาดอย่างหนักในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้สมาชิกของทรูวิชั่นส์จำนวนมากเริ่ม"ปันใจ"ไปเป็นสมาชิกCTH แม้ทรูวิชั่นส์จะลดแลกแจกแถมเพิ่มช่อง HD ไปอีกมากมายจากเดิมประมาณ 10 ช่องเพิ่มไปถึง 50 ช่องก็ยังรั้งได้ระดับหนึ่ง

ยังรวมไปถึงกลุ่มแกรมมี่ที่ออกกล่องรับสัญญาณชื่อ GMMZ แบบ Pay Per View ทำสงครามแย่งคนดูฟุตบอลยูโรกับทรูวิชั่นส์โดยตรง กลุ่มแกรมมี่ยืนกราน"จอดำ"ไม่ให้สมาชิกทรูวิชั่นส์ได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรผ่านช่องฟรีทีวีที่พาสทรูอยู่ในทรูวิชั่นส์

การชนะประมูลได้ใบอนุญาตช่องดิจิทัลทีวี 3 ช่องน่าจะเป็นเป้าหมายของกลุ่มทรูในการรุกเข้ามาสู่สนามใหม่อย่างเต็มตัว จากเดิมอยู่ในสนามโทรทัศน์บอกรับสมาชิกที่สิ้นสภาพการผูกขาดไปแล้ว แม้จะสามารถหารายได้จากโฆษณามาเพิ่มขึ้นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 800-900 ล้านบาทจากหลายๆช่องในทรูวิชั่นส์ แต่ตลาดโฆษณาฟรีทีวี 60,000 ล้านบาทเป็นเค้กก้อนใหญ่กว่าที่กลุ่มทรูหมายมั่นจะไปทดแทนรายได้ทรูวิชั่นส์ที่เป็นโทรทัศน์บอกรับสมาชิกที่กำลังมีรายได้ลดลงจากการแข่งขันและข้อจำกัดนาทีโฆษณาแค่ 6 นาทีต่อชั่วโมง

ในขณะที่ค่ายอินทัชของกลุ่มเทมาเส็กที่"ผิดฟอร์ม"จากเดิมคาดว่ากลุ่มอินทัชน่าจะซื้อซองแบบเต็มพิกัดแบบเดียวกับทรูอย่างน้อย 3 ซอง แต่กลุ่มอินทัชให้บริษัท ทัช ทีวี จำกัดที่ตั้งขึ้นสำหรับธุรกิจดิจิทัลทีวีมาซื้อซองไปแค่ 2 ซองในแบบช่องวาไรตี้ SD และช่องเด็ก โดยไม่ได้ซื้อซองช่อง HD ที่เคยมีชื่อเบอร์ต้นๆว่าน่าจะพร้อมด้านเงินทุนประมูลช่องระดับ HD ที่มีราคาขั้นต่ำ 1,510 ล้านบาท

ทำให้มองเห็นภาพการตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัลทีวีของกลุ่มอินทัชที่คงผ่านการไตร่ตรองศึกษาอย่างรอบคอบ คำนึงถึง"ผลตอบแทนการลงทุน"สำหรับ"มือใหม่"ที่ไม่มีคอนเทนท์ในมือเลย ระดับบริหารมืออาชีพเก่งแค่ไหนก็คงไม่กล้าบุ่มบ่ามแบบการตัดสินใจของกลุ่มทรูที่ลูกเจ้าของลงมาเอง เมื่อตัวเลขผลการศึกษาออกมา"ติดลบ"ในทุกช่องทั้ง HD, SD

จึงทำให้กลุ่มอินทัชตัดสินใจซื้อซองไว้ก่อนแค่ 2 ซอง แล้วยังมีความไม่แน่นอนอีกด้วยว่าคณะกรรมการของกลุ่มอินทัชจะตัดสินใจเข้าประมูลจริง 1 ช่องหรือ 2 ช่องเมื่อดูจากความพร้อมด้านคอนเทนท์แล้วยังมีไม่มากนัก

แม้ในเชิงยุทธศาสตร์การลงทุนของกลุ่มอินทัชที่"สมประสงค์ บุญยะชัย"ได้แถลงถึงแผนใหญ่ในอีก 10-15 ปีของกลุ่มอินทัชที่มองเห็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยที่เรียกว่า Breakthrough ที่มาจากธุรกิจโทรคมนาคม,มีเดีย,ไอทีและดิจิทัลคอนเทนท์ที่ทุกสายธุรกิจกำลังคอนเวอร์เจนซ์กันกลายเป็นหนึ่งเดียว

Breakthrough ที่ 1 บริษัทเอไอเอสมาจากการประมูลคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์เพื่อทำ 3 G ในอีก 15 ปีที่ต่อไปไม่ใช่การขายนาทีที่ใช้ แต่สามารถขายบริการและคอนเทนท์ทุกรูปแบบได้อย่างง่ายดายไปถึงวิถีชีวิตทุกคน

Breakthough ที่ 2 บริษัทไทยคมที่มีแผนยิงดาวเทียมไทยคมไปรอไว้ในอนาคตอีกหลายลูก แล้วอีก 5-6 ปีข้างหน้าธุรกิจจะขยายใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่าทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคในระดับโลก

Breakthrough ที่ 3 ธุรกิจเวนเจอร์แคปปิตอล กลุ่มอินทัชตั้งงบไว้ปีแรก 200 ล้านเพื่อฟูมฟักธุรกิจที่มี Innovative รายย่อยๆเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต

Breaktrough ที่ 4 ธุรกิจคลาวน์คอมพิวติ้งที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว และ Breakthrough ที่ 5 ธุรกิจดิจิทัลทีวีที่มีความพร้อมในกฎหมาย,เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค หากกลุ่มอินทัชได้ส่วนแบ่งตลาดโฆษณาแค่ 10 %ในอีก 5 ปีข้างหน้าก็จะมีรายได้ร่วมหมื่นล้านบาท

มองแล้วแม้กลุ่มอินทัชในวันนี้ ยังดูเหมือนลังเลๆเมื่อยังไม่เห็นความพร้อมด้านคอนเทนท์มากนัก แต่องค์ประกอบของสายธุรกิจนี้ที่มี"ต้นน้ำ"คือแพลทฟอร์มดาวเทียมไทยคมที่มีแต่รายได้เพิ่มอย่างเดียว จากกฎ Must Carry ของช่องดิจิทัลทีวี 48 ช่องในโครงข่ายดาวเทียมและยังสามารถเป็นทางเลือกสำหรับช่อง HD บนดาวเทียมที่มีต้นทุนต่ำกว่าภาคพื้นดินที่น่าจะเป็นทางเลือกของผู้เลือกประมูลช่องแบบ SD อย่างเดียว

การลงทุนในช่องดิจิทัลทีวี 1-2 ช่องของกลุ่มอินทัชคือการตัดสินใจในเชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่น่าจะหวังรายได้โฆษณาจะกลับคืนมาเป็นกอบเป็นกำ หากจะต้องตั้งงบใช้เงินผลิตคอนเทนท์ป้อนช่องดิจิทัลทีวีปีละพันล้านบาทก็ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการได้ Digital Content กลับไปป้อนเครือข่าย 3 G และแพลทฟอร์มอื่นๆของกลุ่มอินทัชที่ยังเป็นแค่รวบรวมไม่ได้ผลิตเองเลย

นอกจากกลุ่มทรูและกลุ่มอินทัชแล้วยังมีอีก 1-2 รายจากฝั่งเทเลคอมที่ข้ามพรมแดนเข้ามาในสนามแข่งขันดิจิทัลทีวีคือกลุ่มจัสมินที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท MONO ที่ซื้อซองไป 3 ซองแบบช่อง HD, ช่องวาไรตี้ SDและช่องข่าวน่าจะเป็นความต้องการของทายาทรุ่นที่ 2 แห่งตระกูลโพธารามมิกที่เข้ามาสู่ธุรกิจสื่อมาหลายปีแล้ว

รวมทั้งกลุ่มสามารถที่คงเข้าไปร่วมทุนกับกลุ่มสยามกีฬาที่ซื้อซองช่องข่าว ซึ่งกลุ่มสามารถยังหมายมั่นปั้นมือจะกลับมาในธุรกิจกล่องรับสัญญาณที่เป็นปลายทางผู้ชมของบรอดแคสติ้งอีกครั้ง หลังจากละทิ้งปล่อยให้กลุ่มพีเอสไอกลายเป็นจ้าวตลาดจานดาวเทียมแบบ C-Band ไปในช่วงบูมที่สุด

ยังไม่นับรวมค่ายโทรคมนาคมอีก 2 รายใหญ่ที่น่าจะเข้ามาสู่ธุรกิจโครงข่ายดิจิทัลทีวีคือบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)กับบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)ที่น่าจะมีรายได้จากการให้บริการเสาส่งย่อยหรือ Gap Filler เพื่อให้โครงข่ายดิจิทัลทีวีครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ สงครามดิจิทัลทีวีรอบแรกก่อนการประมูลจะเริ่มขึ้นจริงก็น่าตื่นตาตื่นใจว่าธุรกิจบรอดแคสติ้งจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วในปี 2557 หลังประมูลดิจิทัลทีวีเสร็จสิ้น