สงสัยไปเชียร์ "ไทยไฟต์" แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขอปรบมือดังๆ ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.
ที่จัดอีเวนท์ "ขนาดใหญ่" ณ ปัตตานี นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จากที่เคยมีแต่งานประเภท "ของดีชายแดนใต้"
O ย้อนกลับไปก่อนเปิดสังเวียน "ไทยไฟต์" ก็มีกิจกรรมที่เปิดมิติใหม่ให้กับพื้นที่ปลายขวานหลายงาน ทั้งการใช้ "สนามบินบ้านทอน" หรือท่าอากาศยานนราธิวาส สำหรับไฟลท์ปฐมฤกษ์ให้ผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ซาอุฯอย่างสะดวกง่ายดาย งานนี้ต้องบอกว่าได้ทั้งใจ (ชาวบ้าน) ได้ทั้งกล่อง (คำชม)
O นอกจากนั้นยังมีการแข่ง "เรือยาวประเพณี" ของ ม.อ.ปัตตานี ซึ่งปีนี้จัดเป็นงานใหญ่ แต่ที่ฮือฮามากกว่ากิจกรรมใด ก็คืองาน "มอเตอร์โชว์" แม้จะไม่โก้เหมือนที่ ไบเทค หรือ เมืองทองธานี แต่การสร้างกิจกรรมลักษณะนี้ในพื้นที่แบบนี้...ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
O เมื่อชายแดนใต้มีแต่ข่าวสบายๆ ก็เลยกลบข่าวร้ายๆ บางเรื่องไป ทั้งๆ ที่เป็นข้อมูลที่สมควรบันทึกเอาไว้ อย่างกรณีตำรวจมาเลย์จับ "3 คนไทย" คาร้านอาหารในเมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
O เรื่องนี้มีความคืบหน้า เพราะหน่วยข่าวรายงานว่า คนไทย 2 ใน 3 รายที่ถูกจับ ซึ่งระบุชื่อว่าคือ นายโมฮัมหมัด บิน มัต ดาอุด (Mohamad bin mat daud) กับ นายยามานาน บิน อาห์มัด(Jamanan bin ahmad) และมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ยะลานั้น แท้ที่จริงอาจเป็นบุคคลที่มีชื่อตามทะเบียนราษฎร์ของไทยว่า นายมูฮัมหมัดซิดี สาและ กับ นายมามะคอยรี สือแม ส่วนอีกคนที่ยังไม่ทราบชื่อ อาจจะคือ นายมะยูไน เจ๊ะดอเลาะ
O เปิดปูมประวัติจะพบว่า นายมามะคอยรี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการไทยในคดีลอบวางระเบิด ถูกจับกุมในโรงเรียนอิสลามบูรพา จ.นราธิวาส เมื่อหลายปีก่อน แต่หลบหนีระหว่างต่อสู้คดี ส่วน นายมูฮัมหมัดซิดี มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งคู่และนายมะยูไนถูกจับพร้อมอาวุธสงครามและอุปกรณ์ประกอบระเบิดคาบ้านเช่าแห่งหนึ่งในรัฐกลันตัน เมื่อ 14 ธ.ค.52 จากนั้นวันที่ 26 ก.พ.55 ศาลมีคำพิพากษาในเบื้องต้นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด นายมูฮัมหมัดซิดี กับ นายมะยูไน จึงสั่งให้ปล่อยตัว เหลือเพียงนายมามะคอยรีเพียงคนเดียว
O แต่ในที่สุดเมื่อเดือน พ.ค.ปีเดียวกัน ศาลสูงโกตาบารูก็มีคำพิพากษายกฟ้อง นายมามะคอยรี และไม่ได้ส่งตัวให้ทางการไทย (ทั้งๆ ที่มีหมายจับอาญา) กระทั่งมีข่าวอาจถูกจับอีกรอบในครั้งนี้...นี่คือข้อมูลการข่าว ส่วนจะจริงหรือเปล่า ต้องรอดูกันต่อ
O อีกเรื่องคือการเสียชีวิตของ "จีน เป็ง" อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แม้ในเมืองไทยจะเป็นข่าวเล็กๆ แต่ฝั่งมาเลเซียเช็คข่าวกันวุ่นวาย เพราะกลัวจะมีการ "จุดเชื้อไฟ" หากมีความพยายามนำศพหรืออัฐิข้ามกลับไปประกอบพิธีในมาเลย์
O ล่าสุดเพื่อนบ้านรั้วติดกับไทยเริ่มจะ "โล่งใจ" เพราะเมื่อวานเพิ่งมี "พิธีใหญ่" เผาศพ "จีน เป็ง" ที่วัดธาตุทอง มีอดีตนายทหารใหญ่ไปร่วมงาน ทั้ง "บิ๊กฉิ่ง" พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาค 4 และ "เสธ.เจี๊ยบ" พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์
O งานนี้ที่อึดๆ อัดๆ มากกว่าเห็นจะเป็นฝ่ายรัฐบาลไทย เพราะเริ่มมีการขยายผลให้เห็นถึง "ความจริงใจ" ตอนที่ไทยช่วยมาเลย์จัดการปัญหาคอมมิวนิสต์มลายา ช่างแตกต่างจากบทบาทช่วยเป็นคนกลาง "เจรจา" แก้ปัญหาไฟใต้ระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็นวันนี้อย่างสิ้นเชิง...สัปดาห์หน้าจะมาเล่าให้ฟัง









