วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนกรุงสะดุ้ง!! "น้องน้ำ"กำลังมา...?

คนไทยยังคงจดจำได้ดีกับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี่ เรียกว่าเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่

ไม่ว่าจะเป็นภาพของหมู่บ้าน ชุมชน ตลาด ห้างร้าน โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สนามบิน ไม่เลือกว่าใหญ่หรือเล็ก รวยหรือจน ต่างต้องจมอยู่ใต้น้องน้ำนานนับเดือน ความเดือดร้อนที่นำไปสู่ความขัดแย้ง เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงนับเป็นบทเรียนราคาแพงที่สังคมไทยไม่เคยลืม และหากย้อนเหตุการณ์กลับไปพบว่าน้ำเริ่มเข้าท่วมในเขตกรุงเทพและเขตเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 5 ต.ค.2554

เมื่อเปรียบเทียบกับปีนี้ สถานการณ์น้ำยังไม่น่าไว้วางใจ หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เริ่มมีน้ำท่วมขังระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ทว่ามวลน้ำก้อนนี้ยังไม่มีการระบุถึงปริมาณที่ชัดเจน และยังลงมาไม่ถึง แต่นั่นคือสัญญาณบางอย่างที่คนที่อยู่ด้านล่างอย่างกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลต้องหวั่นไหว ไม่อาจที่จะละความสนใจจากข่าวน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ได้

และหากติดตามสถานการณ์พบว่าล่าสุดสภาพแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำล้นตลิ่งทะลักที่จ.อ่างทอง และเขตรอยต่อ อยุธยา และยังน่าห่วง 4 อำเภอ ใน จ.ปราจีนบุรีที่ระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร จนหลายจังหวัดต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว
แม้อุตสาหกรรมจังหวัดอยุธยาจะออกมาบอกว่า สถานการณ์น้ำปีนี้ไม่น่ากังวลเท่าปี 2554 เพราะนิคมอุตสาหกรรมเกือบทุกแห่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแล้ว ยกเว้นนิคมสหรัตนนครที่ยังไม่สร้างเขื่อนถาวร แต่ก็มีเขื่อนชั่วคราวยาว 3 กิโลเมตร ล้อมพื้นที่โรงงานไว้ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงการเตรียมรับมือในระดับชุมชน และชาวบ้านจะทำอย่างไร

รองนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ประเมินสถานการณ์ขณะนี้ว่ายังอยู่ในระดับกึ่งวิกฤต ล่าสุดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำทั้งในระดับกระทรวงและระดับกรม ตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นในหน่วยงานของตัวเอง และส่งตัวแทนมาที่ศูนย์บัญชาการ (ซิงเกิ้ล คอมมานด์ เซ็นเตอร์) ของสำนักงานงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อตั้งเป็นวอร์รูมติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 เดือน พร้อมกับย้ำว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมเหมือนปี 2554 เพราะไม่มีน้ำเหนือไหลลงมา โดยปีนี้มีน้ำ15,000 ล้านลบ.ม.แต่ปี 2554 มีปริมาณน้ำถึง 3 หมื่นล้านลบ.ม.

ข้อมูลที่รัฐบาลพยายามสื่อไปยังประชาชน คืออย่าตกใจ ปีนี้น้ำไม่ท่วมเหมือนปี 2554 แน่นอน แต่ทว่าภาพน้ำท่วมมันยังหลอนคนเมืองกรุงและปริมณฑลไม่จางหาย การออกมาบอกว่าอย่าตกใจแค่นั้นคงไม่เพียงพอ เพราะวันนี้คนที่อาศัยอยู่ริมคลองเริ่มใจไม่ดี เพราะระดับน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน เสียงสะท้อนชาวบ้านว่าประตูระบายน้ำหลายพื้นที่ยังไม่พร้อมรับมือ ทั้งขยะ ผักตบชวาขวางทางน้ำ บางแห่งมีปัญหาเครื่องสูบน้ำที่ยังมาไม่ครบก็มี

ที่สำคัญเรื่องการประสานงานระหว่าง กทม.กับรัฐบาล ที่ดูแล้วยังไม่เป็นเอกภาพ จากบทเรียนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำอย่างสิ้นเชิง ภาพของชาวบ้านออกมาเผชิญหน้ากัน เพราะเรื่องเปิดปิดประตูน้ำคงจะไม่เกิดซ้ำรอย...