วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับเข่าซักถามมหาธีร์ในวัย 88 ยังกร้าวและแกร่งไม่เปลี่ยนแปร

“ขอบคุณที่ถามตรง ถามแรง...เพราะผมจะได้มีโอกาสชี้แจงเปิดใจของผมให้กับคนไทยได้ฟังบ้าง...”

อดีตนายกฯ มาเลเซีย คนดัง ตุน ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ในวัย 88 กระซิบบอกผมหลังการสัมภาษณ์บนเวทีสัมมนา ประเมิน “ความพร้อมหรือไม่พร้อม” ของสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศกับการประกาศเป็น Asean Economic Community (AEC) ในปี 2015 หรืออีกสองปีข้างหน้า

ความปราดเปรียวทางความคิด และความคล่องแคล่วในการตอบคำถามของมหาธีร์ น่าทึ่งสำหรับผู้ได้ร่วมฟังรายการนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

มหาธีร์ ยังวิพากษ์สหรัฐอย่างหนักหน่วง และยืนยันว่าเขาเห็น จีน ดีกว่ามะกัน เพราะว่า จีน ไม่ได้เป็นประเทศที่ “คุกคาม” ใคร ขณะที่สหรัฐ มุ่งแต่จะแทรกแซงประเทศอื่น และเข้าไปเข่นฆ่าประชาชนของชาติอื่นเพื่อประโยชน์ของตน

ผมถามว่า เขายังเป็น Anti-American Mahathir ใช่หรือไม่?

เขาตอบว่า “ผมไม่ได้ต่อต้านอเมริกันทุกอย่าง ความจริงผมเป็นเพื่อนกับคนอเมริกัน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายของสหรัฐเท่านั้นแหละ”

ว่าแล้วก็ยิ้มกว้างยืนยันว่าเขาก็ยังเป็นเขา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

วันนี้ มหาธีร์ บอกว่า อาเซียนยังไม่พร้อมที่จะรวมกันเป็น “ตลาดร่วม” หรือ สหภาพยุโรป ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเมื่อกลายเป็นกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลเดียวกัน ทั้งๆ ที่ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศยังไม่เท่าเทียมกัน ก็เกิดปัญหาร้ายแรงเช่นกรณีกรีซที่เจ๊ง และตุรกีที่มีปัญหาน่าเป็นห่วงอย่างที่เห็นอยู่

มหาธีร์ บอกว่า อาเซียนต้องประเมินตัวเองกันใหม่ เพราะสมาชิกจำนวนหนึ่งร่ำรวยกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง หากเลิกเก็บภาษีเหมือนกันหมด ก็จะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และอาจจะทำให้บางประเทศที่ก้าวไม่ทัน มีอันต้องล้มละลายเหมือนกรีซได้

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ แต่ที่ต้องยอมรับก็คืออดีตนายกฯ มาเลเซีย ที่ปกครองประเทศด้วยกฎเหล็กมา 22 ปี ยังพูดจามีสีสัน และกร้าวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่ต่างกับเมื่อปี 1997 ตอนประเทศไทยเกิด “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ที่ลามไปถึงอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ มหาธีร์ ในฐานะนายกฯ มาเลเซีย ก็ประกาศไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” หรือ IMF และ ธนาคารโลก ที่ให้ลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนและขายทรัพย์สินในราคาถูกๆ เพื่อเอาตัวรอด

ขณะนั้น มหาธีร์ยืนหยัดให้รักษานโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ระหว่างริงกิตกับเงินสกุลดอลลาร์ ในระดับตายตัว และไม่ยอมรับความช่วยเหลือหรือแรงกดดันจากไอเอ็มเอฟ

ประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่า แม้ในตอนนั้น มหาธีร์ จะถูกมองว่าเป็นคน “นอกคอก” และเสี่ยงจะถูกตลาดโลกลงโทษ แต่เขาก็สามารถประคองเศรษฐกิจมาเลเซียผ่านวิกฤตินั้นมาได้

ทุกประเด็นที่ผมตั้งคำถามกับเขา มหาธีร์ ตอบอย่างไม่อ้อมค้อม และมีไหวพริบในการตอบโต้ ที่ผสมระหว่างความมุ่งมั่นกับอารมณ์ขัน ที่สร้างความประทับใจให้กับคนฟังไม่น้อย

ผมถามถึง “เพื่อนเก่า” ลีกวนยู อดีต นายกฯ สิงคโปร์ ที่เป็นคู่รักคู่แค้นของเขามายาวนาน และเพิ่งจะฉลองวันเกิดที่อายุ 90 เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา

ผมถามว่า เขาถือว่า ลีกวนยู เป็น “เพื่อนหรือศัตรู”?
มหาธีร์ บอกว่า “ผมถือว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน”

ผมเปิดหนังสือชีวประวัติส่วนตัว “A Doctor in the House” ที่ มหาธีร์ ใช้เวลาเขียน 8 ปี เห็นภาพเก่าที่ ลีกวนยู ยื่นมือมาจับกับเขา

ใต้ภาพเขียนว่า “...civil relationship...never friendship”

ก็ทำให้เข้าใจว่ายังไงๆ เสีย ความสัมพันธ์ของทั้งสองผู้เฒ่าแห่งเอเชีย ก็คงมีระยะห่างกันพอสมควร เพราะคำอธิบายภาพนั้นแปลความได้ว่า

มหาธีร์ กับ ลีกวนยู เป็นแค่ “ความสัมพันธ์โดยมารยาท...มิอาจเรียกได้ว่าเป็นมิตรภาพ”

ผมถามคำวิพากษ์ของอดีตนายกฯ มาเลเซีย ตุน อับดุล บัดดาวี ในหนังสือเล่มใหม่ ที่บอกว่า ถ้าหากเชื่อตามแนวทางของมหาธีร์ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณแล้ว มาเลเซียก็เจ๊งแน่นอน และบอกว่า มหาธีร์ ไม่สามารถรับฟังความเห็นของใครคนอื่นได้ นอกจากของตัวเองเท่านั้น

หรือที่ ลีกวนยู เขียนในหนังสือของเขาว่านโยบายให้ความสำคัญกับคนมาเลย์มากเกินไป ทำให้คนจีนกับอินเดียที่มีความรู้ความสามารถหนีไปสิงคโปร์กันหมด

มหาธีร์ ตอบแย้งทุกประเด็นอย่างไม่ลดละเช่นกัน

ได้พบปะแลกเปลี่ยนความเห็นและถามตอบกับผู้นำระดับสากล ที่มีความคิดความอ่านแหลมคมและลุ่มลึก ไม่ว่าผมจะเห็นด้วยกับพวกเขาหรือไม่ ย่อมเป็นประสบการณ์...ที่ยากจะลืมเลือน