วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และประกาศไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ย.จำนวน 861 อัตรา

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56 เป็นต้นไปนั้น แม้สังคมจะให้ความสนใจเฉพาะเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม (กห.) ที่มีการเบียดชิงกันจนถึงโค้งสุดท้าย ซึ่งก็ไม่มีอะไรพลิกโผ เพราะ "บิ๊กแป๊ะ" พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ได้หยิบชิ้นปลามันขึ้นเป็นปลัดคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม

O ทว่าหากพิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายทหารอย่างละเอียดทีละตำแหน่ง จะพอมองเห็นทิศทางและโฉมหน้าของกองทัพในอีก 1-2 ปีข้างหน้าอย่างค่อนข้างชัดเจน...เป็นความชัดเจนว่ากำลังเข้าสู่ยุคของ "เตรียมทหารรุ่น 14" (ตท.14) ผงาดขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญแบบยกแผง!!

O เริ่มตั้งแต่หัวแถวของรุ่นอย่าง พล.อ.นิพัทธ์ ที่ผงาดขึ้นเบอร์ 1 ของกลาโหม ซึ่งจัดเป็นสายธุรการ หรือ "สายบุ๋น" ไปแล้ว เมื่อส่องดูการจัดทัพของกองทัพบก (ทบ.) ก็จะพบ "ตท.14" จ่อคิวขึ้นเป็นผู้นำเหล่าทัพ และตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งใน 5 เสือ ทบ.รวมทั้งแม่ทัพภาคต่างๆ อีกหลายคน เช่น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ที่ขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. รอนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะเกษียณอายุราชการในปีหน้า

O พล.ท.อักษรา เกิดผล ตท.14 อีกคนหนึ่ง ขยับจากรอง เสธ.ทบ.ขึ้นเป็น เสธ.ทบ. ขณะที่ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช ตท.14 เช่นกัน สไลด์จากรอง เสธ.ทบ.ไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อจ่อเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง (ตท.14) รองแม่ทัพภาคที่ 2 ผงาดเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

O ที่น่าสนใจก็คือ ทั้ง พล.อ.อุดมเดช ที่จ่อขึ้น ผบ.ทบ.ปีหน้า และ พล.ท.ธีรชัย ที่เตรียมแต่งตัวเข้าไลน์ 5 เสือ ยังคงเป็นสาย "บูรพาพยัคฆ์"

O ไปที่ภาคใต้ ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ พล.ต.กิตติ อินทสร (ตท.14) ที่พลาดหวังจากเก้าอี้รองแม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งเมื่อวาระประจำปี 55 และวาระกลางปีที่ผ่านมา (เพราะ ตท.13 ส่งไม้ต่อให้ ตท.13 ด้วยกัน คือ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพ กับ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพคนปัจจุบัน) คราวนี้ได้ขยับจากรองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว

O ส่วนในระนาบรองแม่ทัพภาคที่ 4 เปลี่ยนยกแผง ได้แก่ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ (ตท.15) จากรองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.นพวงษ์ สุรวิชัย (ตท.15) จากผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (ผบ.พล.ร.5) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ชรินทร์ อมรแก้ว (ตท.16) เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 (เสธ.ทภ.4) หนึ่งในคณะพูดคุยสันติภาพฝ่ายไทยที่เป็นตัวแทนกองทัพภาคที่ 4 ขยับเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4

O ส่วนเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งคาดว่าจะว่างลงกลางปีหน้าเพราะ พล.ท.สกล ต้องขยับขึ้นเป็นพลเอกก่อนเกษียณอายุราชการนั้น หากไม่มีอะไรพลิกโผ พล.ท.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) แม่ทัพน้อยที่ 1 อาจได้ไปนั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ในบัญชีโยกย้ายนายทหารกลางปีหน้า ปลอบใจที่พลาดหวังจากแม่ทัพภาคที่ 1 ในปีนี้

O ปิดท้ายกันที่ข่าวใหญ่แต่ไม่ค่อยจะเป็นข่าว เมื่ออังคารที่แล้ว อังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ภรรยา ทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ถูกอุ้มหายไปนานร่วม 10 ปี พร้อมด้วย "ญาติเหยื่ออุ้ม" อีกหลายกรณี ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยเฉพาะ 2 คดีที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ คือ คดีทนายสมชาย กับคดีอุ้มหาย กมล เหล่าโสภาพรรณ นักรณรงค์ต่อต้านการทุจริตที่ จ.ขอนแก่น ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษโดยตำแหน่ง

O อังคณา บอกว่า คณะทำงานด้านคนหายขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้รับตรวจสอบ 2 คดีนี้ในฐานะคดีคนหายของประเทศไทยแล้ว ฉะนั้นในโอกาสที่นายกฯยิ่งลักษณ์ เตรียมจะเดินทางไปร่วมประชุมยูเอ็น ก็น่าจะติดตามความคืบหน้าของ 2 คดีสำคัญมารายงานให้สังคมได้รับทราบด้วย!!!