เมื่อเวลา 01.36 น. คืนวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปม "ที่มา ส.ว."
ในวาระ 2 รวมเวลาที่ "รัฐสภา" ใช้พิจารณา 13 วัน
+++ หลังผ่านวาระ 2 ตามรัฐธรรมนูญต้อง "เว้นวรรค" การลงมติในวาระ 3 ไว้ 15 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 27 ก.ย.นี้ ส่วนจะนัดโหวตกันวันใดขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะเป็นผู้นัดหมาย
+++ โฉมใหม่ของ "สมาชิกวุฒิสภา" ที่จะเห็นราวกลางปีหน้า (ถ้าไม่สะดุดเพราะศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ) คือ ส.ว.จะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี เปิดโอกาสให้ "เครือญาตินักการเมือง" สามารถมาลงสมัครเป็น ส.ว.ได้ ขณะที่ "ส.ว.สรรหา" จะสิ้นสุดสมาชิกภาพทันที เมื่อมีส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่
+++ การพิจารณาแก้ไขปม "ที่มาส.ว." ที่ผ่านมา ในสภาฯ ได้เผยให้เห็นถึงบทบาทการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะตัวประธานซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการประชุม ดู นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา จะ "สะบักสะบอม" มากที่สุด เพราะถูก "สมาชิกรัฐสภา" ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทการทำหน้าที่ที่ "ไม่เป็นกลาง-เอียงข้างรัฐบาล" เล่นเอา นิคม ถึงกับแสดงอาการเหนื่อยหน่าย ท้อใจ ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ
+++ นี่แค่แก้ไขรัฐธรรมนูญร่างเดียวประเด็นเดียว ยังเหลือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับ ที่รอคิวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า ทั้ง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และ นิคม จะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง
+++ แต่ "ฟันธง" ได้เลยว่า นิคม ไม่มี "ถอดใจ" ลาออกจากตำแหน่งแน่ ๆ เพราะ "ตำแหน่งใหญ่โต" ยังรออยู่ข้างหน้า เห็น ๆ
+++ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา บอกว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบกรณีที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2556 ประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ ในช่วงที่สภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของ วรชัย เหมะ เนื่องจากเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ
+++ ไฟบูลย์ บอกว่า การใช้อำนาจตามความในมาตรา 15 ของพ.ร.บ.มั่นคงฯ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะไม่มีเหตุการณ์ปรากฏอันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมทั้งการออกประกาศยังกระทบต่อสิทธิประชาชนในการชุมนุมอันสงบปราศจากอาวุธ อันขัดต่อสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และการดำเนินการตามประกาศดังกล่าวต้องใช้กำลังพล 59 กองร้อย เสียค่าใช้จ่าย 175 ล้านบาท
+++ ไม่ว่าจะทำอะไร "รัฐบาล" มักจะถูกตรวจสอบเกือบทุกเรื่อง และไม่รู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรบ้าง ที่ถูกร้องเรียนไปยังองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดีไม่ดีอาจมีสักเรื่องที่สามารถ "น็อค" หรือสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลได้
+++ ปิดท้ายที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้จัดทำเว็บไซต์ "สตง.ต่อต้านการคอร์รัปชั่น" เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีช่องทางและโอกาสในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล และร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ดังกล่าว ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 15.00-16.30 น. ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต ชั้น 2 อาคาร 2 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซอยอารีย์สัมพันธ์






