วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การทูตจีนที่ผันเปลี่ยน

ตั้งแต่พม่าเปิดประเทศเพื่อปฏิรูปทางการเมือง สหรัฐและยุโรปเข้าไปแสดงให้เห็นความคึกคักอย่างเปิดเผย

ทำให้ จีน ซึ่งเคยมีอิทธิพลสูงอย่างมากในประเทศนั้น ถูกมองว่าอาจจะลดบทบาทลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

น่าสนใจว่า ปักกิ่ง มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร และเมื่อเอกอัครราชทูตจีนคนใหม่ประจำย่างกุ้ง ให้สัมภาษณ์นิตยสาร The Irrawaddy เป็นครั้งแรก และเปิดใจประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้ จึงทำให้เห็นภาพของจีนในพม่าชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ท่านทูตจีนบอกว่า “เราต้อนรับบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐในพม่า”

และยืนยันว่า จะเป็นโชคร้ายหากมีการแก่งแย่งอำนาจระหว่างจีนกับสหรัฐในพม่า เพราะหากเกิดเช่นนั้นก็จะไม่ดีสำหรับพม่าเอง

“เราอยากเห็นนโยบาย win-win คือ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ผมคุยกับหลายฝ่าย และนักการเมืองพม่าบางท่านบอกชัดเจนว่า พวกเขาไม่ต้องการให้พม่ากลายเป็นสนามรบของมหาอำนาจ นั่นไม่ใช่ความต้องการของคนพม่า...” ท่านทูตจากปักกิ่ง บอก

ตอนที่ประธานาธิบดี เต็งเส่ง ประกาศเลื่อนการสร้างเขื่อนมิทโสน (Myitsone) ที่มีบริษัทจีนเป็นผู้ได้รับสัญญาในรัฐคะฉิ่นเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิเคราะห์มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับจีน เริ่มจะมีรอยปริแยก

ทูตจีนประจำพม่า บอกว่า ท่านถือว่าเป็นกรณีที่ต้องแยกพิจารณาเฉพาะเรื่อง และยืนยันว่ากรณีเขื่อนมิทโสนไม่กระทบความสัมพันธ์ซึ่งเป็นภาพใหญ่ของสองประเทศ

“หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2011 ท่าน เต็งเส่ง ไปเยือนจีน และทั้งสองฝ่ายได้สนับสนุน “ความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างกว้างขวาง” และปีนี้ก็ได้ลงนามในแผนปฏิบัติการของแผนนี้ ความสัมพันธ์ในภาพรวมของสองประเทศยังดีเยี่ยม...”

ที่ผมสนใจเป็นพิเศษ คือ การเปิดเผยของทูตจีน ที่ว่าเขายื่นมือออกไปพูดจากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน องค์กรประชาสังคม และ ชาวบ้านทั่วไป

นี่ถือเป็นแนวทางปฏิบัติใหม่ของนักการทูตจีนในต่างประเทศ เพราะแต่ก่อนนี้นักการทูตจีน จะมีความระวังตัวในการคบหากับคนอื่น ที่ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล และจะไม่ยอมไปพูดจากับนักการเมืองฝ่ายค้าน หรือคนที่มีความเห็นต่างไปจากรัฐบาลปักกิ่ง

แต่วันนี้ นักการทูตจีน ต้องปรับตัวในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ของความเป็นมิตรกับทุกฝ่าย

ท่านบอกด้วยว่า เดี๋ยวนี้ สถานทูตมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อชี้แจงข่าวในกรณีมีข่าวลือ อีกทั้งยังมีหน้า Facebook ของตัวเอง (ทั้งๆ ที่ รัฐบาลจีนไม่ยอมให้คนจีนในประเทศเข้าไปเล่นเฟซบุ๊ค)

รัฐบาลจีน ส่งเสริมให้บริษัทจีน โดยเฉพาะที่อยู่ต่างประเทศ แสดงความรับผิดชอบต่อกิจกรรมสังคม เพราะนั่นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประชาชน

“เราเรียนรู้จากอดีตว่าเราต้องสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น” นี่คือข้อยืนยันจากนักการทูตยุคใหม่ของจีนวันนี้
บรรณาธิการ The Irrawaddy (Kyaw Zwa Moe) ถามตรงๆ ว่า

“คนพม่าจำนวนมากไม่พอใจ ที่ในอดีตจีนดูเหมือนจะอยู่ข้างรัฐบาลทหาร และไม่อยู่ข้างประชาชน ท่านว่าอย่างไร?”

ทูตจีนตอบว่า “ไม่เพียงแต่จีนเท่านั้น แต่รัสเซียและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ก็สนับสนุนพม่า จีนเคยสนับสนุนรัฐบาลทหารก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจีนสนับสนุนการปกครองโดยทหาร เราถือว่าพม่าคือทั้งประเทศและประชาชน เราสร้างถนนและโรงงานและโครงการการเกษตร นั่นเป็นการทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อทหาร หากทุกประเทศโดดเดี่ยวพม่า ประชาชนจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ต้องลำบาก จึงไม่ใช่เรื่องจริงที่บอกว่าจีนสนับสนุนรัฐบาลทหารเท่านั้น”

ที่น่าแปลกใจไม่น้อย คือ เมื่อทูตจีนคนใหม่บริจาคเงิน 1 ล้านจ๊าด (ประมาณ 30,000 บาท) ให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่มี ออง ซาน ซูจี เป็นหัวหน้า

ก่อนหน้านี้ จีนไม่เคยสนับสนุนฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ทำไมวันนี้จึงเปลี่ยนใจ?

ทูตจีน ตอบอย่างเปิดอก ว่า

“แต่ก่อน จีนมุ่งเน้นแต่เรื่องการกระทำ ไม่สนใจเรื่องพูดจาเท่าไร แต่เดี๋ยวนี้ เราต้องสื่อสารมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้าใจเรามากขึ้น...เราต้องเปลี่ยน เราส่งเสริมให้องค์กรจีนที่นี่สื่อสารกับสังคมมากขึ้น หาไม่แล้ว ประชาชนจะไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ อีกทั้งบริษัทจีนควรจะต้องเคารพในสังคมท้องถิ่น และรับผิดชอบต่อผลพวงทางสังคม จากการกระทำของตน...”

อ่านเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของทูตจีนประจำพม่าแล้ว สรุปได้ไม่ยาก ว่า

การทูตจีนวันนี้ ปรับเปลี่ยน...จนจำไม่ได้แล้วจริงๆ