ในการแก้ปัญหาม็อบยางพารา ที่ล่าสุดทุกฝ่ายพยายามช่วยกันหาทางออก เฉพาะการดึงภาคเอกชนทั้งในประเทศ ต่างประเทศ
เข้ามาร่วมแก้ปัญหา โดยเมื่อศุกร์ที่แล้ว นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไฟเขียวให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรมช.เกษตรฯ พรรคเพื่อไทย ผู้ประสาน หารือนอกรอบกับ 2 สมาคม คือ สมาคมยางพาราไทย และสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทย
0 ประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากเรื่องที่ยินดีจะช่วยเหลือภาครัฐแล้ว คือ ข้อเสนอแนะ วิธีแก้ปัญหาในระยะยาว ที่ทั้ง 2 สมาคม ตั้งคำถามว่า ทำไมทุกฝ่ายจึงไม่มาคุยกันบนโต๊ะถึงเรื่อง "ต้นทุนที่แท้จริง" ว่า วันนี้ ในประเทศเรา ต้นทุนการผลิตยางอยู่ที่เท่าไหร่ กำไรต้องบวกเท่าไหร่ ... เพราะแม้แต่ภาครัฐเอง แต่ละหน่วยงาน แต่ละองค์กร ก็ยังระบุถึงตัวเลขต้นทุนการผลิตไม่เท่ากัน
0 ข้อมูลอีกอย่าง ที่ตัวแทน 2 สมาคม ระบุถึงกระแสข่าวว่า พวกเขากักตุนยาง เพื่ออัพราคา ว่าไม่จริง แต่สถานการณ์เวลานี้ ยางที่มี แทบไม่พอส่งออก ออเดอร์ต่างประเทศ มีเข้ามาเรื่อยๆ ซื้อมาขายไปตลอด แม้แต่พวกเขามีสวนยางของตัวเอง เผื่อขาด รายละตั้งแต่ 5 หมื่นไร่ ไปถึง 2 แสนไร่ ซึ่งต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท
0 เรื่องเหล่านี้พวกเขาขอให้มาคุยกันอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง เพราะเอาเข้าจริงแล้ว พวกเขาเชื่อว่า ผู้ประกอบการเอง น่าจะเป็นแขนขา ประสานกับชาวสวนยางให้กับรัฐด้วยซ้ำ
0 ผู้ประกอบการ ยังสะท้อนถึงประเด็น เรื่องขาดการประสาน ระหว่างรัฐกับพวกเขา แทนที่จะได้คุยกับผู้รับผิดชอบ(ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร)บนโต๊ะ แต่ตอนนี้กลับต้องไปคุยกันบนถนน
0 ถ้าว่ากันด้วย มุมการเมืองแล้ว ขนาดผู้ประสานของรัฐบาล ระดับรองนายกฯ ที่ใช้ในภารกิจนี้ 3 คน ตั้งแต่ รองฯกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองฯยุคล ลิ้มแหลมทอง แล้วยังมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง หน้าที่เคลียร์ม็อบอีกราย ล้วนแล้วแต่ ไม่รู้เรื่อง "ยาง" อย่างแท้จริง ฉะนั้น การแก้ปัญหา อาจจะไม่ถูกจุด
0 ปัญหาราคายาง ที่ไม่ใช่เรื่องเล็ก หรือเรื่องการเมืองล้วนๆ อย่าลืมว่า ปีหนึ่งๆ ยางพาราที่ปลูกกันทั่วประเทศ (มิหนำซ้ำยังมีการบุกรุกป่าปลูกยางอีกเป็นแสนๆ ไร่) สร้างรายได้เข้าประเทศ 4 แสนล้าน บาท ขึ้นเป็นอันดับ 1 เสร็จจากงานนี้ เห็นทีรัฐบาลต้องมี "เจ้าภาพ" รับผิดชอบเรื่องยางโดยเฉพาะหรือไม่ เพราะอยู่ดี พรรคเพื่อไทย ที่ตั้ง "รัฐมนตรีช่วย" ดูแลเรื่องยางพาราเองมาตลอด กลับไปยกให้พรรคชาติไทยพัฒนาดูทั้งหมด สุดท้าย ก็ไม่พ้นตัวเอง!
0 พรุ่งนี้ อังคารที่ 10 ก.ย.2556 มีลุ้น คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ในคดีมหากาพย์ ทุจริตโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม.มูลค่า 6,687 ล้านบาท ที่เรื่องราวยาวนานมา 10 ปีพอดิบพอดี นับตั้งแต่ อดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับ เป็นผู้ว่ากทม. ไปเซ็นสัญญาโครงการ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2547 พอสมัยถัดมา อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.จากประชาธิปัตย์ เซ็นเปิดแอลซีให้ บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ ของออสเตรีย เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2548 ส่งผลให้สัญญามีผลผูกพันและบังคับใช้กับคู่สัญญาในทางปฏิบัติ
0 หลังจากศาลฯ เลื่อนนัด ฟังคำพิพากษามาจากวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจาก ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช. มหาดไทย 1 ใน 7 จำเลยไม่มาศาล ศาลจึงได้ออกหมายจับ
0 คดีนี้ จะชี้ชะตาบิ๊กการเมืองสำคัญอีก 2 ราย นอกจากที่ว่ามาแล้ว ยังมี โภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ สองคนสนิท ที่ยังเป็นมือไม้ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อยู่ทุกวันนี้ ...พ้นคุกการเมืองกลุ่ม 111 มาได้ จะมีโอกาสได้มาเล่นการเมือง "เบื้องหน้า" อีกหรือไม่!






