วิชาเศรษฐศาสตร์สาขาการพัฒนาที่เริ่มสอนกันอย่างจริงจังมาตั้งแต่ครั้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
โดยทั่วไปยึดแนวคิดที่ว่า กระบวนการพัฒนาเริ่มจากการเปลี่ยนสังคมที่มีเกษตรกรรมเป็นฐานไปสู่สังคมที่มีการอุตสาหกรรมนำหน้าและไปจบลงตรงสังคมที่มีภาคบริการเป็นหลัก บางตำราอธิบายว่าในกระบวนการนี้จะมีการเตรียมตัวต่างๆ หลังจากนั้นก็จะถึงการทะยานบินและไปสิ้นสุดเมื่อเศรษฐกิจสามารถผลิตอะไรต่อมิอะไรได้มากมายจนเอื้อให้สมาชิกในสังคมบริโภคได้แบบอิ่มหนำสำราญกันอย่างทั่วถึง
หลังเวลาผ่านไปหลายสิบปี เพียงไม่กี่ประเทศพัฒนาไปได้ในแนวดังกล่าวจนก้าวหน้าแบบเป็นที่พอใจ ส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะทะยานบินมาหลายสิบปี ซ้ำร้ายหลายต่อหลายประเทศยังจมอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้นและล้าหลังดังเดิม ด้วยเหตุนี้จึงมีการถกเถียงกันว่า เพราะอะไรและประเทศต่างๆ จะกระโดดข้ามขั้นตอนจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมบริการได้หรือไม่ นอกจากนั้น ประเทศที่พัฒนาไปถึงขั้นก้าวหน้าแบบเป็นที่น่าพอใจและภาคบริการเป็นภาคใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจแล้วพบว่า การละเลยการอุตสาหกรรมทำให้เกิดปัญหา ประเทศก้าวหน้าเช่นอเมริกาจึงหันมามองหาวิธีสนับสนุนการอุตสาหกรรมอีกครั้ง
สิ่งเหล่านั้นคงเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารพัฒนาเอเชียแนะนำประเทศในเอเชีย เช่น มาเลเซีย และไทย ว่า อย่าพยายามกระโดดข้ามขั้นไปเน้นการพัฒนาภาคบริการเนื่องจากมันจะทำให้เศรษฐกิจและสังคมจมปลักอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “กับดักของรายได้ระดับกลาง” (Middle Income Trap) หรือถ้าจะย้อนไปใช้แนวคิดในสมัยก่อน ภาวะนั้นคือการตกอยู่ในกระบวนการทะยานบินแบบไม่สิ้นสุด
ปัจจัยที่ทำให้ประเทศติดกับดักรายได้ระดับกลางมีสองอย่างด้วยกัน นั่นคือ เมื่อประเทศพัฒนาก้าวหน้าไปจนมีรายได้ระดับกลางโดยใช้การอุตสาหกรรมแบบง่ายๆ จำพวกผลิตเสื้อผ้าเป็นฐาน ค่าจ้างแรงงานของประเทศนั้นจะเพิ่มขึ้นไปสูงจนไม่สามารถผลิตสิ่งเหล่านั้นแข่งขันกับประเทศที่ยังล้าหลังและค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าได้ แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศนั้นก็ไม่มีความสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศก้าวหน้ามากๆ ในด้านการผลิตสิ่งที่สลับซับซ้อนจำพวกอุปกรณ์สื่อสารชั้นนำได้เนื่องจากไม่มีทั้งเทคโนโลยีและคนงานที่มีความสามารถสูงพอ ถ้าจะหนีให้พ้นกับดัก ประเทศนั้นจะต้องลงทุนมากทั้งในด้านการศึกษาและการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานจำพวกการสื่อสารและการคมนาคม เกาหลีใต้มักถูกยกมาเป็นตัวอย่างว่าทำได้สำเร็จในช่วงหลังๆ นี้
ในกระบวนการวิเคราะห์ว่าเพราะอะไรเกาหลีใต้จึงทำได้ในขณะที่อีกหลายสิบประเทศยังติดอยู่ในกับดักรายได้ระดับกลางทั้งที่เกาหลีมีความเสียเปรียบมากมายในด้านทรัพยากรนั้นไม่มีการพูดถึงความฉ้อฉลซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการเพิ่มต้นทุนให้สินค้า หากเรานำดัชนีชีวัดความฉ้อฉลขององค์การความโปร่งใสสากลมาเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัดรายได้ต่อหัวคนของธนาคารโลกจะเห็นว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันสูงมาก นั่นคือ ประเทศที่มีความโปร่งใสต่ำมักจะมีรายได้ต่ำด้วย เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเกาหลีใต้มีความฉ้อฉล แต่ด้วยความตระหนักว่ามันเป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนา เกาหลีใต้จึงลงโทษนักการเมืองฉ้อฉลอย่างรุนแรงถึงขั้นตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดี นอกจากนั้น อดีตประธานาธิบดีคนหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าฉ้อฉลยังมียางอายถึงกระโดดหน้าผาตายอีกด้วย จีนเป็นประเทศรายได้ระดับกลางที่ตอนนี้พยายามทำตามเกาหลีใต้โดยการสั่งประหารนักการเมืองและพนักงานของรัฐที่ฉ้อฉลแล้ว จีนจึงน่าจะเป็นประเทศต่อไปที่สามารถถีบตัวให้พ้นจากกับดักดังกล่าวได้
ทางด้านประเทศก้าวหน้า เช่น อเมริกา ระบบการศึกษาเป็นตัวสร้างปัญหาแบบคาดไม่ถึง การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศนั้นต้วมเตี้ยมมานานและคอลัมน์นี้ได้อ้างถึงแล้วว่าเพราะอะไรในบทความประจำวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังได้อ้างถึงเรื่องเอกชนทนไม่ไหวจนต้องกระโดดเข้าไปช่วยหาทางออกให้ภาครัฐ ตัวอย่างสำคัญได้แก่การเข้าไปวิจัยและทดลองของบิล เกตส์และคณะซึ่งคอลัมน์นี้เพิ่งอ้างถึงอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นอกจากนั้น เยาวชนอเมริกันยังมุ่งไขว่คว้าหาปริญญากันมากเกินไปอีกด้วย ทั้งนี้ เพราะคิดว่าปริญญาคือใบเบิกทางสำหรับงานที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะงานบริการและงานในสำนักงานต่างๆ แต่ระบบการศึกษาในขั้นมหาวิทยาลัยก็มีปัญหามานานจนตอนนี้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ล่าสุดอดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เดเรค บอค ได้พิมพ์การวิเคราะห์ปัญหาและเสนอทางแก้ออกมาเมื่อเดือนที่แล้วในรูปของหนังสือชื่อ Higher Education in American นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและเศรษฐกิจการเมือง ศาสตราจารย์โรเบิร์ต ไรช์ ได้เสนอทางแก้ไขสั้นๆ ว่า อเมริกาต้องพยายามทำตามเยอรมนี นั่นคือ เน้นการอาชีวศึกษาและการฝึกงานจริงในโรงงานมากกว่าการศึกษาเพื่อให้ได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย
ท่ามกลางความไม่กระจ่างที่อ้างถึงมานี้ โอกาสที่เมืองไทยจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปจนเป็นที่น่าพอใจยิ่งไม่กระจ่างมากกว่าเสียอีก สมมุติว่าไทยจะเน้นการอุตสาหกรรมตามคำแนะนำของธนาคารพัฒนาเอเชีย ไทยไม่น่าจะทำได้เพราะการศึกษายึดแนวอเมริกาและมีปัญหายิ่งกว่าของอเมริกามาก ทั้งในด้านคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานและในด้านความสนใจของเยาวชนซึ่งคลั่งปริญญากันมากกว่าชาวอเมริกัน นอกจากนั้น ความฉ้อฉลในเมืองไทยแพร่หลายมากและคนไทยยังไม่พร้อมที่จะลงโทษผู้ฉ้อฉลเช่นเกาหลี ด้วยเหตุเหล่านี้โอกาสที่เมืองไทยจะดีดตัวออกจากกับดักรายได้ระดับกลางแทบจะไม่มี ฉะนั้น จะทำกิจอะไรและวางแผนอนาคตอย่างไรคงต้องอิงความจริงข้อนี้









