วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตรรกะยาง ตรรกะข้าว ‘ซื้อนำ’ กับ ‘รับจำนำ’

ใครฟังคำอธิบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องราคายางพารา กับ ราคาข้าว แล้ว ก็จะเห็นความแตกต่างที่น่าสนใจ

เหมือนอยู่กันคนละโลก คนละบริบทโดยสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่อยู่ใต้หัวข้อ “ช่วยเหลือเกษตรกร” เหมือนกัน

ล่าสุด ผมฟังท่านรองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยุคล ลิ้มแหลมทอง ให้สัมภาษณ์ทาง “วิทยุจุฬา” เมื่อวานนี้ ก็สังเกตได้ถึงตรรกะที่แปลกแตกต่างทั้งๆ ที่ท่านดูแลรับผิดชอบเรื่องการช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยาง เหมือนกัน

เสียดายว่าพิธีกรไม่ได้ให้ท่านวิเคราะห์ถึงความไม่เหมือน ทั้งวิธีคิดและวิถีปฏิบัติของรัฐบาลต่อสินค้าเกษตรฯ ทั้งสองเรื่องนี้

ท่านบอกว่า ต้องยอมรับความจริงว่า ราคายางที่ขึ้นลงทุกวันนี้ ประเทศไทยไม่ได้เป็นคนกำหนดราคายาง ที่ผลิตได้ภายในประเทศกว่า 3 ล้านตัน ใช้ในประเทศเพียง 5 แสนตันเท่านั้น ที่เหลือ 70-80% เป็นการส่งออกไปต่างประเทศ

3 ประเทศหลัก ที่ผลิตยางในโลก คือ ไทย อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย

แต่ 3 ประเทศนี้ ก็ไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคายางเช่นกัน เพราะว่าราคายางในตลาดโลกถูกกำหนดโดยสิงคโปร์และญี่ปุ่น เป็นหลัก เพราะว่าสิงคโปร์เป็นประเทศคนกลางค้าขายยาง และ ญี่ปุ่น เป็นผู้ใช้รายใหญ่

และ จีน ก็กำลังจะเป็นผู้กำหนดราคาโลกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งราย ซึ่งเป็นผู้ใช้รายใหญ่เช่นกัน

ท่านรองนายกฯ บอกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลช่วยเกษตรกรชาวสวนยางด้วยนโยบาย “ซื้อนำ” (ขณะที่เรื่องข้าวเป็นนโยบาย “จำนำ”)

“เราอยากได้ที่ราคา 120 บาท เราก็ใช้วิธีซื้อนำด้วยราคานี้ หมดเงินไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท ตอนนี้มียางอยู่ในสต็อกกว่า 2 แสนตัน แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ราคายางดีขึ้น เพราะเราไม่สามารถไปดึงราคายางของตลาดโลกทั้งหมดได้...” รองนายกฯ ยุคล บอก

ท่านบอกว่า รัฐบาลจึงหาทางช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยการแก้แบบ “เบ็ดเสร็จ” นั่นคือ ไปลดต้นทุนการผลิต ด้วยการจ่ายเป็นเงินค่าปุ๋ยตรงไปที่เกษตรกรรายย่อย ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยไปแล้วกว่า 9 แสนราย รายละไม่เกิน 10 ไร่ ในวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท

รัฐมนตรีเกษตรฯ ถามว่า ถ้าชาวสวนยางต้องการได้ราคายางแผ่น กิโลกรัมละ 120 บาท ขณะที่ราคายางตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 74 บาทวันนี้ “ใครจ่าย? และต้องจ่ายไปอีกนานเท่าไร?”

คุณยุคล บอกด้วยว่า มีคนถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่เอาสต็อกยางกว่า 2 แสนตัน ขายออกไป?

“วันนี้ เมื่อเขารู้ว่าเรามีสต็อกยางกว่า 2 แสนตัน อยู่ในมือ เขาก็กดราคาเรา เราจึงพยายามจะเอายางที่อยู่ในสต็อกเรามาใช้ภายในประเทศ เพราะถ้าเราปล่อยยางในสต็อกนี้ออกไป เขาก็จะทุบราคาเราทันที...”

ไม่นับรวมสต็อกของเอกชนอีกประมาณ 3 แสนตัน

“ราคายางโลก จะไม่ขึ้น เพราะว่าราคาบิดเบือนกลไกตลาดไปแล้ว (เมื่อรัฐบาลไปซื้อนำด้วยราคาสูงกว่าตลาดโลก)...” รัฐมนตรีเกษตรฯ บอก

ผมฟังแล้วก็สงสัยว่า ถ้าหากเอาคำว่า “ข้าว” มาแทนคำว่า “ยาง” ในคำให้สัมภาษณ์นี้ จะฟังดูมีเหตุมีผลมากกว่าหรือไม่?

เพราะวันเดียวกับที่ท่านพูดเรื่อง “ยาง” ด้วยเหตุผลเช่นนี้ ก็มีคำแถลงจากรัฐบาลว่าจะรับจำนำ “ข้าว” ฤดูกาลใหม่ที่ราคา 15,000 บาท เหมือนเดิม

ไม่มีคำถามว่า “บิดเบือนกลไกราคาตลาดหรือไม่?” หรือ “ใครจ่าย?...และต้องจ่ายอีกนานเท่าไร?”

นี่คือ...ประเทศไทย