ปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าครองชีพ ราคาผลผลิตทางการเกษตร ต้นทุนพลังงาน ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัย
จนกลายเป็นปัญหาระยะสั้นให้รัฐบาลรับหน้าเพื่อจัดการไปเป็นครั้งๆ
ขณะที่ “โอกาส” ที่กำลังรออยู่ในอนาคตอย่างเช่นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่เราคุยกันมาอย่างน้อย 3 ปีว่าเป็นความหวังของบ้านเราที่จะขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคได้ แต่เออีซีจะเป็นทางออกหรือเป็นทางแก้ปัญหาระยะยาวได้จริงหรือไม่ ถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนนัก
ความหมายของเออีซี (ASEAN Economic Community) คือเขตการค้าเสรีของ 10 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบูรไน ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วถ้าพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจก็จะพูดถึงเรื่องนวัตกรรมเป็นประเด็นสำคัญ
มาถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าบ้านเรายังไปไม่ถึงฝั่งฝันเรื่องนวัตกรรมอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่พยายามหาทางยกระดับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นนวัตกรรมภายในประเทศแต่ไม่มีใครสามารถต่อยอดธุรกิจตัวเองด้วยทรัพย์สินทางปัญญาได้ในวงกว้าง
การค้าของเรายังเน้นการซื้อมาขายไปเป็นหลัก ขณะที่การใช้เทคโนโลยีในประเทศก็ยังเน้นการดัดแปลงหรือเลียนแบบต่างประเทศกันอยู่ การประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจจึงเป็นเพียงการนำเข้าเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากกว่าจะที่ต่อยอดและส่งออกไปเพิ่มรายได้
ก็ได้แต่หวังว่าเรื่องเออีซีคงแตกต่างจากพัฒนาการเรื่องนวัตกรรมที่พูดคุยกันมายาวนานแต่ไม่เกิดมรรคผลใดๆ และไม่อยากให้อีกสิบปีข้างหน้าต้องมาพูดคุยกันเรื่องเดิมๆ เช่นว่าเราจะได้อะไรจากเออีซี และจะปรับตัวเข้ากับเออีซีได้อย่างไร
ถึงวันนี้แล้ว คงไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าถึงประโยชน์ของเออีซี แต่จะเพิ่มความสามารถให้ตัวเองเพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นในโซนเดียวกันได้อย่างไรต่างหากเป็นประเด็นที่ควรต้องขบคิดให้หนักๆ เพราะมีแนวทางและเทคนิคในการปรับตัวมากมาย บางอย่างอาจเหมาะกับเราแต่บางอย่างก็อาจไม่ใช่
หากเราเป็นนักกีฬาในวันนี้ก็จะพบกับรองเท้ากีฬารุ่นใหม่มากมายที่มีลูกเล่นสารพัด ส่วนใหญ่จะเน้นที่การออกแบบที่ช่วยลดแรงกระแทกทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น ขณะที่วัสดุสมัยใหม่ก็ช่วยให้น้ำหนักเบาลงมาก ยิ่งถ้าเล่นบาสเกตบอลก็ยิ่งช่วยให้ควบคุมทิศทางเวลาเล่นได้ดีขึ้นด้วย
รองเท้าจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เล่นได้เปรียบคู่แข่งขัน เพราะช่วยให้คล่องตัวหรือทำเวลาได้ดีขึ้น แต่เราอาจหลงลืมไปว่าการแพ้ชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของรองเท้าที่ผู้เล่นสวมใส่ แต่ความสามารถและการฝึกฝนของนักกีฬาแต่ละคนต่างหากคือประเด็นที่สำคัญที่สุด ผมยังไม่เคยเห็นใครเป็นแชมป์ได้เพียงเพราะเขามีรองเท้าที่ดีที่สุด
แต่การจะแสวงหาความได้เปรียบในเวทีที่เปิดกว้างอย่างเออีซีนี้ต้องมองหากรณีศึกษาและบทเรียนจากประเทศต่างๆ ให้มากที่สุด ซึ่งผมมีตัวอย่างที่น่าสนใจจากญี่ปุ่นที่ต้องขอเล่าสู่กันฟังในฉบับวันอังคารหน้าครับ






