ให้เป็นเครื่องเตือนสติสมาชิกรัฐสภาไทย ในขณะที่ท่านทั้งหลายกำลังเถียงกัน เพื่อออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเสียงข้างมากในสภาต้องการให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง โดยให้ยกเลิก ส.ว.สรรหา ในทันทีที่กฎหมายประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เรียกว่า ประหารชีวิต ส.ว.สรรหา กันเลยทีเดียว ซึ่งตามหลักสากลแล้วไม่มีกฎหมายลักษณะเช่นนี้แล้ว
>>> ประวัติความเป็นมาของข้อห้ามกฎหมาย "จำกัดตัดสิทธิพลเมือง" คือ พระราชบัญญัติออกโดยรัฐสภาอังกฤษ ตราออกมาประหารชีวิตบุคคลใดหรือคนหลายคนโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันในคริสต์ศตวรรษที่ 16, 17, และ 18 อังกฤษ ใช้กฎหมายนี้กับกลุ่มคนที่พยายามข่มขู่ ล้มล้างรัฐบาล
>>> กฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง ยังครอบคลุมไปถึงการริบราชบาตร (Corryelion of blood) หมายถึง ผู้ที่ถูกจำกัดตัดสิทธิที่มีบทบาทโดยธรรม ทายาทโดยธรรมเหล่านั้นไม่อาจสืบมรดกได้ กฎหมายแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวและการลงทัณฑ์ (The bills of pains andpenalties) ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันนี้
>>> กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดโทษไว้ไม่มีการลงโทษประหาร ตัวอย่างเช่น "การกำจัดออกไป" หรือ "เนรเทศ" หรือ "ตัดสิทธิ" มิให้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือการขับให้บุตรชายของบุคคลที่กฎหมายบัญญัติไว้ออกจากรัฐสภา ส่วนใหญ่กฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง และกฎหมายแห่งการเจ็บปวดรวดร้าว และลงทัณฑ์จะระบุชื่อฝ่ายที่ต้องการบังคับใช้ลงไป ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เพียงแต่บรรยายไว้กว้างให้เป็นที่รู้ บางฉบับก็บัญญัติเปิดช่องว่างไว้ให้ฝ่ายที่ถูกระบุชื่อหลุดรอดไปจากโทษ อีกบางส่วนไม่เป็นเช่นที่กล่าว
>>>การใช้กฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง และกฎหมายแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวและลงทัณฑ์ ไม่จำกัดการใช้เฉพาะอังกฤษ โดยระหว่างสงครามที่สหรัฐ ต้องการปลดแอกจากอังกฤษ สภานิติบัญญัติทั้ง 13 มลรัฐผ่านกฎหมายออกมาเพื่อบังคับใช้กับพรรคโทรี่ (Tories) ในพระราชบัญญัติที่ออกมาบังคับใช้หลายฉบับนั้น ส่วนใหญ่จำกัดตัดสิทธิพลเมืองและกฎหมายแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวและการลงทัณฑ์
>>> ประวัติศาสตร์ ได้ทำให้เห็นแนวทางรูปแบบกว้างขวาง หลากหลาย วัตถุประสงค์ และผลของกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง ในเวลาก่อนจะมีรัฐธรรมนูญ ชี้ให้เห็นขอบเขตกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง และมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาร่วมสมัย ในที่สุดสามารถหาได้จากความพยายาม ที่จะต้องยอมรับเหตุผลที่ต้องบัญญัติถึงไว้ในรัฐธรรมนูญ และความชั่วร้ายที่เป็นความมุ่งหวังที่จะกำจัดให้สิ้นไป
>>>รัฐธรรมนูญ แบ่งรัฐบาลแห่งชาติออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถาบันในทางความคิด ที่ว่าแนวคิดเช่นว่าจะเสริมส่งความมีประสิทธิภาพของรัฐบาล แต่จะเป็นเหมือนขวากหนามขวางกั้น "ระบบทรราชย์" ซึ่งเป็นความคิดที่โต้แย้งกับเรื่องความมีประสิทธิภาพของรัฐบาล ถ้าอำนาจของรัฐบาล แบ่งเป็นส่วน และถ้าจะมีนโยบายแห่งรัฐที่นำมาใช้โดยการให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ สามารถผ่านกฎหมาย สามารถใช้อำนาจตุลาการ และใช้อำนาจบริหาร บังคับใช้จะไม่มีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดๆ จะสามารถตรวจสอบเจตนารมณ์เช่นว่านั้นได้ว่าเป็นเช่นใด
>>> เจมส์ แมดิสัน บอกว่า “การรวบรวมเอาอำนาจทั้งหมด คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการไว้ในมือมือเดียว ไม่ว่าจะเป็นของคนคนเดียว บางคน หรือหลายๆ คน และไม่ว่าด้วยการสืบทางสายเลือด ทั้งด้วยตนเองหรือโดยเลือกตั้ง อาจจะเรียกหรือขนานนามในนิยามของคำว่า "ทรราชย์"









