วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทอท. องค์กร'ไร้หัว'

จนถึงขณะนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ยังไม่สามารถสรรหาบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ได้ แม้จะเปิดรับสมัครกันไปแล้วหลายรอบ ทั้งที่ตำแหน่งนี้ว่างลงตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2555 หลังบอร์ด ทอท.มีมติยกเลิกสัญญาว่าจ้าง ว่าที่เรืออากาศโทอนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร เท่ากับว่าทอท.อยู่ในสภาพ"ไร้หัว"มาเป็นเวลาเกือบ 9 เดือน และคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

น่าแปลกที่องค์กรชั้นนำของประเทศ มีรายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ สามารถสร้างผลกำไรได้ต่อเนื่องทุกปี กลับไม่สามารถหานักบริหารมืออาชีพมาบริหารจัดการดูแลองค์กรได้

ในครั้งที่ทอท.เปิดรับสมัครครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2556 มีผู้มายื่นใบสมัครเพียงรายเดียวคือ พฤทธิ์ บุปผาคำ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งการมีผู้สมัครเพียงรายเดียวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาคือพฤทธิ์ถูกให้ออกจากการบินไทย กรณีการจัดซื้อพื้นที่ระวางบรรทุกสินค้าในเครื่องบินโบอิง 777-200 LRF จำนวน 2 ลำ จากบริษัท เซาท์เธิร์น แอร์ จำกัด ประกอบกับระยะเวลาที่พฤทธิ์ออกจากการบินไทยยังไม่นานพอที่จะทำงานในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบินไทยได้ ประเด็นเหล่านี้จึงนำมาสู่ความไม่ลงตัวในช่วงระยะเวลานั้น แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยน โอกาสของพฤทธิ์จึงกลับมาอีกครั้ง

ในการเปิดรับสมัครครั้งล่าสุดมีผู้ยื่นใบสมัคร 4 คน คนที่มาแรงและถูกจับตาว่าอาจได้รับการคัดเลือกเป็นเอ็มดี ทอท.คนใหม่ คือ ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าแนบแน่นกับ"ผู้นำหญิง" โดยเบียดมาสูสีคู่คี่กับพฤทธิ์ แต่ ชนัญญารักษ์ กลับแผ่วปลาย และมีความเป็นไปได้สูงที่ ทอท.จะล้มการสรรหาครั้งนี้ และเปิดรับสมัครใหม่อีกครั้ง ...สุดท้ายคงต้องวัดใจ"ผู้ชายดูไบ"ว่าจะไว้วางใจใครให้มาดำรงตำแหน่งเอ็มดีในองค์กรที่เป็นหนึ่งในแหล่งขุมประโยชน์ที่สำคัญแห่งนี้

ภารกิจสำคัญของเอ็มดี ทอท.คนใหม่คือการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับการพัฒนาระยะที่ 3 การก่อสร้างรันเวย์สำรอง ความยาว 2,900 เมตร มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อลดปัญหาความแออัดในขณะที่ยังไม่สามารถก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ 3 ได้ เพราะติดปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโครงการลงทุนตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการลงทุนเหล่านี้ต้องการ"ตัวจริงเสียงจริง"มาบัญชาการและจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย

แต่บางทีการไร้ซึ่งแม่ทัพตัวจริง อาจเป็นแนวทางที่หลายฝ่ายพ้องต้องกันว่าน่าจะเหมาะสมในช่วงนี้ เพราะน่าจะเป็นโอกาสดีในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ให้ลงตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่มาทำหน้าที่ให้บริการขับสะพานเทียบเครื่องบินแทนกลุ่ม "เจ็มมินาย" ซึ่งมาจากขั้วอำนาจเก่า รวมทั้งการคัดเลือกผู้รับสัมปทานติดตั้งป้ายโฆษณาบนสะพานเทียบเครื่องบิน

รายใหม่ที่ว่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น"คนหน้าเดิม"ที่รู้จักกันดีในแวดวง เมื่อกลับมาอยู่ในขั้วอำนาจอีกครั้งก็เป็นธรรมดาที่ต้องคิดถึงช่องทางทำมาหากิน ไม่แน่ใจว่าคราวนี้จะลงทุนทำเอง หรือแค่หักหัวคิวเหมือนที่ทำมาในอดีต เพราะน่าจะเป็นวิธีที่ถนัดและคุ้นเคย ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถใดๆ แค่ใช้คอนเนคชั่นก็พอแล้ว