ศาสตร์แห่งการทำนายดวงชะตา ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษยชาติมาอย่างยาวนาน โดยที่มันไม่ได้หยุดนิ่ง
หากมีการปรับตัวไปตามยุคสมัย จนใครจะรู้ว่าเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ระบุในซิมการ์ดนั้นก็นำมากลายเป็นเครื่องมือในการทำนายทายทักดวงชะตาผู้ใช้ได้ ซึ่งบทความครั้งนี้ ผมเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนของผมเองที่ผันตัวมาทำอาชีพเสริมเป็นนักดูดวงและเปลี่ยนแปลงโชคชะตาโดยใช้เบอร์จากซิมโทรศัพท์ วัตถุประสงค์ของผมไม่ได้ต้องการจะช่วยโฆษณาหรือชักชวนให้เชื่อนะครับ หากแต่ว่าอยากจะลองหยิบยกแง่มุมที่น่าสนใจของปรากฏการณ์ดังกล่าวมาพูดถึงในมุมมองเศรษฐศาสตร์กัน
อันดับแรกผมขอพูดถึงหลักการคร่าวๆ เสียก่อน ซึ่งผมพอจับหลักการจากวงสนทนาที่เขาทำนาย ขายซิมให้ลูกค้าคนอื่น (ซึ่งไม่พ้นก็เอามาขายเพื่อนด้วยกัน) วิธีการดูตัวเลขนั้นจะพิจารณาแค่เจ็ดหลักสุดท้าย (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่สามตัวหน้าคงเป็นแค่รหัสประเทศกระมัง) และพิจารณาความหมายเป็นคู่ๆ ไปจนหมด เช่น เบอร์ 081-3356xxx ก็จะตัดเลขสามตัวหน้าทิ้ง และเริ่มจากการดูความหมายของเลข 33 ต่อมาด้วย 35 ต่อด้วย 56 ต่อด้วย 6x ไปเรื่อยๆ จนหมดแถว ซึ่งจะทำให้ได้ชุดตัวเลขหกคู่ด้วยกัน และตีความโดยพิจารณาความหมายของเลขแต่ละคู่เข้าด้วยกันและออกมาเป็นภาพรวมดวงชะตาของผู้ใช้ซิม เท่านั้นยังไม่พอ บริการทำนายดวงจากซิม ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนดวงชะตา โดยถ้าหากหมายเลขที่ใช้อยู่อาจจะดูแล้ว ดวงไม่ดี งานไม่รุ่ง รักคุด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยเปลี่ยนเบอร์มือถือ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลครับ บางคนไม่เชื่อเลย บางคนเชื่อนิดหน่อย จะเปลี่ยนเบอร์ก็เพื่อความสบายใจ หรือบางคนก็เชื่อสุดลิ่มประตู (เช่นเพื่อนผมเองเชื่ออย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าการเปลี่ยนเบอร์จะสามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ตามที่เราต้องการจริงๆ)
ในมุมมองของผมนั้นศาสตร์แห่งการทำนายรูปแบบต่างๆ รวมถึงดูเบอร์มือถือนั้นอาจมีความใกล้เคียงกับสถิติบ้าง (ไม่ได้หมายความว่าสอดคล้องกับระเบียบวิธีทางสถิตินะครับ) โดยอาจมองได้ว่าหลักการกว้างๆ ของการทำนายดวงคือการพิจารณาความหมาย/ตีความ โดยอิงกับดัชนีหรือตัวอ้างอิงต่างๆ เช่น การโคจรของดวงดาว หน้าไพ่ รูปหน้ารวมถึงตา หู จมูก ปาก หรือในกรณีนี้ก็คือหมายเลขโทรศัพท์ โดยดัชนีหรือตัวอย่างถึงได้ถูกสังเกตการณ์ในรูปแบบของความถี่ว่า ถ้าหากเลขนี้คู่กันมันจะทำให้ดวงเป็นแบบนี้ หรือแบบนั้นเป็นต้น
ซึ่งบรรดาคนที่เชื่อการดูดวงมักมีจุดร่วมกันว่า หมอดูคนนั้น “แม่น” ทำนายได้ตรงเป๊ะ ซึ่งตรงนี้ผมอยากเสนอว่าธรรมชาติของมนุษย์เรานั้นมีแง่มุมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจที่ว่า คนเรามักจะมี “confirmation bias” กล่าวคือเรามักชื่นชอบและเอนเอียงไปยังข้อมูลที่สามารถมายืนยันความเชื่อในใจเรา ซึ่งอคติดังกล่าวก็เป็นผลพวงมาจากคุณลักษณะอีกประการก็คือ คนเรามักจะเลือกรับรู้เฉพาะสิ่งที่เราอยากจะเชื่อนั่นเอง หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า “selective perception” ดังนั้น ไอ้สิ่งที่ว่าแม่นมันอาจจะไม่แม่นก็ได้นะครับ ถ้าหากลองสังเกตให้ดี หลายครั้งเราจะเห็นคำทำนายที่มักออกมาแนวกว้างๆ ไว้ก่อน แต่ด้วยคุณลักษณะทางจิตวิทยาของเรา ทำให้เราเลือกรับและเชื่อไอ้ตรงเฉพาะที่มันโดนใจเท่านั้น โดยละเลยไอ้ที่ไม่ตรงอื่นๆ ไปซะงั้น
มาถึงประเด็นหลักที่อยากพูดถึงคือ เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยตรรกแห่งการบริโภคที่เกี่ยวพันกับการทำนายซิม กล่าวคือในภาพรวมนั้นสินค้าต่างๆ จะประกอบด้วยคุณค่าสามประการคือ คุณค่าการใช้สอย อันเกี่ยวเนื่องกับคุณลักษณะการใช้ประโยชน์ของสินค้านั้นๆ คุณค่าในการแลกเปลี่ยน ซึ่งมองง่ายๆ ก็คือราคาของสินค้านั่นเอง และ คุณค่าเชิงสัญญะ ซึ่งเกี่ยวพันถึงการบริโภคเพื่อสร้างนิยามและความหมายให้แก่ตนเองโดยผ่านตัวสินค้า โดยที่อาจจะมีหรือไม่มีความสัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยของสินค้านั้นๆ ก็เป็นได้ เช่น บางคนชอบใส่นาฬิกาหรูเพื่อต้องการสื่อถึงความเป็นผู้มีรสนิยม เป็นต้น
เมื่อพิจารณาที่ตัวซิมโทรศัพท์และศาสตร์แห่งการทำนายจะพบว่ามันมีความเกี่ยวพันกับคุณค่าการใช้สอยและแลกเปลี่ยนอย่างสำคัญ กล่าวคือ คุณค่าการใช้สอยของมันไม่มีอะไรมากกว่าเป็นตัวรับสัญญาณโทรศัพท์ ตัวเลขบนซิมนั้นก็ไม่มีอะไรมากกว่าการเป็นเครื่องมือให้เราโทรไปหาคนถูกคนไม่ผิดเบอร์ ดังนั้น ตัวซิมการ์ดเองจึงไม่ใช่ของที่มีราคาสูงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ภายใต้ศาสตร์แห่งการทำนายเบอร์ซิมการ์ด ผมอยากจะเรียกว่ามันก่อให้เกิดการ “ปั่น” ให้เกิดคุณค่าในการใช้สอย (เทียม) ใหม่ขึ้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของสินค้าและไม่ได้เป็นคุณค่าเชิงสัญญะด้วยกล่าวคือเราไม่ได้ใช้เบอร์เพื่อไว้ให้เพื่อนโทรหาเท่านั้น แต่ซื้อเพราะต้องการ “ดวงดี” เพราะเบอร์ได้ถูกผูกกับความหมายบางอย่าง ที่ทำให้เชื่อว่ามีผลต่อชะตาชีวิตของเรา (ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมายืนยันว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ ถ้าว่ากันตามเหตุและผล)
ในแง่ของคุณค่าแลกเปลี่ยนหรือราคาต้องพิจารณาจากธุรกิจที่ตามมาจากการทำนายซิมคือ การจัดหาหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและนำไปสู่การบวกราคาของซิมดวงดีให้สูงขึ้นหลายเท่าตัวเช่น สมมติราคาซิมปกติ 60 บาท เมื่อซื้อจากนักทำนายเราอาจจะต้องซื้อในราคา 400 - 1,000 บาท หรือหลายพัน หรือเป็นหมื่น ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนจับเบอร์มา เป็นนักทำนาย big name หรือไม่ รวมถึงคุณลักษณะอื่นๆ ของเบอร์ด้วย เช่น เลขสวยหรือไม่ เป็นต้น (แต่กรณีที่ผมเจอมาคือไม่เน้นเลขสวยครับ แต่เน้นความหมายของตัวเลข และขายเพื่อเปลี่ยนดวงอย่างเดียว ส่วนความต้องการมีเลขสวยก็จะเกี่ยวพันกับการบริโภคเพื่อสัญญะด้วย)
ตรงนี้ถ้าหากมองอย่างแฟร์ๆ อาจพูดได้ว่าเพราะหมอดูหรือผู้ให้บริการมีต้นทุนทำให้ราคาจำต้องสูงขึ้น โดยมีต้นทุนสองส่วนคือ (อันนี้ผมมองจากตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือ เป็นผู้ประกอบการแบบ self-employed ที่ดูดวงเองขายซิมเอง) หนึ่ง คือต้นทุนที่เกิดจากแรงงานที่ให้คำปรึกษาและทำนายทายเบอร์โทรศัพท์ และ สอง ต้นทุนในการเสาะหาเบอร์ที่เพื่อตอบสนองต่อคุณค่าการใช้สอยเทียมที่หลากหลายของผู้บริโภค เช่น บางคนอยากมีหญิงตรึม บางคนอยากมีคนอุปถัมภ์ บางคนอยากทำธุรกิจราบรื่น (มีซิมทำธุรกิจด้านมืดหรือสีเทาฉลุยด้วยนะครับถ้าอยากจะลอง) คุณค่าใช้สอยเทียมนี้ได้ถูกบวกเข้าไปและทำให้ราคาซิมสูงขึ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อพิจารณาอัตราราคาเพิ่มขึ้นถ้าหากดูเป็นร้อยละแล้วจะพบว่า ต่ำที่สุดถ้าจะซื้อเราก็ถูกบวกราคาเพิ่มเกือบ 700 เปอร์เซ็นต์นะครับ (ลองพิจารณาดูเอาเองนะครับว่าสมเหตุผลหรือไม่)
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะให้คิดซักเล็กน้อย แค่ตัวเลขโทรศัพท์มันเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ หรือ แค่เปลี่ยนตัวเลขแล้วเราจะกลายเป็นคนใหม่ที่อาจจะขยัน บุคลิกภาพดีขึ้นเนื้อหอมกว่าเดิม (แต่ที่ผมเจอมาเจ้าตัวที่เป็นคนขายบอกแบบนี้จริงๆ นะว่าพอเปลี่ยนเบอร์แล้วบุคลิกเปลี่ยน ว่าไปนั่น) หรือให้ถึงที่สุดแล้วมันมีจริงๆ หรือครับที่แค่เปลี่ยนตัวเลขและนั่งกระดิกเท้าชีวิตเราจะดีขึ้นได้ สำหรับผมมองว่าวิธีที่ดีที่สุดน่าจะเริ่มพิจารณาจากตัวเราและเหตุปัจจัยรอบตัวเราก่อนดีกว่าครับก่อนที่จะวิ่งไปหาหมอดู









