จีนกับเกาหลีเหนือ เป็นเพื่อนรักกันมายาวนาน... วันนี้มีข่าวว่าพี่ใหญ่กำลังหงุดหงิดกับน้องจอมซ่า
เพราะว่าผู้นำโสมแดงคนใหม่ คิมจองอึน ทดลองนิวเคลียร์เป็นครั้งที่สามในไม่กี่ปี (ปี 2006 ครั้งหนึ่ง และ 2009 อีกรอบหนึ่ง) ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้นี่เอง
ปักกิ่งได้กระซิบเปียงยางมาตลอดว่าเรื่องอะไรๆ ก็พอจะพูดกันรู้เรื่อง เพราะคบกันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่และคุณพ่อ แต่เรื่องทดลองนิวเคลียร์นั้น อย่าได้ทำอีก เพราะผู้นำจีนคนใหม่ สีจิ้นผิง ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เรื่องนี้
ลึกๆ แล้ว ผู้นำจีนคนใหม่ วัย 59 กับ “ท่านผู้นำ” เกาหลีเหนือ ที่เพิ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งอายุแค่ 29 เรียกว่าคนละวัยคนละรุ่น และอาจจะกำลังพูดกันคนละภาษา
สาเหตุที่ทำให้นักสังเกตการณ์มองว่า มังกรยักษ์กำลังอึดอัดกับเพื่อนบ้านที่คบหากันมายาวนาน ก็เพราะปักกิ่ง แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ อย่างออกนอกหน้า
อาการที่เปลี่ยนไปน่าสนใจ ตรงที่ว่าหลังจาก เปียงยาง ทดลองนิวเคลียร์เมื่อตุลาคม 2006 รัฐบาลจีนเห็นพ้องกับมติคณะมนตรีความมั่นคง ที่ 1718 ซึ่งเป็นมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ
ก่อนหน้านี้ จีน เคยออกมาปกป้องเกาหลีเหนือเกือบทุกกรณี แต่กรณีนี้เป็นครั้งแรกที่ปักกิ่งแสดงท่าที “ไม่เล่นด้วย” กับเปียงยาง อย่างเป็นทางการ
เป็นการแสดงท่าทีที่เปลี่ยนจาก “การทูต” เป็นการ “ลงโทษ” อย่างเปิดเผย
ถ้าเป็นภาษาการทูตแบบจีน ก็คือ การ “สั่งสอน” แบบเบาๆ ก่อน เหมือนจะบอกว่า “ทีหลังอย่าซน”
แต่ คิมจองอึน ดูเหมือนว่าจะไม่ตอบสนอง ยังมีการทดลองนิวเคลียร์อีกรอบหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2009 และ จีน ก็เห็นพ้องกับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงอื่นๆ (รวมทั้งสหรัฐ) ในการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นอีก
เท่ากับว่า จีน ส่งสัญญาณเตือนไปรอบสอง แต่ "คิมหนุ่ม" ทำหูทวนลม
พอ เปียงยาง ทดลองนิวเคลียร์รอบสาม กระทรวงต่างประเทศจีน ก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆ อีกต่อไป เรียกทูตเกาหลีเหนือประจำปักกิ่งไปประท้วง และเรียกร้องให้มีการเจรจาลดและเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือด้วย
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าจีน เป็น “พี่ใหญ่” เกาหลีเหนือ มาช้านาน ดังนั้น จึงสามารถจะสั่งซ้ายหันขวาหันเพื่อนบ้านเกาหลีเหนือได้ เพราะความช่วยเหลือส่วนใหญ่ของประเทศนี้มาจากจีน
อีกทั้งที่ผ่านมา ปักกิ่ง ก็ออกมาปกป้องเกาหลีเหนือทุกครั้งที่ถูกโลกตะวันตกกดดันและวิจารณ์
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมไม่เชื่อว่าจีนสั่งเกาหลีเหนือได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ คิมจองอึน เป็นคนรุ่นใหม่ที่พยายามจะแสดงถึงความเป็นตัวของตัวเอง จีนกระซิบที่ข้างหูได้ แต่จะสั่งให้ทำหรือไม่ทำอะไรตามใจปักกิ่งทุกเรื่องไม่ได้
ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนรุ่นใหม่อย่าง สีจิ้นผิง ก็คบหากับอเมริกาใกล้ชิดขึ้น เพราะรู้ว่าจะต้องพึ่งพาสหรัฐ ทางด้านการค้าการลงทุนและเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าเดิม ความผูกพันเก่าๆ กับเกาหลีเหนือ ไม่สามารถจะกลายเป็นวาระต้นๆ แห่งนโยบายต่างประเทศของจีนได้อีกต่อไป
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาหลีเหนือ ยังต้องพึ่งพาจีนทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงไม่น้อย ดังนั้น ไม่ว่า คิมจองอึน จะต้องการเอาตัวเองออกจากเงาของปักกิ่งมากเพียงใด ก็ย่อมตระหนักถึงความสำคัญของการคบหาจีนต่อไป ไม่อาจจะทำอะไรถึงขั้นแตกหักกับจีนได้ เพราะรู้ดีว่าอีกด้านหนึ่ง จีนก็กำลังพูดคุยกับผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่ปักคุนเฮ อย่างสนิทสนมกว่าเดิม...อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่จีนก็จะไม่บีบเกาหลีเหนือมากเกินความจำเป็น เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว จีนก็ไม่ต้องการให้เกาหลีเหนือ มีปัญหาหนักหน่วงถึงขั้นที่จะล่มสลาย เพราะความอ่อนปวกเปียกทางเศรษฐกิจหรือเกิดการลุกฮือของทหารบางกลุ่มภายในประเทศ
เพราะหากว่า เกาหลีเหนือ เป็นอะไรไป จีน ก็จะพลอยลำบากไปด้วย...อย่างแน่นอน









