เมื่อสำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ว่า
โฆษกหญิงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เซซิล พูอิลลี แถลงว่า ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งกำลังจะเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์นี้ อาจเป็นการลดโทษให้กับบุคคลผู้เกี่ยวข้อง กับการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบในระหว่างการใช้กำลังทหาร ปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2553
>>> โฆษกหญิงของ UNHCR บอกต่อไปว่า รัฐบาลไทยควรจะต้องแน่ใจว่า การนิรโทษกรรมใดๆ ก็ตาม จะต้องไม่รวมไปถึงผู้ที่จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และใช้มาตรการเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว และรัฐบาลไทยจะสร้างเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญ หากยังปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของไทย รวมถึงคุมตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบการเสียชีวิตของประชาชน 90 คนและบาดเจ็บอีกนับพันคนในระหว่างชุมนุมประท้วงดังกล่าว
>>> สหประชาชาติ และ สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ตั้ง Respond and Protected (R&P) ขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใน บอสเนีย ราวันดา และดาฟู โดยเขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่ใดๆ ในโลกนี้ โดยเฉพาะที่ดาฟู ได้ออก declaration of principles darfur ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจ
>>> แนวคิดนี้ดำเนินการอย่างจริงๆ จัง เมื่อปี 1975 ที่สิงคโปร โดยคนริเริ่มคือประเทศอาณานิคมของอังกฤษ จนนำมาสู่การเริ่มร่างสนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน ปี 1998 โดยประชุมกันที่แอฟริกา หลักการคือนำเอากฎหมายประเพณีปฏิบัติ มาบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร และลงมติบังคับใช้ปี 2003 กระทั่งเกิดสนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน ปี 2004
>>> เมื่อ 2 ปีมานี้ สหประชาชาติ เดินทางไปถอดถอนประธานศาลสูงประเทศฮังการี เพราะกระทำการด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ เหมือนสภาผู้แทนราษฎรไทยกำลังทำอยู่เวลานี้ เรื่องคอร์รัปชัน นั้นโลกรับไม่ได้ ไม่ว่าคอร์รัปชันเงิน หรือคอร์รัปชันโดยใช้อำนาจ
>>> สหประชาชาติ เขาแสดงบทบาทนี้เพราะคอร์รัปชัน เป็นรากฐานของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในบอสเนีย และแอฟริกาใต้ สหประชาชาติ ได้ตั้ง UNSOC (คณะกรรมการที่เกี่ยวกับปราบปรามคอร์รัปชัน การปราบปรามอาชญากรยาเสพติด และค้ามนุษย์) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เวียนนา ฮังการี และทันทีที่มีคนร้องเข้าไป เขาดำเนินการเอาผิดทันที ทั้งนี้เพื่อให้รู้ว่ากฎหมายนี้มีความหมาย
>>> สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา จึงต้องคอยดูว่ารัฐบาลไทยจะโดนเล่นงานทั้งหมด เพราะความผิดระลอกที่ 1 คือการเข่นฆ่าประชาชนเมื่อปี 2553 ระลอกที่ 2 คือการออกฎหมายล้างผิดให้กับผู้สั่งการ
>>> ส่วน UNHCR ถือเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง เป็นผู้บังคับตามสนธิสัญญา ที่เขาส่งเอกสารมาก็เพื่อเป็นการเตือนว่าอย่าทำ เพราะถ้าทำแล้วจะเกิดอะไรตามมา
>>> กรณีเช่นนี้หากมีคนไทย ส่งเรื่องไปที่ R&P จะเป็นไฟเตือนให้สหประชาชาติ เข้ามาดำเนินการทันที
>>> 12 สิงหาคม นี้ สรุพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ บอกจะเชิญ UNHCR มาพบที่กระทรวงการต่างประเทศ ความจริงแล้ว ต้องเชิญเขามาอยู่แล้ว ต้องปูพรมต้อนรับเขามากกว่า และเขาจะถามว่า คุณจะดำเนินการตามที่แนะนำหรือไม่









