สื่อสังคมออนไลน์ หรือที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย นับว่าเป็นช่องทางการสื่อสารที่ถือว่าฮิตติดลมบน ทั้ง Facebook YouTube หรือแม้แต่ Twitter
ที่เรียกว่าได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเองก็อาศัยช่องทางโซเชียลมีเดีย ในการติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสาร งานด้านวิชาการ และความเป็นไปในภาคอุตสาหกรรมด้วยเหมือนกัน ซึ่งวันก่อนได้ไปเห็น Clip ที่ถูกโพสต์ใน YouTube จากการค้นหาคำว่า “เกษตรพันธสัญญา” ทำให้ตกใจและคิดว่าไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ เพราะเป็นคลิปวีดีโอที่คลาดเคลื่อนจากความจริงไปมากพอสมควร จนอาจกลายเป็นการทำลายระบบเกษตรพันธสัญญา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คอนแทรคฟาร์ม (Contract Farming) ยิ่งไปกว่านั้นคือการทำลายภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ซึ่งรัฐบาลกำลังเดินหน้าผลักดันนโยบายเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ สู่เป้าหมาย “ครัวของโลก” จนเป็นเหมือนธงชัยที่ประเทศไทยได้นำไปปักในประเทศผู้นำเข้าอาหารของไทย ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และช่วยนำเข้าเงินตราต่างประเทศมาตลอด
หากมาดูที่ตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรปศุสัตว์ ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในปี 2555 ที่ผ่านมา จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่มีปริมาณส่งออกรวมมากถึง 538,105 ตัน มีมูลค่าถึง 67.85 หมื่นล้านบาท สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 (ม.ค.-มิ.ย.) สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ได้ถึง 243,131 ตัน คิดเป็นมูลค่า 31.13 หมื่นล้านบาท สำหรับการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์รวมนั้น พบว่าในปี 2555 มีปริมาณสูงถึง 14,417 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2.72 พันล้านบาท ส่วนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 มีการส่งออก 8,119 ตัน มีมูลค่า 1.31 พันล้านบาท มีตลาดส่งออกหลักคือ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ประเทศในกลุ่มอาเซียน และเกาหลีใต้ ตามลำดับ
ด้านสินค้าประมงที่มีกุ้งที่ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก และเป็นพระเอกที่สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยมากมายนั้น ในปี 2556 มีปริมาณการส่งออกกุ้งปรุงแต่ง 166,627 ตัน มูลค่ารวม 5.04 หมื่นล้านบาท ช่วงม.ค.-มิ.ย.ปี 2556 ส่งออก 56,436 ตัน มูลค่า 1.71 หมื่นล้านบาท สำหรับกุ้งสดแช่เย็นจนแข็ง มีปริมาณรวม 177,903 ตัน มูลค่ารวม 4.52 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2556 ในช่วง 6 เดือนแรก ปริมาณส่งออกรวม 47,443 ตัน มีมูลค่า 1.30 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา เกาหลี ฯลฯ ตามลำดับ
ตัวเลขส่งออกที่หยิบยกมานี้ เป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมั่นใจจากตลาดต่างประเทศในสินค้าเกษตรของไทยว่ามีความปลอดภัยและมาตรฐานการผลิตระดับโลก ซึ่งความปลอดภัยทางอาหารเป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ต่างๆ ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือควบคุมการนำเข้าสินค้าอาหาร นับวันจะมีการออกมาตรการรวมทั้งกฎระเบียบและเงื่อนไขการนำเข้าที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ล่าสุดที่สหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการบังคับใช้ Food Safety Modernization Act (FSMA) ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ เพื่อยกระดับการควบคุมความปลอดภัยทางอาหารสำหรับสินค้าอาหารทุกประเภทที่นำเข้าและจำหน่ายในสหรัฐฯ ใหม่ โดยจะมีการตรวจสอบกระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าเข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบโรงงานผลิตด้วย นี่ก็เป็นอีกมาตรการที่ผู้ผลิตของไทยต้องหันมาให้ความสำคัญเพิ่มมากยิ่งขึ้น มาตรการดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกของไทยที่ส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งไทยต้องเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย นอกเหนือจากที่เคยดำเนินการอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว เพราะกว่าสินค้าไทยจะไปผงาดในตลาดของประเทศต่างๆ เหล่านี้ได้ ต้องผ่านการตรวจสอบกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมส่งออก
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ต้องบอกว่า มาตรฐานการผลิตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศหรือเพื่อส่งออกก็ตาม ต่างอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เพราะในการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองมาตรฐานต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการนั้นเป็นการตรวจทั้งระบบ ไม่ใช่เข้าไปดูฟาร์มโชว์หรือโรงงานแปรรูปที่ถูกตระเตรียมไว้เพื่อให้ผู้ตรวจสอบเข้าไปดูได้ เพราะการเข้าตรวจสอบนั้นเป็นแบบเคาะประตูบ้านโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งไม่สามารถจัดเตรียมได้เลย แต่ต้องมีมาตรฐานที่ดำเนินการโดยปกติที่พร้อมจะให้เข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทำให้กระบวนการจัดการทั้งหมดต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลี้ยงในระบบมาตรฐาน การใช้อาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละประเภท ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญ การใช้ยา-วัคซีนภายใต้การควบคุมของกรมปศุสัตว์เพื่อไม่ให้มีการของเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่อาจจะกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค การขนส่งที่มีมาตรฐานและถูกควบคุมคุณภาพเป็นอย่างดี ตลอดจนกระบวนการแปรรูปที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อให้อาหารอยู่ในมาตรฐานระดับโลก ที่ยังพ่วงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นอีกข้อเรียกร้องเพิ่มเติมจากตลาดผู้นำเข้าหลักต่างๆ เรียกว่าทุกกระบวนการถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการผลิตโดยบริษัท หรือการผลิตของเกษตรกรที่อยู่ในรูปแบบของคอนแทรคฟาร์มก็ตามต่างต้องอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน (single standard) เช่นนี้ทั้งหมด
สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ ภาคอุตสาหกรรมเกษตรของไทย มีการพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารให้มีคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นมาโดยตลอด จนกลายเป็นจุดแข็งในการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลกได้อย่างทุกวันนี้
หากถ้ามองต่อไปการจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community) หรือ AEC ในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วยแล้ว ซึ่งภาครัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จะต้องยิ่งเร่งพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อศักยภาพการแข่งขันและสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาด้านความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อช่วยผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก ที่กลายเป็นธงของรัฐบาลที่ได้วางเป้าหมายไว้ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ อย่าง กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ ก็ได้ขานรับนโยบายนี้พร้อมนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ดังนั้น ในโลกของสังคมออนไลน์อยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับชมและคิดวิเคราะห์ถึงความถูกต้องของข้อมูลอย่างรอบด้านด้วยว่าคลิปวีดีโอดังกล่าวนี้สร้างขึ้นมานี้เพื่อสร้างสรรค์หรือทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้เร่งช่วยกันสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจทั้งในส่วนของผู้บริโภคในประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกมาโดยตลอด คงต้องฝากให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาช่วยกันตรวจสอบ เพราะเกษตรกรที่ทำมาหากินด้วยความตั้งใจและสุจริต แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกนำไปบิดเบือนทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน โดยคนในชาติเดียวกันกลับมาขัดขวางหนทางพัฒนา ประเทศเสียเองแบบนี้ ที่ทำดีมาทั้งหมดก็คงไม่มีค่าอะไร






