การประกาศใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ" สกัดการชุมนุม ของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณในขณะนี้
กำลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นการ "ละเมิดสิทธิการชุมนุม" ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่หรือเปล่า เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 63 รับรองสิทธิการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
แน่นอนว่ารัฐบาลสามารถใช้เครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุมหรือรับมือกับการชุมนุมที่ประเมินแล้วมีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่สถานการณ์วุ่นวายได้ ซึ่งเป็นไปตามกรอบที่กำหนดเป็นเงื่อนไขเอาไว้ในกฎหมายความมั่นคงฯ มาตรา 15 นั่นก็คือ "เมื่อปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเหตุการณ์นั้นมีแนวโน้มที่จะมีอยู่ต่อไปเป็นเวลานาน..."
แต่กรณีของม็อบกองทัพประชาชนฯ ปรากฏว่าข้อมูลจากการประชุมประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวทุกหน่วย ทุกครั้ง ทั้งสันติบาล ทหาร ศรภ. และสำนักข่าวกรองฯ ยืนยันตรงกันว่าอย่างไรเสียผู้ชุมนุมก็ไม่เกิน 5,000 คน แล้วมีความจำเป็นอะไรที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
หากจะประกาศเตรียมไว้ก่อน ทำนองว่าจะใช้อำนาจตามกฎหมายความมั่นคงเมื่อสถานการณ์ลุกลามเข้าหลักเกณฑ์ก็ยังพอยอมรับได้ แต่นี่กลับประกาศใช้มาตรการต่างๆ ที่ก่อความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปอย่างมาก ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นเลย โดยเฉพาะการปิดการจราจรบนถนน 12 สายรอบทำเนียบรัฐบาลและอาคารรัฐสภา
กลายเป็นว่าคนอีกนับหมื่นนับแสนคนต้องได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ไปด้วย
เมื่อวานผมไปเดินสายสำรวจเส้นทาง ปรากฏว่าถนนทั้ง 12 สายตามที่ประกาศถูกสั่งปิดจริง การจราจรติดขัดวินาศสันตะโร บางด้านที่อยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาลถึงกับตั้ง "แบริเออร์พันลวดหนาม" มีเจ้าหน้าที่ยืนจังก้าตั้งแถวเป็นแนวยาวกันเลยทีเดียว
ส่วนถนนที่อยู่ห่างทำเนียบฯออกมาหน่อย เช่น แยกการเรือน มีการตั้งแผงเหล็กกั้นไม่ให้รถทุกชนิดผ่าน พร้อมติดป้ายว่า "มีการชุมนุมข้างหน้า" แต่มองหาอย่างไรก็ยังไม่เห็นผู้ชุมนุมแม้แต่คนเดียว
คำถามก็คือ นี่เป็นการบิดเบือนข้อมูลการประเมินของหน่วยข่าวความมั่นคงใช่หรือไม่ เพราะหน่วยข่าวประเมินว่าไม่มีอะไร แต่กลับเตรียมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์กันใหญ่โต คิดง่ายๆ หากม็อบที่สวนลุมฯยังมีแค่หลักร้อยแบบนี้ ตำรวจค่อยรอเคลื่อนกำลังหรือปิดถนนกันวันที่ม็อบจะเคลื่อนขบวนไปสภาในวันที่ 7 ส.ค.ไม่ดีกว่าหรือ เพราะแค่ขนกำลังพลเข้ากรุงช้าไป 2 วัน ก็สามารถประหยัดเบี้ยเลี้ยงและงบประมาณได้มหาศาล
หากผู้มีอำนาจยังยืนกรานว่าจะทำกันแบบนี้ต่อไป ในอนาคตก็ไม่ต้องมีหน่วยข่าวคอยประเมินสถานการณ์ เพราะใครจะชุมนุมต่อต้านรัฐบาลก็ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ปิดถนน ปิดทำเนียบฯ ปิดรัฐสภากันให้หมดก็จบ...จะเอากันอย่างนั้นหรือ
ที่สำคัญทั้งทำเนียบฯ และรัฐสภา เป็นสมบัติของประชาชน เหตุใดจึงต้องประกาศเป็น "พื้นที่หวงห้าม" สำหรับประชาชนที่จะไปแสดงเจตนารมณ์คัดค้านผู้แทนของพวกเขา ตราบเท่าที่ประชาชนเหล่านั้นยังคงรวมตัวกันอย่างสงบและปราศจากอาวุธ
การปิดตาย "ทำเนียบฯ-สภา" โดยประกาศเป็นพื้นที่หวงห้าม จึงเท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิการชุมนุมโดยสงบของประชาชน นี่ยังไม่นับการตั้งด่านตรวจโน่นตรวจนี่ถี่ยิบแทบทุกจังหวัดเพื่อสกัดคนไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม หนำซ้ำยังมีรายงานเรื่องการโปรยตะปูเรือใบในบางพื้นที่ด้วย
นี่หรือคือการกระทำของรัฐบาลที่อวดอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย?






