ไม่ว่าคลิปอัลกออิดะห์จะเป็นของจริงตามที่หลายฝ่ายสงสัย หรือของเก๊ลวงโลกตามที่เลขาธิการ สมช.และคนในรัฐบาลออกมาบอก
แต่สิ่งที่สังคมไทยต้องตระหนักก็คือ ปัญหาก่อการร้าย หรือการใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่การรบ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ปีที่แล้ว (2555) ช่วงต้นปี มีการจับกุม นายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอนที่ถูกระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พร้อมด้วยสารตั้งต้นประกอบระเบิดล็อตใหญ่ ถัดจากนั้นไม่นาน คือวันที่ 14 ก.พ.มี "วาเลนไทน์บอมบ์" จากกลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่าน
ปัจจุบันทั้ง 2 คดีอยู่ในชั้นศาล โดยในส่วนของวาเลนไทน์บอมบ์มีผู้ต้องหา 1 รายหลบหนีไปได้ แต่ถูกจับกุมที่มาเลเซีย จนป่านนี้ยังขอตัวมาดำเนินคดีไม่สำเร็จ
ขณะที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเรามีปัญหาความไม่สงบที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางคราวก็ล้นกระฉอกไปถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
26 พ.ค.2556 มีระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1 ผู้ต้องหาที่ถูกจับและถูกออกหมายจับแล้วเป็นชาวนราธิวาส มีปฏิบัติการลับๆ พาไปชี้จุดต้องสงสัย พบอุปกรณ์ประกอบระเบิดถูกฝังไว้ล็อตใหญ่ เบื้องต้นสงสัยว่าเกี่ยวพันกับขบวนการก่อความไม่สงบ
นี่คือตัวอย่างของภัยเงียบที่รุกรานบ้านเรา เช่นเดียวกับคลิปอัลกออิดะห์ หรือ "อัล ไกด้า" แม้เลขาธิการ สมช.และฝ่ายการเมืองยืนกรานว่าเป็น "คลิปโจ๊ก" แต่ก็มีคนขี้สงสัยตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าเป็นคลิปโจ๊กจริงคงไล่เช็คบิลเอามาแถลงถล่มฝ่ายตรงข้ามจนแทบจมธรณีแล้ว (ยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนม็อบโหมโรงแบบนี้) ทว่างานนี้ทั้งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงค่อนข้างนิ่ง
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการข่าวที่ยังตั้งมั่นเป็น "กลไกของรัฐ" ไม่ใช่ "กลไกของรัฐบาล" เหมือนท่านเลขาธิการ สมช. ชี้ว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐตอนบนของมาเลเซียเป็นพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคงอย่างมากในปัจจุบัน เหตุเพราะ
1.มีปัญหาความไม่สงบบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปี
2.มีปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาจำนวนมหาศาล
ในวงประชุมด้านความมั่นคงระดับนานาชาติ หลายประเทศชี้มือมาที่ไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ว่าสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็น "แหล่งบ่มเพาะก่อการร้าย" แหล่งใหม่ จากสถานการณ์ไฟใต้ที่ยืดเยื้อ และการเป็นสถานที่พำนักหลบซ่อนของชาวโรฮิงญา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งไทยและมาเลเซียต่างตระหนักในปัญหา จึงเร่งปิดดีลสถานการณ์ไฟใต้ของไทย โดยมีมาเลเซียรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ทั้งที่จริงๆ แล้วการเจรจาแบบเปิดหน้ากับบีอาร์เอ็นนั้น หน่วยงานความมั่นคงที่ไม่ใช่สาย พล.ท.ภราดร แทบไม่มีใครเห็นด้วยเลย แต่ที่ไม่ออกมาคัดค้านหนักๆ เพราะยังเชื่อว่ามาเลเซียมีความจริงใจพอสมควร เนื่องจากอยากให้ไฟใต้สงบไม่แพ้ฝ่ายไทย
แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หากการเจรจาไม่ถึงบทจบตามแผน จะมีปัญหาใหญ่ตามมา เนื่องจากหลายพื้นที่ในชายแดนใต้ยังเสมือนเป็น "ฟรีโซน" ปลอดจากอำนาจรัฐ (เหมือนกับค่ายฝึก ค่ายพักบนภูเขาใน จ.นราธิวาส ที่ทหารเพิ่งไปทลายได้ช่วงหยุดยาวเข้าพรรษา) จนน่าหวั่นเกรงว่าจะกลายเป็นแหล่งฝึกแหล่งใหม่ของผู้ก่อความไม่สงบ และอาจบานปลายไปถึงผู้ก่อการร้ายด้วย
ต้องไม่ลืมว่ากลุ่มตาลีบันจากอัฟกานิสถาน เคยประกาศช่วยเหลือมุสลิมโรฮิงญาที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมาร์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจใช้พื้นที่นี้ป็นแหล่งฝึกและเตรียมการก่อนส่ง "นักรบ" กลับไปต่อสู้ที่อาระกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของมาเลเซียและทางตอนใต้ของไทยไม่เคยปลอดจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย อย่างเช่น "กลุ่มเจไอ" หรือเจมาห์ อิสลามิยาห์ ก็พยายามเข้าไปเคลื่อนไหว และทางการไทยเองก็เคยจับแกนนำลำดับ 2 ของเจไอนาม "ฮัมบาลี" ได้ แม้จะนอกพื้นที่สามจังหวัดก็ตาม
นี่คือสถานการณ์จริงที่น่าหวั่นเกรงกว่าคลิปอัลกออิดะห์!






