วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อันเนื่องมาจากเรื่องในอียิปต์

คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2554 ขึ้นต้นว่า“การลุกฮือขึ้นของชาวอาหรับเพื่อขับไล่รัฐบาลจะยังมีต่อไปไม่ว่าการขับไล่จะสำเร็จหรือไม่ในคราวนี้

ในประเทศที่ขับไล่รัฐบาลสำเร็จ เหตุการณ์จะสงบลงเพียงชั่วคราวเท่านั้นเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังคงเดิม ปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุดได้แก่ความไม่สมดุลระหว่างทรัพยากรกับจำนวนประชากรของประเทศเหล่านั้น ความไม่สมดุลกันแบบนี้มีมาแล้วในประวัติศาสตร์ซึ่งร้ายแรงถึงขนาดทำลายอารยธรรม ฉะนั้น หากนำแว่นวิวัฒนาการมาอ่านเหตุการณ์ปัจจุบัน ภาพที่ออกมาน่าจะเป็นความล่มสลายอย่างกว้างขวางซึ่งเคยเกิดขึ้นในย่านตะวันออกกลางมาครั้งหนึ่งแล้ว” บทความนั้นเขียนไม่นานหลังเกิดปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” ในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่คาดไว้กลายเป็นจริงและยังจะเป็นต่อไปในรูปนั้นอีกนานเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังคงเดิม

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทหารอียิปต์ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงด้วยข้ออ้างต่างๆ รวมทั้งมาตรการที่ถูกมองว่ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนอียิปต์ให้เป็นรัฐอิสลามตามแนวอิหร่านและปัญหาด้านเศรษฐกิจ การยึดอำนาจของทหารอาจป้องกันมิให้อียิปต์เป็นรัฐอิสลามได้ในช่วงเวลาสองสามปีที่จะมาถึง แต่รัฐบาลชั่วคราวและรัฐบาลต่อไปที่ทหารให้ค่ำมั่นสัญญาว่าจะมาจากการเลือกตั้งจะไม่มีทางทำเศรษฐกิจให้ขยายตัวในอัตราสูงและกระจายผลออกไปจนลดความยากจนได้อย่างมีนัยสำคัญ การสรุปเช่นนั้นมาจากปัจจัยหลายอย่าง

ในเบื้องแรก ภาคท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในอันดับต้นๆ ในอียิปต์ ใครๆ ต่างอยากไปชมพีระมิด พิพิธภัณฑ์และซากปรักหักพังที่อารยธรรมโบราณทิ้งไว้ ภาคนี้มีกำลังปัญหามากเนื่องจากความซบเซาของเศรษฐกิจโลกซึ่งยืดเยื้อมาหลายปีและการขาดเสถียรภาพทางการเมืองในอียิปต์ทำให้ผู้ไปท่องเที่ยวลดลง ณ วันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าเศรษฐกิจโลกจะยุติความซบเซาจนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ต้องออกแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะลดลงจากอัตราที่เคยคาดไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ทางด้านเสถียรภาพทางการเมือง อียิปต์จะมีปัญหาต่อไปเนื่องจากทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายต้องการทำอียิปต์ให้เป็นรัฐอิสลามคงตกลงกันยาก ความขัดแย้งนี้มีมาตั้งแต่ทหารยึดอำนาจจากกษัตริย์ฟารุกเมื่อ 60 ปีที่แล้ว

ความซบเซาของเศรษฐกิจโลกทำให้การขนส่งลดลงตามไปด้วย การลดลงนั้นมีผลกระทบสูงต่อรายได้ของอียิปต์ซึ่งเก็บค่าผ่านคลองสุเอซได้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์ อียิปต์ขาดงบประมาณสำหรับการลงทุนมานานเนื่องจากใช้เงินจำนวนมหาศาลหมดไปกับโครงการประชานิยมจำพวกสนับสนุนราคาขนมปังและพลังงาน

หากมองว่าการศึกษาคือปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนา อียิปต์มีปัญหาพื้นฐานทางด้านการศึกษาทั้งที่เคยเป็นอารยธรรมเก่าแก่ นั่นคือ ประชาชนที่อ่านหนังสือไม่ออกมีอัตราสูงมากถึงเกือบ 30% โดยเฉพาะสตรีอ่านหนังสือไม่ออกเกือบ 40% เทคโนโลยีในยุคนี้ต้องการคนที่อ่านหนังสือได้และมีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสูงมากจึงยากที่ชาวอียิปต์นับล้านจะรับงานที่ได้ค่าตอบแทนสูง ยิ่งกว่านั้น สตรีมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปูฐานให้ลูกพร้อมที่จะออกไปเผชิญกับโลกยุคใหม่ การอ่านหนังสือไม่ได้ของสตรีอียิปต์จำกัดความพร้อมของชาวอียิปต์ในรุ่นต่อๆ ไปส่งผลให้เกิดสภาพคล้ายวงจรอุบาทว์ขึ้น

ในด้านความสมดุลระหว่างทรัพยากรกับประชากร อียิปต์คงแก้ไขไม่ได้แม้จะใช้เวลาอีกหลายทศวรรษก็ตาม อาจเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า พื้นที่ของอียิปต์ซึ่งมีขนาดเกือบสองเท่าของเมืองไทยนั้นเป็นทะเลทรายถึงราว 96% เพียงที่ดินตรงสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ซึ่งไหลลงมาจากเอธิโอเปียและซูดานผ่านไปลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเท่านั้นที่ใช้ทำเกษตรกรรมได้เนื่องจากเป็นดินดีและมีน้ำจากแม่น้ำไนล์เพียงพอ แต่ที่ดินและน้ำที่นำมาใช้ในการเกษตรกรรมได้ก็นับวันจะลดลงเนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งกว่านั้น หากเอธิโอเปียสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำไนล์ขึ้นมา ปัญหาการขาดแคลนน้ำของอียิปต์จะร้ายแรงขึ้นอีก

อนึ่ง อียิปต์ได้สร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำไนล์มากว่า 40 ปีแล้ว จริงอยู่เขื่อนนั้นช่วยกักน้ำไว้ได้ในปริมาณมาก แต่มันมีผลพวงสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งได้แก่การกักตะกอนไว้เหนือเขื่อน ตะกอนนั้นมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างสันดอนปากแม่น้ำซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรและการประมง เมื่อตะกอนนั้นไม่ไหลลงมา ที่ดินเพื่อการเกษตรและปลาก็หายไปด้วย

ต่างกับหลายประเทศในย่านตะวันออกกลาง อียิปต์มีน้ำมันปิโตรเลียมไม่พอใช้ในขณะที่ประชากรยังเพิ่มขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง องค์การสหประชาชาติเพิ่งพิมพ์การคาดการณ์ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนซึ่งคาดว่าประชากรของอียิปต์จะเพิ่มขึ้นต่อไปอีกราว 90 ปีจาก 85 ล้านคนในปัจจุบันถึงราว 135 ล้านคน จำนวนประชากรขนาดนี้จะอยู่ดีกินดีกันได้อย่างไรในเมื่อหลายแสนคนต้องอาศัยอยู่ในสุสาน ณ วันนี้

ด้วยตระหนักในปัญหาเรื่องประชากร ผมจึงถามชาวอียิปต์หลายครั้งในระหว่างไปที่นั่นเรื่องการจะทำอย่างไรให้อัตราการขยายตัวลดลง คำตอบของพวกเขามักออกมาในรูปที่คุยกันต่อไม่ได้ นั่นคือ เมื่อพระเจ้าสร้างพวกเขาขึ้นมา พระเจ้าย่อมดูแลพวกเขาได้ เรื่องนี้ไม่ต่างกับการพูดกับคนไทยเรื่องความดูดายซึ่งมักได้คำตอบว่าพระสยามเทวาธิราชจะมาช่วยแก้ปัญหาเมื่อเวลามาถึง ชาวอียิปต์อ่านหนังสือได้ในอัตราต่ำกว่าคนไทยมาก คำตอบของพวกเขาจึงพอเข้าใจได้ แต่คำตอบของคนไทยยากที่จะเข้าใจโดยเฉพาะในบริบทที่พูดกันไม่ขาดปากว่าต้องการบริหารประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตย