กว่าจะรู้ว่าเป็นอย่างไรกับผลสอบคุณสมบัติของ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.
กรณีถูกร้องเรียน หลังจากเข้าไปรับตำแหน่งกรรมการอิสระ บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ จำกัด (มหาชน) หรือ เอฟแอนด์เอ็น ในเครือของ เจริญ สิริวัฒนภักดี ว่าขัดต่อ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือไม่... ก็คงต้องอดใจรอไปถึงวันที่ 26 ก.ค.2556 ที่จะมีการประชุมบอร์ด ปตท. หลังจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติที่มี จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นประธาน จะได้สรุปประเด็นการตรวจสอบเสนอบอร์ดพิจารณา
ถึงแม้ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายมีความคาดหวังสูง ว่าจะเห็นผลการสอบสวนออกมา แต่แล้วก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ ว่าผลจะเป็นประการใด ยกเว้นคณะอนุกรรมการ 3 ท่านเท่านั้น และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การประชุมบอร์ด ปตท.วันที่ 26 ก.ค.นี้ อนุกรรมการชุดนี้ ก็น่าจะเสนอผลการตรวจสอบเรื่องนี้ได้
หลังประชุมเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา กองทัพนักข่าวต่างยกหูสายตรงไปที่ ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานบอร์ด ปตท.กันจ้าละหวั่น คงจะคิดกันว่ายังไงๆ ประธานก็ต้องได้รับรายงานการประชุมซึ่งน่าจะเล็ดลอดออกมาได้บ้าง แต่ตรงกันข้าม เสียงที่ตอบกลับมา บอกว่าไม่รู้ ไม่ทราบ เพราะอนุกรรมการยังไม่จำเป็นต้องรายงานประธานบอร์ด เรื่องนี้ หากตรวจสอบเสร็จก็เสนอเข้าบอร์ดได้เลย แต่หากยังไม่เสร็จ ก็ยังสามารถสอบเพิ่มเติมได้
เออ..ก็ใช่อยู่นะ! ประธานบอร์ดจะไปรู้เรื่องได้อย่างไร สำคัญยิ่งไม่ได้ถูกตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบเลย ฉะนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะล่วงรู้ผลก่อน ยิ่งไปกว่านี้ ก็ต้องให้ "อิสระ" กรรมการสอบ ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่าย "แทรกแซง" เอาได้
ว่ากันว่า เรื่องนี้วงในเริ่มรู้กันแล้ว ว่าผลที่จะออกมาเป็นไปอย่างไร ส่วนจะเท็จจริงแค่ไหน ก็ต้องรอผลการประชุมบอร์ด ปตท.อีกครั้ง
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ก็ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาทำนองว่า เรื่องนี้อาจ "ฝ่ามรสุม" ไปได้ชั่วขณะกับปัญหาที่เกิดขึ้น ฉะนั้นหากผ่านพ้นไปได้ ก็คงมาจากความ "เมตตาจากใครบางคน" มากกว่า ที่เสมือนช่วย "ชีวิต" ไว้อีกครั้ง ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง
หากผ่านพ้นไปได้เรียกว่า "ไม่ธรรดา" งานนี้คงจะออกแรงไม่น้อยอยู่
ในส่วนของ ไพรินทร์ หากฝ่ามรสุมลูกนี้ไปได้ การบริหารงานใน ปตท.คงต้องหันกลับมาทบทวนกันบ้างก็น่าจะดี ว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันตอบโจทย์นโยบายที่ได้รับไปหรือไม่ แต่ถ้ายังฝืนที่จะยืนอยู่บนหลักการอย่างที่เป็นอยู่ คราวนี้โอกาสรอดคงจะยากขึ้น ความเมตตาอาจจะหาไม่ได้ไม่ง่ายนัก
ฉะนั้น แม้จะผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ แต่ก็ "อย่าเหลิง" กับสิ่งที่ได้รับ อย่าดีใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะหากพลาดท่าเมื่อไหร่ อาการของ "คนไม่รอด" จะเกิดขึ้นทุกขณะ
มีผู้หลักผู้ใหญ่จำนวนมาก ที่เฝ้ามองการบริหารงานของไพรินทร์ บ้างก็บอกว่า เป็นนักวิชาการจริงๆ บ้างก็บอกว่าเป็นผู้บริหารที่เก่ง บ้างก็บอกว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อย่างไรก็ดี แม้จะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัว แต่การบริหารงานภายใต้องค์กรใหญ่อย่าง ปตท.สำคัญยิ่ง คือการทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ฉะนั้นโอกาสที่จะพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ความเก่ง ความสามารถ อาจไม่ทำให้รอดพ้นกับบางสิ่งบางอย่างได้
เอาเป็นว่า จากนี้ไปการบริหารงานของ ไพรินทร์ ในองค์กรแห่งนี้ อาจต้องหันกลับมาทบทวนอะไรบางสิ่งบางแล้ว บอกได้เลยว่า วันนี้งานหนักยังรออยู่อีกมากมาย ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร การติดตามนโยบายที่ถูกสั่งการออกไป ทุกอย่างยังคงเป็นงานหนักที่ต้องจัดการ
วันนี้คนเก่งอาจอยู่ไม่ได้... แต่คนที่อยู่ได้อาจไม่จำเป็นต้องเก่งมาก เพียงแต่เขาเหล่านั้น สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้หรือไม่ต่างหาก






