วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความโปร่งใสเท่านั้น ที่จะช่วยนโยบายรับจำนำ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแถลงผลการตรวจสอบข้าวสารถุง ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด โดยเก็บตัวอย่างข้าวถุง 46 ตัวอย่าง

จากซูเปอร์มาเก็ต และห้างโมเดิร์นเทรด ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง 6 แห่ง และทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งจากผลการตรวจสอบพบว่ามีสารตกค้างแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่เกินมาตรฐาน แม้จะมีเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้นที่เกินมาตรฐาน แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามของภาคประชาชนที่ต้องการตรวจสอบให้คลายความสงสัยหลังจากมีข้อถกเถียงกันมานาน

การตรวจสอบของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง ซึ่งหากดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาแล้ว เราเชื่อว่าบทบาทขององค์กรภาคประชาชนจะมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่คนไทยถกเถียงกันโดยไม่ฟังเหตุผลของอีกฝ่าย และมักจะกล่าวโทษว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือ การกลั่นแกล้งทางธุรกิจ ดังนั้น หากมีองค์กรกลางที่มีความน่าเชื่อถือและดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็ช่วยให้ปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่ในสังคมได้รับข้อมูลข่าวที่ถูกต้องและเป็นกลาง

อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์ข้าวถุงของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความบกพร่องของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแล เพราะหากเป็นประเด็นที่สงสัยของสังคม หน่วยงานเหล่านี้ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและต้องดำเนินการอย่างเป็นกลางเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานเหล่านี้ นอกจากจะนิ่งเงียบกับประเด็นที่ประชาชนหวาดระแวง บางหน่วยงานยังทำหน้าที่ปกป้องหรือทำหน้าที่แก้ต่างโดยไม่มีการแสดงข้อมูลให้คนเชื่อถือ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ในสังคม

ดังนั้น กรณีของข่าวข้าวเน่าหรือมีสารตกค้างเกินมาตรฐานนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำมากกว่าออกมายืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาหรือความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นในสังคม ยิ่งหน่วยงานเหล่านี้หรือคนที่รับผิดชอบมีความเกี่ยวพันกับการเมืองด้วยแล้ว ก็ต้องยิ่งพิสูจน์ให้ปรากฏชัดเจนว่าไม่เป็นไปตามที่กล่าวหากัน เพราะอย่าลืมว่าโครงการรับจำนำข้าวดำเนินการโดยรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองไม่ต้องการให้เกิดกรณีเช่นนี้หรือคนสงสัยว่าเกิดปัญหา เพราะนั่นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อโครงการรับจำนำข้าว

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าโครงการรับจำนำข้าวนั้นเป็นโครงการที่ใช้เงินมหาศาล ในขณะที่การดำเนินงานก็มีลักษณะปิดลับและเกิดความไม่เชื่อมั่นในโครงการ ทั้งๆ ที่โครงการนี้ใช้งบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินของผู้เสียภาษีทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องลี้ลับมานานจนทำให้สังคมสงสัยว่าเกิดขบวนการทุจริตในโครงการ และมีผลขาดทุนมหาศาล ซึ่งต่อมาความจริงก็ปรากฏให้เห็นว่าขาดทุนจริง ในขณะที่เรื่องการทุจริตยังเป็นประเด็นที่รอการตรวจสอบกันต่อไปว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่

เราเห็นว่าทางออกของความสับสนทั้งหมดมีทางเดียวเท่านั้น คือ รัฐบาลต้องเปิดเผยการดำเนินโครงการอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และหากมีกรณีสงสัยอย่างเช่นข้าวเน่าหรือมีสารตกค้างเกินมาตรการเพราะมีการเก็บสต็อกนานเกินปกติ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องพิสูจน์ออกมาให้เห็นว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งต้องตระหนักไว้ว่าคำยืนยันเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับนักการเมือง ความโปร่งใสเท่านั้นที่จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในโครงการที่คนสงสัยมากที่สุด