วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังรอข่าวดีทางเศรษฐกิจ

ยังไม่พบสัญญาณข่าวดีทางเศรษฐกิจจากทั่วโลก ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมิน

การเติบโตของโลกปี 2556 และ 2557 จะชะลอตัวลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน อันเนื่องมาจากความวิตกภายใต้คาดการณ์ที่ว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งจีน และบราซิลอยู่ในภาวะชะลอตัว ขณะที่ยุโรปก็เกิดภาวะตกต่ำมากขึ้น รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟเผยแพร่เดือนเมษายนได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ว่าจะขยายตัวลดลงเหลือ 3.1% เป็นการลดจากคาดการณ์เดิมเคยให้ไว้ 3.3% เมื่อ 3 เดือนก่อน และปรับลดจีดีพีโลกปีหน้าเหลือ 3.8% จากเดิมให้ไว้ 4%

ทั้งยังระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชะลอตัวเป็นเวลานาน ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ถือเป็นความเสี่ยงใหม่ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน พร้อมทั้งมีข้อสังเกตุจากผู้บริหารไอเอ็มเอฟถึงแนวโน้มเศรษฐกิจจีน รัสเซีย บราซิล และอินเดีย เป็นขาลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากการบริโภคและความต้องการในประเทศชะลอตัว ประกอบกับการส่งออกแย่ลง เนื่องจากความซบเซาในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว โดยรายงานคาดว่าจีนจะขยายตัวลดลงปีนี้ เหลือ 7.8% จากเดิมคาดไว้ 8.1% ส่วนปีหน้าคาดว่าจีนจะโตลดลงเหลือ 7.7% จากเดิมให้ไว้ 8.3%

และที่สั่นสะเทือนหนักก็หนีไม่พ้น การที่สหรัฐจะเริ่มลดนโยบายผ่อนคลายการเงิน ด้วยการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือคิวอี ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดการเงินนับตั้งแต่ปลายปี 2551 พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์เพื่อดึงต้นทุนกู้ยืมลดลง หากสหรัฐลดใช้คิวอีจะส่งผลให้ตลาดกำลังพัฒนาบางประเทศรับผลกระทบหลายด้าน เช่น รูปของราคาหุ้นปรับลดลง อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง ขณะเดียวกันได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตของสหรัฐปีนี้เหลือ 1.7% จากเดิมเดือนเมษายน ให้ไว้ 1.9% และปรับลดการเติบของสหรัฐปีหน้าเหลือ 2.7% จากคาดการณ์เดิม 2.9% เหตุผลหนึ่งที่ปรับลดจีดีพีสหรัฐ มาจากเรื่องการตัดลดรายจ่ายแบบอัติโนมัติเพื่อคุมไม่ให้หนี้ของรัฐสูงเกินเพดานตามที่กฎหมายกำหนด

พร้อมกันนี้รายงานยังอธิบายถึงความตกต่ำเกิดขึ้นกับ 17 ประเทศในกลุ่มยูโรโซน ว่ากำลังก่อตัวสร้างปัญหาลึกเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไอเอ็มเอฟต้องปรับลดคาดการณ์จีดีพีโลก โดยคาดว่าการขยายตัวของยูโรโซนจะลดลงกว่าเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 0.4% เป็นติดลบ 0.6% ในปีนี้ จากฝรั่งเศส และบางส่วนของเยอรมนีขาดความเชื่อมั่นในอนาคต และหากความเชื่อมั่นไม่ฟื้นกลับคืนมา อาจจบลงด้วยยุโรปบรรลุเป้าหมายเพียงบางส่วน โดยเตือนว่ายุโรปจำเป็นต้องดำเนินการให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสนับสนุนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง การปฎิบัติเชิงนโยบายตลอดปีที่ผ่านมา ได้แก้ไขความเสี่ยงปลายน้ำที่สำคัญและสร้างเสถียรภาพให้ตลาดการเงิน แต่ปัญหายังคงรุนแรงและฉุดการเติบโตทุกที่ในยุโรปให้ลดลง

ส่วนประเทศไทยธนาคารเอชเอสบีซี เผยแพร่รายงานการประเมินเศรษฐกิจเอเชียไตรมาส 3 ปีนี้ ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของไทยปีนี้ลงเหลือ 5% จากเคยให้ก่อนหน้านี้ 6.8% แต่ปรับเพิ่มปีหน้าเป็น 6.2% จากเดิมเคยให้ไว้ 5.2% จากการพิจารณาสิ่งเหนี่ยวรั้งการเติบโตของไทยมากที่สุดเกิดจากการลงทุนชะลอตัวลงท่ามกลางการนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรใช้ในโรงงานลดลงอย่างกระทันหัน การบริโภคภาคเอกชนยังชะลอตัวเช่นกัน ขณะที่ภาคครัวเรือนตัดลดการใช้จ่ายเพื่อการบริการและการซื้อสินค้าไม่คงทน แต่อีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้าการเปลี่ยนแปลงภาษีรายได้ที่น่าพอใจ อัตราการว่างงานต่ำ และค่าจ้างขั้นต่ำสูงขึ้น ไทยควรได้เห็นแนวโน้มการลงทุนและการบริโภคกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ปี 2557 จะดีขึ้นจริงหรือไม่ ยังมีปัจจัยภายในประเทศทั้งการทุจริตคอรัปชั่น สถานการณ์ทางการเมืองเป็นเครื่องพิสูจน์