เมื่อ นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน จอมแฉ อดีตพนักงาน สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency)
ประกาศว่าจะขอลี้ภัยการเมืองที่ประเทศเอกวาดอร์ ของอเมริกาใต้ ก็มีคำถามว่าทำไมต้องเป็น “เอกวาดอร์”
ตอบสั้นๆ ว่า เพราะประเทศละตินอเมริกาเล็กๆ (ประชากร 14 ล้านคน) ที่ตั้งอยู่ตะวันตกสุดของอเมริกาใต้นั้น มีประธานาธิบดี ชื่อ Rafael Correa ที่ต้องการพิสูจน์ว่าเขาไม่กลัวอำนาจมะกัน และต้องการเป็น “พระเอก” ในหมู่ประเทศอเมริกาใต้ ที่เล่น “บทบู๊” ในเวทีสากลได้
“เอกวาดอร์” มาจากคำว่า Equator หรือ เส้นศูนย์สูตรของโลก ผู้คนพูดภาษาสเปนเป็นส่วนใหญ่
ชายแดนด้านเหนือคือโคลอมเบีย และเพื่อนบ้านด้านตะวันออกและใต้คือเปรู ด้านตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
เอกวาดอร์ กับ ชิลี เป็นสองประเทศในอเมริกาใต้ ที่ไม่มีชายแดนติดกับบราซิล เมืองหลวงชื่อ Quito ซึ่งได้รับการขนานนามเป็น “มรดกโลก” โดย ยูเนสโก เพราะว่าเป็นจุดที่รักษาความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกาใต้
เอกวาดอร์ มีแหล่งน้ำมันของตนเอง และการส่งออกน้ำมันเท่ากับ 40% ของยอดส่งออกทั้งหมด และมีชื่อเสียงในฐานะเป็นประเทศส่งออกกล้วยมากที่สุดประเทศหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเอกวาดอร์ ก็ได้ช่วยเหลือ “จอมแฉ” อีกคนหนึ่ง คือ นายจูเลียน อัสซานจ์ เจ้าของเว็บไซต์ Wikileaks ที่เปิดโปงเอกสารลับของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ผ่านพลทหารแบรดเลย์ แมนนิ่ง ที่เคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพมะกัน มาแล้ว
โดยให้ นายอัสซานจ์ พำนักอยู่ในสถานทูตเอกวาดอร์ ที่กรุงลอนดอน มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
เมื่อ นายสโนว์เดน หนีจากอเมริกาไปฮ่องกงก่อนจะบินไปมอสโก นายอัสซานจ์ ก็ประกาศปกป้อง “รุ่นน้องร่วมอุดมการณ์” อย่างนายสโนว์เดน ทันที โดยแนะนำให้ขอลี้ภัยทางการเมืองกับรัฐบาลเอกวาดอร์
รัฐบาลของประธานาธิบดีคอเรีย ก็ตอบรับฉับพลัน โดยอ้างการปกป้อง “สิทธิมนุษยชน” ขณะที่รัฐบาลของโอบามา แห่งสหรัฐ ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่ประเด็นสิทธิเสรีภาพ หากแต่เป็นเพราะนายสโนว์เดน ได้กระทำความผิดทางอาญาในฐานขโมยความลับราชการมาเปิดเผย
ย้อนดูประวัติของประธานาธิบดีคอเรีย ก็จะเห็นว่ามีความสนิทสนมกับอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่ง เวเนซุเอลา แม้ว่าเขาจะมีท่าทีลีลาที่ดุเดือดน้อยกว่า ชาเวซ
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเอกวาดอร์ กับ สหรัฐ ก็มีเรื่องตึงเครียดกันในหลายกรณี
คอเรีย เคยบอกเลิกข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ อย่างไม่เกรงใจมหาอำนาจ และเคยขับไล่ฐานทัพสหรัฐจากประเทศนั้นอย่างหน้าตาเฉย
อีกทั้ง คอเรีย ก็เคยไล่นักการทูตมะกันกลับบ้านมาแล้ว เหตุเพราะว่าผู้นำเอกวาดอร์ ไม่พอใจที่คนจากวอชิงตันทำกิจกรรมที่เขาถือว่าเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องภายในของเขา
ที่เจ็บแสบและฮาไม่น้อย คือ เมื่อปี ค.ศ. 2006 หลังจากที่เพื่อนซี้ ชาเวซ แห่ง เวเนซุเอลา โกรธแค้นผู้นำสหรัฐ ถึงกับเรียกประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ว่าเป็น “ผีซาตาน” นั้น นายคอเรีย ออกมาเสริมต่อด้วยการสำทับว่า
“การเรียกประธานาธิบดีบุช ว่าเป็นซาตาน ไม่เป็นการยุติธรรมสำหรับภูตผีปีศาจด้วยซ้ำไป”
เหมือนเรียกคนว่า หมา แล้วทำให้หมาเสียเกียรติ อะไรทำนองนั้นทีเดียว
พอ นายอัสซานจ์ แห่ง Wikileaks ถูกไล่ล่า เพราะว่าเอาความลับราชการมะกันมาเปิดเผย ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ผู้นี้ก็ได้โอกาสที่จะแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า เขาพร้อมที่จะยืนอยู่ข้าง “คนเป่านกหวีด” เพื่อสะท้อนถึงความย่ำแย่ของนโยบายต่างประเทศสหรัฐ
ถือเป็นจังหวะที่เขาได้แสดงตนเป็นผู้นำของประเทศเล็กๆ ที่อยู่หลังบ้านสหรัฐ แต่พร้อมที่จะท้าทายมหาอำนาจ อย่างไม่เกรงขาม แต่อย่างใด
ทำไมเขาจึงยอมให้ อัสซานจ์ เข้าไปอยู่ในสถานทูตเอกวาดอร์ ที่ลอนดอน เป็นปีๆ
คำถามทางการจากเอกวาดอร์ คือ “ถ้า นายอัสซานจ์ ออกจากสถานทูต เขาก็อาจจะถูกส่งตัวกลับไปสหรัฐ ซึ่งก็จะเปิดทางให้เขาถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง”
จึงไม่ต้องแปลกใจ หากว่ารัฐบาลเอกวาดอร์ จะเปิดทางให้นายสโนว์เดน เข้าประเทศเพื่อลี้ภัยการเมืองอย่างเปิดเผย
เพราะแม้ว่า เอกวาดอร์ จะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับ “กรณีความผิดที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการเมือง”
แปลว่า เอกวาดอร์ จะอ้างความเป็น “ผู้ลี้ภัยการเมือง” ของ สโนว์เดน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยืนกรานว่า เขาเป็น “อาชญากรผู้ขโมยความลับราชการ”
และเมื่อจีนกับรัสเซียทำท่าเหมือนจะแอบสนับสนุนนายสโนว์เดน เพราะว่า ฮ่องกงและมอสโก ไม่ยอมจับตัวเขาส่งกลับสหรัฐ วอชิงตันก็เดือดดาลปักกิ่งและมอสโก อย่างออกนอกหน้าฉับพลัน
เรื่องจริง...สนุกและซับซ้อนกว่าหนังฮอลลีวู้ด...หลายเท่านัก









