วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ผู้นำ” ที่ไม่มีใคร กล้าเอ่ยนาม

มีผู้นำประเทศ อยู่คนหนึ่ง ซึ่งแม้จะได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะได้รับการเลือกตั้งให้เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศถึงสองครั้ง

แต่ประชาชนกลับคิดว่า ชื่อ ของเขานั้นเป็น กาลกิณี....”ต่อคนอื่น” ใครก็ตามที่เรียกชื่อเขา อาจนำความโชคร้าย มาสู่ตนเอง เขาคืออดีตประธานาธิบดี แห่งประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี ค.ศ. 1989 - 1999 และผู้ที่ เรียกชื่อ หรือเข้าใกล้ หรือสัมผัสมือ กับเขา มักประสบความโชคร้าย นานาประการ

นักแข่งเรือ เครื่องยนต์พลังสูง ระดับแชมเปี้ยนชาวอาร์เจนตินา ชื่อ แดเนียล สกิโอลิ ได้ลงแข่งขันเมื่อปี ค.ศ. 1989 หลังจากที่ได้จับมือกับท่านประธานาธิบดี ปรากฏว่าในการแข่งขันครั้งนั้น เรือของเขาเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรง และเขาต้องถูกตัดแขนออกไปข้างหนึ่ง
เกเบรียลล่า ซาบาตินี นักเทนนิสชาวอาร์เจนตินา เคยมีอันดับสูงสุดถึงอันดับที่ 3 ของโลก แต่เมื่อเธอลงเล่น “แมทช์มิตรภาพ” กับเขา ปรากฏว่าผลการแข่งขันและอันดับโลกของเธอ ก็เริ่มตกต่ำลงตามลำดับ
แม้กระทั่งทีมฟุตบอล สโมสรริเวอร์เพลท ซึ่งเป็นทีมที่เขาชื่นชอบ ก็ไม่มีใครต้องการให้เขาไปเชียร์ที่สนามกีฬา ด้วยเกรงว่าจะทำให้พ่ายแพ้ในการแข่งขัน ซึ่งในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับสภาพ ด้วยการขนคณะรัฐมนตรี ไปร่วมเชียร์ฟุตบอลด้วยกัน ทางหน้าจอโทรทัศน์ แทน
ปี ค.ศ. 1986 ทีมฟุตบอลอาร์เจนตินา โด่งดังสุดขีดอีกครั้ง หลังชนะเลิศได้เป็น แชมป์ฟุตบอลโลก พร้อมกับการเฉิดฉายของดาวจรัสแสง ดิเอโก้ มาราดอนน่า พอปีถัดมา ค.ศ. 1989 เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี ดังนั้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อมาปี ค.ศ. 1990 เขาจึงได้ไปเชียร์ทีมฟุตบอลอาร์เจนตินา ที่สนามแข่งขันด้วย
ก่อนการแข่งขัน ท่านประธานาธิบดีได้ยื่นมือออกไปเพื่อสัมผัสกับ เนรี่ พุมพิโด ประตูฟุตบอลอาร์เจนตินา แต่ เนรี่ กลับไม่กล้าสัมผัสมือเขา ซึ่งเขาก็เข้าใจ และแก้เขินด้วยการเอื้อมมือไป แตะเบาๆที่ “หัวเข่า” ของเนรี่ แทน
ปรากฏว่า เกมนั้น อาร์เจนตินา พ่ายแพ้แก่ทีม “โนเนม” อย่าง คาเมรูน แบบไม่น่าเชื่อ และเนรี่ เอง ยังได้รับบาดเจ็บที่ “หัวเข่า” อีกด้วย!
ตำนานเล่าขาน และเรื่องราวเกี่ยวกับ โชคร้าย ที่ผู้คนได้รับจากการที่ได้เกี่ยวข้องกับเขา เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนกระทั่งประชาชนชาวอาร์เจนตินา ไม่กล้าที่จะเรียกชื่อจริงของผู้นำคนนี้ เพราะเกรงว่า เพียงออกเสียงก็อาจจะนำโชคร้ายมาสู่ตน จึงเรียกเขาเสียใหม่ เป็นชื่อสั้นๆว่านาย “เมนเดส” เพื่อความชั่วร้ายจะได้ไม่เข้ามา กร้ำกราย
นอกจากนั้น ยังมีประเพณีปฏิบัติในการ “แก้เคล็ด” อีกด้วย กล่าวคือใครที่มีโอกาสเข้าพบและต้อง “จับมือ” กับเขา จะต้องรู้จักป้องกันตนเองไว้ให้ดีด้วย ถ้าเป็นชาย ต้องใช้มืออีกข้างสัมผัสกับลูกอัณฑะข้างซ้าย และถ้าเป็นหญิงก็จะต้องใช้มืออีกข้างสัมผัสกับทรวงอกข้างซ้าย เรื่องนี้มีตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อหนังสือพิมพ์ลงภาพชายชาวอาร์เจนตินาคนหนึ่ง กำลังจับมือกับ “เมนเดส” ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่ง กำลังกุมอัณฑะข้างซ้ายไว้ด้วย

ใครก็ไม่รู้ ช่างคิดวิธีแก้เคล็ดได้ “ทะลึ่ง” ขนาดนี้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ มีคนจำนวนมากเชื่อถือและปฏิบัติตามเสียด้วย!
เรื่องน่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อท่านประธานาธิบดี มีกำหนดเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบทที่สอง เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1998 ซึ่งก่อนหน้านั้น สื่อมวลชนเฝ้ารอคอยว่า สมเด็จพระราชินี จะทรงสัมผัสมือกับ “เมนเดส” ตามประเพณีหรือไม่ และพระองค์จะทรงทำอย่างไรกับพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งของพระองค์
ส่วนคนระดับ ชาวนาและพนักงานโรงงาน ในอาร์เจนตินา เมื่อได้พบกับประธานาธิบดีของพวกเขา ก็มีประเพณีท้องถิ่นคือแอบ ผูกริบบิ้นสีแดงไว้กับเสื้อชั้นใน เพื่อแก้เคล็ดให้ปลอดภัยจากโชคร้าย
ความจริงนาย เมนเดส ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เพราะแม้แต่ ภัยธรรมชาติหลายครั้ง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็มีผู้โยงใยให้ไปเกี่ยวข้องกับความเป็นกาลกิณีของเขาจนได้!!
เขาจะเป็นตัวอับโชคจริงหรือไม่ คงยืนยันไม่ได้ เพราะบุคคลที่ได้รับโชคร้ายจากการได้สัมผัสเกี่ยวข้องกับเขา อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดโชคร้ายจริงๆ ก็เกิดขึ้นแก่อาร์เจนตินาทั้งประเทศ คือได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เมื่อปี ค.ศ. 2001 หลังจากที่เขาพ้นตำแหน่งมา 2 ปี แต่เขาก็ถูกกล่าวหาว่ารากเหง้าของวิกฤตินั้น เกิดจากการคอรับชั่นและการใช้จ่ายอย่างหรูหรามากมาย ในยุคของเขานั่นเอง
ถ้าเป็นคนไทย ป่านนี้เขาคงเปลี่ยนทั้งชื่อ และนามสกุลไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งอาจจะจัดพิธีทำบุญประเทศด้วย อย่างน้อยก็คงทำให้ประชาชนสบายใจได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อเขาไม่เปลี่ยนชื่อ ประชาชนก็เลยตั้งชื่อใหม่ ให้รู้แล้วรู้รอดไป
แต่โชคร้ายก็ไม่ได้สิ้นสุดที่วิกฤติของประเทศเท่านั้น เพราะในที่สุดโชคร้ายจริงๆก็มาถึงตัวเขาเอง สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้จำคุกเขาเป็นเวลา 7 ปี ในคดีคอร์รัปชัน ซึ่งเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการค้าอาวุธและส่งอาวุธสงครามออกไปยังประเทศเอกวาดอร์ และโครเอเชีย ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่
ชื่อของเขาจะเป็นลางร้ายจริงหรือไม่ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ๆก็คือ การเป็น “ผู้นำ” นั้น เรื่องของความซื่อสัตย์ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง มีการสำรวจทั่วโลกหลายครั้ง และครั้งล่าสุด เมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง ทุกครั้งพบว่า คุณสมบัติสำคัญที่สุด ที่ชาวโลกนับหมื่นคน จากหลายสิบประเทศตอบตรงกันก็คือ ผู้นำจะต้องมี ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุด อันดับแรก
ความโชคร้ายทั้งหลาย ที่ใครๆอ้างว่ามาจากนายเมนเดส นั้น จะจริงหรือไม่ ก็แล้วแต่จะเชื่อ แต่ผมคิดว่า ที่เป็นสัจธรรม และถูกต้องเสมอ ก็คือความซื่อสัตย์สุจริต เป็นอาภรณ์ประดับความเป็นผู้นำ อย่างแท้จริง และการขาดอาภรณ์ชิ้นนี้ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ เมนเดส ต้องรับผลกรรม ในวัย 82 ปี
ผมเล่าเรื่องนี้มานาน จนจะจบอยู่แล้ว ก็ยังไม่ได้บอกเลยว่าชื่อจริงของประธานาธิบดีผู้นี้ คืออะไร เรื่องนี้ผมคิดว่า คุณไปค้นหาเอาเองน่าจะดีกว่านะ เพราะผมก็ไม่กล้าเอ่ยชื่อจริงของเขา เหมือนกันแหละ
เป็นคุณ คุณจะกล้าไหมล่ะ...บรื๊อออ!!!