สัปดาห์สุดท้ายสิ้นไตรมาสสอง กลายเป็นเทศกาลเทกระจาดของรัฐ และเอกชนคึกคักกันไปทุกหย่อมหญ้า เหตุจาก เป้าหมายที่ผิดพลาด
ในหลายเรื่อง หลากประเด็น จำเป็นต้องไล่รื้อ ยกเครื่อง ระลอกใหญ่
ภารกิจใหญ่ ปรับ ครม. ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเร็วๆ นี้ ท่ามกลางปัญหารุมเร้ารอบด้าน โดยเฉพาะอภิมหาโปรเจคทั้งหลาย ตั้งแต่จำนำข้าว การบริหารจัดการน้ำ ฯลฯ ล้วนไม่ราบรื่น
สารพัดม็อบกำลังถูกปลุกระดม ไม่เพียงตบเท้ามุ่งหน้า “ทำเนียบรัฐบาล” แต่ รวมทั้งย่านธุรกิจ - พื้นที่การค้าใจกลางเมืองถูกยึดเป็นเวทีสื่อสารที่เปี่ยมประสิทธิภาพ เพราะกังวานไปไกลทั่วโลกเลยทีเดียว
โผไม่เป็นทางการของ ครม. ชุดใหม่ ต่างจับจ้องที่ “กระทรวงเศรษฐกิจ” แกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีชื่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่งรองนายกฯ ควบตำแหน่งรมว.พาณิชย์ มารับเผือกร้อนไปเต็มๆ
ขณะที่ รมว.คลัง มีชื่อนายวราเทพ รัตนากร ร้อนไม่แพ้กันกับการบริหารจัดการถุงเงินของประเทศ ภายใต้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ที่ถูกจับตาและกระแสกดดันการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โปร่งใส
สัญญาณลบบนปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เอกชนทุกแขนงธุรกิจไม่อาจอยู่นิ่งเฉยระดมสารพัดกลยุทธ์ ยุทธวิธี ขับเคลื่อนธุรกิจ กระตุ้นยอดขาย ที่เริ่มชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 นี้
เวลานี้ไปทางไหนจะเห็น “ป้ายแดง” ลดราคาเกลื่อนเมืองเรียกว่าเทกระจาดกันเลยทีเดียว ทั้งรถยนต์ คอนโด ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ลดแลกแจกแถม ประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ยังมีงานเทรดแฟร์ขนาดใหญ่พร้อมใจกันจัดขึ้นทั่วเมืองทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่น ความงาม ของเด็กเล่น ฯลฯ บรรยากาศดูเหมือนคึกคักแต่ต้องวัดกันที่ยอดขาย
แน่นอนว่า เมื่อเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ยังไม่ดิ่งลงถึงขีดสุด พอจะมีโอกาสอยู่บ้าง “ต้องรีบ” เพราะเส้นทางในครึ่งปีหลังนี้ยัง "อึมครึม" สถานการณ์ภายนอกประเทศเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ จะ “แก้มือ” บริหารจัดการภายในประเทศให้มี “ประสิทธิผล” ได้อย่างไร
พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่างให้ความเชื่อมั่นว่า “แข็งแกร่ง” และมีโอกาสขยายตัวสูงหากมีกลไกขับเคลื่อนที่ดี ด้วย “ยุทธศาสตร์ประเทศไทย” ที่ถูกต้อง
ขณะที่เอกชนยอมเฉือนเนื้อ “เทกระจาด” เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยให้ “คึกคัก” จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ประคองความเชื่อมั่นในการบริโภค การลงทุน และประเทศไทย
ลุ้นต่อไปกับรัฐนาวานายกฯ ปู กับอนาคตประเทศไทย






