จำนวน 1.2 พันล้านบาท นั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว บอกว่า
เขารับมอบข้อเสนอจากเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ ว่า การตัดงบประมาณเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสำนักงบประมาณ และล่าสุดได้ทำความเข้าใจในชั้นกรรมาธิการฯ แล้ว โดยสำนักงบประมาณ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ซึ่งมั่นใจว่า รัฐบาลจะแปรญัตติเพิ่มงบประมาณให้ แต่จะเป็นจำนวนเท่าใด คาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้
>>> สำหรับข้อเสนอให้มี "พระราชบัญญัติกองทุนสวัสดิการชุมชน" นั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ขอให้กระบวนการยกร่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เชื่อว่าฝ่ายนิติบัญญัติ และ ฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาล พร้อมสนับสนุน เพราะว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง
>>> ด้านกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายแก้ว สังข์ชู ในฐานะผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน บอกว่า การประกาศยุทธศาสตร์สวัสดิการชุมชน ปี 2557-2561 ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุม 10 ล้านคน ภายในปี 2560 ซึ่งหากว่ารัฐบาลสนับสนุน จะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคมได้ โดยรัฐบาลต้องตั้งคณะทำงานร่วมกับเครือข่าย เพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ และกำหนดนโยบายสนับสนุน พร้อมกำกับให้ทุกหน่วยงานราชการสนับสนุน รวมถึงการแก้ไข เปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของขบวนการองค์กรชุมชน
>>> ส่วนเรื่อง "จำนำข้าว" ที่ฝ่ายตรวจสอบกำลังใกล้ได้ข้อสรุป แต่ก็มีขบวนการดิสเครดิต ล่าสุด มีข่าวแพร่หลายในสื่อมวลชน ว่า นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความ พร้อมด้วยผู้แทนชาวนาจากจังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ เข้าพบ พ.ต.ท.ทองศูนย์ อุ่นวงศ์ พนักงานสอบสวน กก. 1 บก.ป. เพื่อแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ และคณะ รวม 13 คน ที่รับคำร้องขอให้สอบโครงการรับจำนำข้าว ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยทำหนังสือร้องทุกข์ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
>>> ป.ป.ช. เห็นข่าวชิ้นนี้แล้ว จึงชี้แจงว่า ข่าวนี้กระทบต่อ "ชื่อเสียง" และ "ภาพลักษณ์" การทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. ยึดมั่นการทำงานด้วยความเป็นกลาง อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงตามกฎหมายและปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
>>> การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับคำร้องขอให้สอบโครงการรับจำนำข้าวนั้น เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับเรื่องกล่าวหานี้ไว้ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ มิใช่เป็นการกระทำที่ "เข้าข้าง" ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากไม่รับเรื่อง ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157
>>> การให้ข่าวในลักษณะดังกล่าวของ นายหนึ่งดิน เป็นการ "ทำลายระบบการทำงานขององค์กรอิสระ" ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบทุจริตที่นานาชาติให้การยอมรับ และการให้ข่าวในลักษณะนี้ อาจเข้าข่ายเป็นการ "ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน" และ "แจ้งความเท็จ" ได้ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา









