ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ขึ้น ในโครงสร้างแก้ไขปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล ด้านหนึ่งก็คือ การตั้ง "ทีมประชาสัมพันธ์เชิงรุก"
ที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมายให้ "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปบูรณาการงานประชาสัมพันธ์ของ 17 กระทรวง 66 หน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจ "ดับไฟใต้" เพื่อให้มีข่าวดีออกไปถ่วงดุลกับ "ข่าวร้าย" ที่บรรดาผู้ก่อความไม่สงบชายแดนใต้โจมตีทหาร ตำรวจ รายวัน
O ว่าแล้ว พล.อ.อ.สุกำพล ก็ไปเรียกประชุม และมอบงานให้ "เสธ.หนึ่ง" พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกลาโหม เป็นโฆษกของทีมประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่ว่านี้ และได้ประเดิม "แถลงข่าวดี" ระลอกแรกกันไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เรื่องเทงบ 32 ล้าน ไปถางหญ้า ติดไฟส่องสว่าง ป้องกันลอบวางระเบิด
O อีกด้านหนึ่งก็คืองานในส่วนของ "รองฯ เหลิม" ซึ่งนั่งเป็น "พี่เบิ้ม" ในฐานะ ผอ.ศปก.กปต. ซึ่งมีชื่อเต็มยาวเหยียดว่า ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการตั้ง "โฆษกคนใหม่" (จริงๆ คือคนแรก เพราะไม่เคยตั้งใครมาก่อน) เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่นาม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกลาโหม
O พล.อ.นิพัทธ์ หรือ "บิ๊กแป๊ะ" แต่เดิมไม่ได้มีชื่อเป็นสมาชิกถาวรใน ศปก.กปต. แต่เป็นคณะทำงานพูดคุยสันติภาพดับไฟใต้ ที่มี "บิ๊กแมว" พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. เพื่อนร่วมรุ่น ตท. 14 เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งเนื้องานการพูดคุยสันติภาพอยู่ในส่วนงาน การสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ ที่มี สมช.เป็นแม่งานนั่นเอง
O ที่มาที่ไปของการตัดสินใจตั้งโฆษก ศปก.กปต. ทั้งๆ ที่ "รองฯ เหลิม" ก็ทำหน้าที่เป็นทั้ง ผู้อำนวยการและโฆษกชั้นดีอยู่แล้ว ก็เพราะว่าหลังๆ "บิ๊กแมว" ทำตัวห่างเหิน ไม่ค่อยรายงานความคืบหน้าการพูดคุยเจรจาให้ "รองฯ เหลิม" รับทราบ ทั้งๆ ที่ เจ้าตัวให้สัมภาษณ์กำชับว่าก่อนไปเจรจาให้มาคุยกันก่อน เพื่อสรุปประเด็นร้อนๆ ไม่ให้เสียเปรียบบีอาร์เอ็น แต่ในทางปฏิบัติ...ก่อนไปก็ไม่เห็น คุยเสร็จกลับมาก็ยังปล่อยให้รอเก้อตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่เห็นเข้าไปรายงาน มีแต่ไปเข้ารายการ...ทีวีบ้าง วิทยุบ้าง...วันละหลายรอบ
O งานนี้ ว่ากันว่า "รองฯ เหลิม" น้อยใจจริงๆ ไม่ใช่เล่นๆ ถึงขนาดให้สัมภาษณ์ประชดเช้าเย็นว่าคณะเจรจาเป็นบิ๊กไปกันหมดแล้ว ทั้ง "บิ๊กแมว" ทั้ง "บิ๊กวี" ซึ่งหมายถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. แกนนำคณะพูดคุยสันติภาพอีกหนึ่งราย
O ซ้ำร้ายในทางการเมือง เมื่อคนระดับเลขาฯ สมช. ให้สัมภาษณ์เองหมด ทั้งเรื่องเจรจา และเรื่องเหตุรุนแรงในพื้นที่ ก็ทำเอาหน่วยปฏิบัติ อย่าง "กองทัพภาค 4" ไม่มีงานอะไรทำ โดยเฉพาะ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่หายเสียงหายหน้าไปจากวิทยุ โทรทัศน์ มีแต่ "บิ๊กแมว" ให้สัมภาษณ์เสียงดังฟังชัดอยู่คนเดียว สุดท้ายก็โดนด่ากันอยู่พวกเดียวว่าไปเจรจาล้มเหลว เพราะว่าสถานการณ์ในพื้นที่ดิ่งเหว ยังระเบิดกันอยู่ทุกวัน ทั้งๆ ที่ ระดับนโยบายเคยตกลงกันอย่างชัดเจนว่า เจรจาก็เป็นส่วนของการเจรจา ส่วนเหตุระเบิด-ยิง-ฆ่า ก็ให้ทหารเขาว่าไป
O นี่คือ เหตุผลข้อใหญ่ที่ทำให้ "รองฯ เหลิม" ตัดสินใจตั้งโฆษก ศปก.กปต. ส่วนที่หวยมาออกที่ "บิ๊กแป๊ะ" นั้น คนใกล้ชิด "รองฯ เหลิม" เล่าให้ฟังว่า เจ้าตัวนิยมชมชอบ พล.อ.นิพัทธ์ มาเนิ่นนาน เนื่องจากสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แถมยังสรุปเรื่องยากๆ ให้ฟังเข้าใจง่ายๆ ประกอบกับเคยมีประสบการณ์เข้าไปร่วมกระบวนการสันติภาพที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียมาแล้ว น่าจะเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
O ส่วนโฆษกใหม่ถอดด้ามอย่าง พล.อ.นิพัทธ์ แว่วว่ายังนั่งยันนอนยัน ขอเป็นแค่ "โฆษกเฉพาะกิจ" เท่านั้น เพราะว่ายังปอดสั่นที่ต้องมาคอยอธิบายข่าวร้ายรายวัน...พูดดีก็เสมอตัว พูดผิดพูดมั่วก็โดนเหยียบจมดิน...เฮ้อ!






