วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เยียวยาลูกค้า อย่าคว้าน้ำเหลว

น่าจะเป็นข่าวดีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ผ่านร่างเยียวยาลูกค้า 1800 ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ในระบบราว 17 ล้านเลขหมาย และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (ดีพีซี) มีผู้ใช้บริการอยู่ในระบบราว 8 หมื่นเลขหมาย กำหนดสิ้นสุดอายุสัมปทานพร้อมกันวันที่ 15 กันยายน 2556 หรือร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.... ตามที่สำนักงาน กสทช.เสนอ

โดยหลังจากนี้จะนำไปประชาพิจารณ์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดประชาพิจารณ์ได้ในสัปดาห์หน้า ตลอดจนพิจารณาสิทธิดูแลลูกค้าช่วงเปลี่ยนผ่านหลังสิ้นสุดการยืดอายุการดูแลออกไปอีก 1 ปี เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือมีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2555 หากผลออกมาไม่โปร่งใส ตอบคำถามสังคมได้ เรื่องราวคงจบลงง่ายๆ ไม่ได้ หรือก็จบแบบต้องขุดคุ้ยต่อ

การผ่านร่างครั้งนี้ มี กสทช. เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยอยู่ 2 คน คือ นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (กทค) และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท) ซึ่งเหตุผลของการไม่เห็นด้วยของทั้งคู่น่าสนใจ โดยนายแพทย์ประวิทย์นั้นเสนอให้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช. ให้ความเห็นเรื่องแนวทางของ กสทช. ถ้าพิจารณาจริงจะรอบคอบยิ่งขึ้น แต่ถ้าดำเนินการต่อไปโดยไม่ได้สอบถามที่ปรึกษากฎหมายจะเป็นประเด็นอ่อนไหวต่อไป และเห็นว่า การเยียวยาควรทำเท่าที่จำเป็นในกรณีย้ายลูกค้า หรือเตรียมประมูลไม่ทันจริงๆ ไม่ใช่เป็นมาตรการสำหรับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ตามที่ กทค. คิดไว้ เพราะจะอธิบายสังคมลำบากว่าอีก 2 ค่ายยังมีเวลาเหลืออีกหลายปีทำไมไม่เตรียมการป้องกันปัญหา

ส่วนนางสาวสุกัญญา ไม่เห็นด้วย โดยมี 3 เหตุผล คือ 1. ประกาศดังกล่าวถือเป็นการต่อสัญญาสัมปทานหรือไม่ ยังขาดความชัดเจนด้านกฏหมาย ซึ่ง กสทช.ต่อสัญญาสัมปทานลักษณะนี้ได้หรือไม่ 2. บอร์ดยังไม่ชัดเจนว่า กสทช. มีเวลาถึง 2 ปี ในการเตรียมการประมูล แต่ไม่เสนอก่อนหน้านี้ 3. ถ้ามีเหตุผลในการคุ้มครองผู้ใช้บริการจริงหลังหมดสัญญาสัมปทาน แต่ประกาศดังกล่าวไม่มีเรื่องการชดเชยรัฐให้ผู้บริโภค เช่น การปรับลดราคา ทั้งหมดจึงไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอที่จะยึดเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อจัดประมูลคลื่น 1800 แทนที่จะเตรียมการประมูลตั้งแต่ 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความล่าช้าในการเตรียมการประมูลของ กทค.และกสทช.เอง จนเหลือเวลา 2-3 เดือน แต่ถ้าจำเป็นต้องยืดอายุจริงควรมีเงื่อนไขที่หนักแน่นกว่านี้ และตั้งข้อสงสัยถึงการจัดการกรณี 1800 ครั้งนี้ จะส่งผลเป็นโดมิโนไปถึงสัมปทานของเอไอเอส และดีแทค ที่จะหมดสัญญาสัมปทานในอนาคตด้วย

การจัดการปัญหาของ กสทช. ที่ผ่านมา มักล่าช้า ไม่ตรงจุด ตรงประเด็น ก่อให้เกิดข้อสงสัยของสังคมตลอดมา โดยเฉพาะการคุ้มครอง ดูแลผู้บริโภค มักเงื้อง่าราคาแพง แต่สรุปสุดท้ายไม่มีอะไรในกอไผ่ เสมือนป่าวร้องให้ผู้บริโภคดีใจ เช่น จะได้ส่วนลดค่าใช้บริการ 3จีลง 15% แต่พอถึงเวลาจริงกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรียกเอกชนครั้งแล้วครั้งเล่ามาประชุมหารือ ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง แม้จะอ้างว่ามีอำนาจในมือ แต่ก็เป็นเสมือนอำนาจในฝัน ที่โอกาสเป็นจริงเกิดขึ้นยาก รับเงินเดือนคนละกว่า 3 แสนบาท ผลงานควรให้ประชาชนได้ชื่นใจสักนิด