วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งสติรับความผันผวน

สัปดาห์นี้มีวาระสำคัญที่ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกจับตาดูอยู่ นั่นคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด

ในวันที่ 18-19 มิถุนายนตามเวลาในสหรัฐ เพื่อทบทวนผลงานด้านนโยบายที่ผ่านมา และกำหนดทิศทางด้านนโยบายสำหรับอนาคต นโยบายสำคัญที่ดำเนินอยู่ คือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี ที่ดำเนินมา 3 ครั้งแล้วในช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปี และล่าสุดจัดทำขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ในรูปของโครงการแบบปลายเปิดเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่าเดือนละ 40,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อรวมกับการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนในอีกโครงการหนึ่ง เท่ากับว่าในแต่ละเดือนนั้นเฟดซื้อพันธบัตรเป็นจำนวน 85,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เครื่องมือทางการเงินอีกชิ้นในรูปของอัตราดอกเบี้ย ก็ถูกตรึงไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ไปจนถึงปี 2558 เป็นอย่างน้อย

เฟดระบุตั้งแต่ประกาศทำคิวอีแล้วว่าจะเดินหน้ามาตรการนี้ต่อไป จนกว่าอัตราว่างงานจะลดเหลือ 6.5% และเงินเฟ้อไม่สูงเกิน 2% ซึ่งหากดูแล้วจะพบว่าตัวเลขว่างงานที่ 7.6% ในปัจจุบัน ยังนับว่าสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก ส่วนเงินเฟ้อก็ยังต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้เช่นกัน แม้ตลาดเงินตระหนักดีว่าเฟดจะต้องเริ่มชะลอมาตรการกระตุ้นทางการเงินทันที่เศรษฐกิจสหรัฐสามารถออกจากห้องฉุกเฉินได้ แต่ไม่วายที่ผลตอบแทนพันธบัตรจะขยับขึ้น ส่วนหุ้นก็ดิ่ง ทันทีที่ประธานเฟดพูดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ว่าเฟดอาจดำเนินมาตรการชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ในการประชุมสัปดาห์นี้ ประธานเฟดมีโอกาสใช้เวทีแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อแจกแจงเรื่องที่หลายฝ่ายกังขา โดยแม้ประธานเฟดไม่สามารถเรียกคืนคำพูดที่เอ่ยออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่คาดว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นเวทีอย่างดีในการชี้แจงเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจสหรัฐ ว่าฟื้นตัวไปได้ราบรื่นเพียงใด โดยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่จะเปิดเผยนั้น จะรวมถึงการสำรวจภาคการผลิตของนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย ทั้งยังจะมีการสำรวจเกี่ยวกับการสร้างบ้านทั่วประเทศด้วย

แต่การคาดหมายช่วงสุดสัปดาห์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เกี่ยวกับสหรัฐออกมาไม่ดีนัก เพราะได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าเหลือ 2.7% ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลหั่นงบใช้จ่ายเร็วเกินไป และไม่ได้วางแผนให้ดี นอกจากนั้น การลดค่าใช้จ่ายอย่างหนักเพื่อลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณ ยังทำให้ศักยภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้หายไปแล้ว 1.75% และคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะโตแค่ 1.9% พร้อมกันนี้ไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรตั้งแต่ปีหน้า

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2537 เฟดสร้างความตกตะลึงแก่ตลาดพันธบัตรและหุ้นมาแล้ว ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีอย่างไม่มีการบอกใบ้ล่วงหน้าและไม่มีสัญญาณของแรงกดดันเงินเฟ้อ อีกทั้ง 10 เดือนหลังจากนั้นเฟดก็ขึ้นดอกเบี้ยมาตลอดจนขึ้นสู่ระดับ 2.5% ซึ่งหากมองไปแล้วสภาพเศรษฐกิจเมื่อปี 2537 ก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับในปัจจุบัน ทำให้ท้ายที่สุดแล้วการทำนายว่าเฟดจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดในการประชุมครั้งนี้ เป็นสิ่งที่กระทำได้ค่อนข้างยาก ประกอบกับปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง และเศรษฐกิจโลกก็ยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ดังนั้นเมื่อรับข้อมูลต่างๆ มาแล้วจึงต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ไม่แตกตื่นไปง่ายๆ ท่ามกลางยุคแห่งความผันผวน