วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชื่อหรือ?..แค่ฆ่าชิงทรัพย์"เอกยุทธ"

ข่าวการหายตัวไปของ เอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่ญาติเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2556

หลังจากหายตัวอย่างลึกลับไปแล้ว 3 วัน และติดต่อไม่ได้ จนในที่สุด การติดตามคดีนี้ ก็นำไปพบว่าเอกยุทธเสียชีวิตแล้ว ด้วยสาเหตุการฆ่าชิงทรัพย์ 5 ล้านบาท โดยคนขับรถของตัวเองและพรรคพวกที่รับสารภาพ

ถึงแม้ตำรวจมีแนวโน้มจะปิดคดีได้ง่ายๆ ตามพยานหลักฐานที่ครบสมบูรณ์อย่างนี้ แต่เบื้องหลังการตายของ เอกยุทธ กลับยังเป็นที่กังขาในสังคมไม่น้อย ว่าเขาตายเพราะสาเหตุใดกันแน่ ใครคือมือสังหาร และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง โดยเฉพาะข้อมูลจาก สุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัว ที่เตรียมจะออกมาให้ข้อมูลหลังพบว่า มีใครบงการอยู่เบื้องหลังในการอุ้มฆ่าเอกยุทธและโยงใยกับการเมือง

วันนี้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคดี ออกมาอย่างสับสน จนไม่รู้จะเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาหรือคำให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้องส่วนไหนดี

หากไล่เรียงสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ชวนตั้งคำถามว่า แค่คนขับรถคนเดียว จะคิดการใหญ่ได้ขนาดนี้เชียวหรือ และวิธีการสังหาร ทำได้เพียงลำพังอย่างนั้นหรือ ข้อกังขาเหล่านี้ ทำให้ถูกมองว่า น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา ดูรูปการณ์ หลักฐานแวดล้อมในคดี เหมือนการ "อุ้มฆ่า" อย่างมีแผน โดยสบโอกาส เมื่อเอกยุทธออกจากบ้านพักไปกับคนขับรถแค่ 2 คน จึงเป็นจังหวะที่จะเดินแผน

ความผิดปกติวิสัยของเอกยุทธ ทำให้ อรุณี สุรทรภัทร น้องสาวเอกยุทธ เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ช่วงบ่ายของวันที่ 9 มิ.ย.จนกลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา พร้อมทั้งนำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและภาพถ่ายของผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัว เอกยุทธ เข้ามอบให้กับฝ่ายสืบสวนกองปราบ เพื่อให้ช่วยติดตามหาตัวเอกยุทธ หลังจากขาดการติดต่อไปตั้งแต่คืนวันที่ 7 มิ.ย.

กระทั่งวันที่ 11 มิ.ย. ชุดสืบสวน นำโดย พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำตัว สันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของเอกยุทธ ที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ได้มาสอบสวน จนได้ข้อมูลว่า เรื่องนี้มีการวางแผนล่วงหน้า มาร่วมๆ 3 เดือน เพื่อลักพาตัวเอกยุทธไปคุมขังในบ้านย่านพักหนองจอกคืนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นรถไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อโทรให้ญาตินำเช็คเงินสด 5 ล้านบาทมาให้เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากได้ทรัพย์สิน คนร้ายก็ลงมือฆ่าเอกยุทธในสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนนำศพใส่รถไปฝังอำพรางคดีที่ จ.พัทลุง ส่วนเงินสด 5 ล้านบาทนั้น คนขับรถเอกยุทธ สารภาพว่า แบ่งให้เพื่อนๆ คนละ 1 ล้านบาท ส่วนตัวเองเก็บไว้ 2 ล้านบาท นำไปฝากไว้ที่บิดาโดยยังไม่ได้ใช้

กระทั่งบ่ายวันที่ 12 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ระดมกำลังลงพื้นที่บริเวณไร่นาสวนผสมในพื้นที่ บ้านเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อค้นหาศพเอกยุทธตามที่ผู้ต้องหาพาไปชี้จุด จนในที่สุดก็พบศพเอกยุทธ ในสภาพปราศจากเสื้อผ้า ขึ้นอืด กะโหลกยุบเนื่องจากถูกของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะ ลำคอมีรอยช้ำ และยังมีหลักฐานเส้นผมใกล้เคียงกับเส้นผมของเอกยุทธ จึงต้องส่งให้นิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ พร้อมทั้งให้ญาติยืนยันเสื้อผ้าที่ใส่ไปในวันที่หายตัว

คดีนี้ ดูเหมือนจะปิดลงได้แล้วเมื่อตำรวจพบศพของเอกยุทธ โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น.จะบอกว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 4 ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรม ทั้ง สันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถ พระกาฬ สงขาว เชาวลิต วุ่นชุม ทิวากร เกื้อทอง ด้วยข้อหาปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และข้อหาปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ แต่ความเคลือบแคลงสงสัยของผู้คนในสังคมต่อเบื้องลึกเบื้องหลังการตายของ เอกยุทธ กลับยังเป็นที่กังขามากยิ่งขึ้น

หลายฝ่ายมองว่า การสอบสวนของตำรวจน่าจะลงลึกไปกว่านี้ เพราะไหนๆ คดีก็อยู่ในมือตำรวจแล้ว อย่าจบลงเพียงแค่หลักฐานที่ปรากฏครบถ้วนตามทฤษฎี เพราะเรื่องราวของเอกยุทธที่มีโจทก์ในหลายวงการนั้น ยังมีอีกหลายประเด็นน่าสงสัย ที่อาจเป็นสาเหตุการสังหารที่แท้จริง

หากดูประวัติและความเคลื่อนไหวของ เอกยุทธ ที่ผ่านมา ก็เห็นชัดว่าไม่ธรรมดา เขามีทั้งมิตรและศัตรู คดีนี้ ตำรวจควรทำความกระจ่างต่อสังคมด้วย เพราะนอกจากจะได้รับ "การยอมรับ" แล้ว ยังจะได้เสียงปรบมือให้ด้วย