กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. วิชา มหาคุณ บอกกับผมในวันวานครบรอบ 13 ปี
ผู้ตรวจการแผ่นดิน พูดคุยกันหลายเรื่อง ไม่วายวกมาที่เรื่องสอบสวนโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาล
ทำให้ทราบว่า เรื่องที่รับไว้ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ดูแลโครงการนี้ไม่ได้ส่งตัวเลขการรับจำนำข้าวมาให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ
เรื่องนี้ หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ สมศักดิ์ โกศัยสุข เข้ายื่นเรื่องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2555 ยื่นถึง ประธานป.ป.ช. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ติดตามนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล และมีข้อมูลว่าการดำเนินการก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย
หากยังจำได้ ป.ป.ช.นั่นแหละที่ให้ "ข้อเสนอแนะ" กับรัฐบาลถึงอันตรายของโครงการ "รับจำนำข้าว"
คำว่า "รับจำนำ" นั้นโดนวิพากษ์ว่า เป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้องตามความหมายที่แท้จริง เพราะการ "จำนำ" คือการนำสังหาริมทรัพย์ไป "ค้ำประกัน" สินเชื่อ
มูลค่าของสังหาริมทรัพย์ต้องสูงกว่าราคาที่รับจำนำ และผู้รับจำนำต้องมาไถ่ทรัพย์สินคืนตามระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่การนำสังหาริมทรัพย์ไปจำนำในราคาที่สูงกว่าราคาที่แท้จริงตามท้องตลาด จะเรียกว่าจำนำไม่ได้ เท่ากับเป็นการที่รัฐ "รับซื้อ" ในราคาที่แพงกว่าราคาในท้องตลาด แน่นอนว่าจะไม่มีผู้ใดไปไถ่ถอนคืน
นี่จึงเป็นนโยบายที่ไม่สุจริต และยังเป็นการบิดเบือนราคาตลาด
ประเด็นนี้เป็นอำนาจของป.ป.ช.ที่จะรับสอบสวนว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 84 ที่รัฐต้องสนับสนุน "เศรษฐกิจแบบเสรี" และ "เป็นธรรม"
ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายมหาศาล ทำให้เกิด "หนี้สาธารณะ" ในอนาคตคนไทยทุกคนต้องเสียหายเพราะนโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาล
ป.ป.ช.มีอำนาจ พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนที่สุด ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการที่เกี่ยวข้องส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ทุจริตต่อหน้าที่หรือส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
กรณีนี้ ป.ป.ช.รับเรื่องเอาไว้สอบสวนก็จริงอยู่ แต่เวลาดูจะเนิ่นนานที่ไม่อาจจะเดินหน้าสอบสวนต่อไปได้
ป.ป.ช.นั้นได้รับความร่วมมืออย่างดี จากอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์? ที่มาให้ข้อมูลเรื่อง "จำนำข้าว"
ป.ป.ช.ไม่ใช่ว่าจะไม่อยากเร่งสรุปเรื่องนี้ แต่ดูจากที่การ "บ่ายเบี่ยง" จนไม่สามารถที่จะสอบสวนต่อได้
ป.ป.ช.ได้เร่งรัดให้ สำนักเลขาฯ ทวงถามข้อมูลไปยังกระทรวงพาณิชย์แล้ว
แต่การทวงถามนั้น กลับไม่ได้รับความร่วมมือ ซ้ำจะมีเจตนาเหมือนจะไม่ให้มาตรการดำเนินการสอบสวนเดินหน้าต่อไป
ป.ป.ช.นั้นมี "ดาบ" ที่กฎหมายให้อำนาจดำเนินคดีฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่พยายามบ่ายเบี่ยงให้ข้อเท็จจริง ในอันที่จะหามาตรการปกป้องผลประโยชน์ชาติ
ป.ป.ช.ต้องกล้าบอกว่า ข้าราชการระดับไหน ที่ไม่ให้ความร่วมมือที่จะสร้างเครื่องมือปกป้องไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นในประเทศไทย
กระทรวงพาณิชย์ ที่พยายามปกปิดตัวเลขการ "ขาดทุน" โครงการรับจำนำข้าวนั้น ป.ป.ช.ต้องกล้าที่จะใช้อำนาจที่มี เร่งสรุปเรื่องนี้ เพื่อสกัดกั้นคนโกงไม่ให้ทำร้ายประเทศ โดยเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้









