วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อการเมืองนำมาใช้ ตัวเลขก็อาจโกหกได้

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดรับบทหนักชี้แจงนโยบายรับจำนำข้าว ที่ใช้เงินมหาศาลถึง 6 แสนล้านบาท

แต่ผลการขาดทุนจริงยังไม่อาจสรุปผลได้ โดยอ้างว่ายังไม่ได้ปิดบัญชี แต่ยืนยันว่าตัวเลขขาดทุนจะไม่ถึง 260,000 ล้านบาท ซึ่งนายบุญทรงเข้าใจว่าตัวเลขขาดทุนดังกล่าวเป็นตัวเลข"การเมือง"มาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน แต่นายบุญทรงก็ยอมรับว่า การชี้แจงเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น"ไม่ชัดเจน" เพราะ"ข้อมูลบางอย่างพูดมากไม่ได้ เป็นความลับและเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

นอกจากตัวเลขความลึกลับโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ขณะนี้นายบุญทรงและผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำได้เปิดประเด็นใหม่โดยยอมรับว่าอย่างไรเสียโครงการนี้ก็ต้องขาดทุน เหมือนรัฐบาลอื่นในอดีตที่เคยดำเนินโครงการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร นายบุญทรงยังบอกอีกว่า "รัฐบาลนี้ไม่กลัว เพราะสิ่งที่ได้กลับคืนมามากกว่าผลขาดทุนมาก ทั้งความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น" ทำให้ขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวไปไกลมากถึงสิ่งที่จับต้องได้ยากในการแสดงให้เห็น นอกจากใช้ในการตอบโต้ทางการเมือง

หากจำกันได้ ในช่วงเริ่มต้นของนโยบายการรับจำนำข้าว รัฐบาลมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะได้กำไร เนื่องจากรัฐบาลประเมินว่าหากไทยสามารถเก็บสต็อกข้าวเอาไว้มากๆ ราคาข้าวในตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้น จากนั้นจะขายได้ราคา ส่งผลให้โครงการนี้มีกำไรทันที โดยรัฐบาลเปรียบเทียบข้าวเหมือนกับกลุ่มประเทศโอเปคที่สามารถกำหนดราคาน้ำมันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลประเมินผิดพลาดอย่างมาก เพราะข้าวไม่เหมือนน้ำมัน อีกทั้งประเทศอื่นก็เร่งผลิต ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวไม่ปรับขึ้นตามที่คาดคิดไว้

ดังนั้นนายบุญทรงจะมาอ้างว่าเหมือนรัฐบาลอื่นที่มีผลขาดทุนนั้นไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลก่อนหน้านั้นไม่ได้กล้าหาญประกาศว่าจะได้กำไร แต่รัฐบาลนี้ประกาศอย่างชัดแจ้งโดยหวังผลทางการเมืองมากกว่าความเป็นจริง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกว่ารัฐบาลจะประสบกับภาวะขาดทุน และยิ่งรัฐบาลเดินหน้าโครงการรับจำนำทุกเมล็ดในราคา 15,000 บาทต่อตันเช่นเดิม รัฐบาลก็ยิ่งเจ็บตัวมากเท่านั้น เพราะผ่านไป 2 ปีแล้วนับตั้งแต่รัฐบาลดำเนินนโยบายนี้ ยังไม่มีปีไหนเลยที่ราคาข้าวในตลาดโลกขึ้นอยู่เหนือราคารับจำนำของรัฐบาล

ยิ่งกว่านั้น ขณะนี้ดูเหมือนว่านายบุญทรง ได้ให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาร่วมชี้แจงโครงการรับจำนำข้าว แต่ก็ปรากฏว่าตัวเลขเรื่องข้าวก็ยิ่งสับสนมากไปอีก เนื่องจากนายณัฐวุฒิมักจะพูดหรือชี้แจงโดยโยงกับการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริง ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ดีกว่ารัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร ขาดทุนก็ขาดทุนน้อยกว่า และชาวนาได้ประโยชน์กว่า ดังนั้นในเมื่อตัวเลขเรื่องโครงการรับจำนำข้าวถูกนำไปใช้ในทางการเมืองอย่างหลับหูหลับตา ความสับสนก็ยิ่งเป็นทวีคูณ

เราเห็นด้วยกับรัฐบาลในการดำเนินโครงการนี้หากเกิดประโยชน์ดังที่รัฐบาลหวัดฝันไว้ แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากเกิดความผิดพลาดในโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใด รัฐบาลก็ยังทำเหมือนกับมองไม่เห็น ทั้งๆที่อาจเป็นต้นตอใหญ่ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศ แต่พยายามบอกว่าเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมือง ทั้งๆที่รัฐบาลไม่ได้ตอบคำถามหลายเรื่องที่น่าจะตอบได้ แต่มักจะบ่ายเบี่ยงว่าเป็นความลับบ้าง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบ้าง และยิ่งขณะนี้ได้มีความพยายามใช้ตัวเลขหลายเรื่องเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผลดีต่อประเทศ แต่ตัวเลขเหล่านี้มีเป้าหมายทางการเมือง รัฐบาลแน่ใจหรือว่าจะมีใครเชื่อถือ