ที่ "จ้องล้มรัฐบาล" ทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งกลุ่มเสื้อหลากสี
และทั้งม็อบองค์การพิทักษ์สยาม ต่างระดมเรียกมวลชนแสดงศักยภาพบนท้องถนน แต่ในปีนี้รูปแบบการชุมนุมเปลี่ยนไป สู่การชุมนุมใน "โลกออนไลน์" ดังเช่นปรากฏการณ์ "กลุ่มไทย สปริง" และส่งไม้ต่อ "กลุ่มหน้ากากขาว" และไม่ว่าทั้ง 2 กลุ่มจะจำแลงแปลงร่างมาจากกลุ่มไหน คงไม่ใช่ประเด็น เพราะสังคมใน "ชุมชนออนไลน์" การแสดงสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกถึงจุดยืนทางการเมือง ไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดในโลกยุคใหม่
>>> การแสดงสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกถึงจุดยืนทางการเมือง กลุ่ม "ไทย สปริง" ใช้จังหวะความไม่พอใจของสังคมบางส่วนต่อคำปาฐกถา นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มองโกเลีย โดยเปิดเพจให้ประชาชนมาลงชื่อไม่เห็นด้วย ขณะที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ความหมายของ “ไทย สปริง” แตกต่างจาก “อาหรับ สปริง” ต้นตำรับที่หมายถึงการก้าวสู่ประชาธิปไตย
>>> หลังจาก "ไทย สปริง" รวบรวมรายชื่อได้ 26,000 ชื่อ ก็จะยุติบทบาทนี้เริ่มบทบาทใหม่ เรี่ยกว่า "ไทย สปริงฟอร์รั่ม" ซึ่งวันนี้ ผู้ก่อตั้งอย่าง แก้วสรร อติโพธิ จะแจกแจงรูปแบบ และพันธมิตรที่จะเข้าร่วม โดยรูปแบบคือ "ม็อบ ออนไลน์" อภิปรายสด ผู้ร่วมชุมนุม ฟัง-ชม สดๆ บนเว็บไซต์ "ยูทูบ"
>>> อีกหนึ่งแนวร่วม คือการรวมตัวของกลุ่มคนในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รณรงค์เปลี่ยนรูป โปรไฟล์ หรือรูปหน้าเฟซบุ๊ก เป็นรูปหน้ากาก "กาย ฟอว์กส์" โดยที่ฝ่ายรัฐบาล มองความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 กลุ่ม เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง อย่างชัดเจน
>>> การแสดงออกด้วยการผลักข้อเรียกร้องคนเหล่านี้ให้เป็นขบวนการต่อต้านรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมที่เคยประท้วง อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เรื่อยไปจนถึงการอ้างระบอบประชาธิปไตย มาเป็นเหตุผลผูกขาดการแสดงความคิดเห็น และการแสดงสัญลักษณ์ของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ว่าเป็นฝ่ายที่ไม่ชอบประชาธิปไตย แต่นิยมเผด็จการ
>>> การจัดทัพปรับขบวนใหม่ใช้เป้าหมายคือโซเซียลเน็ตเวิร์ค เป็น "สมรภูมิการเมืองใหม่" ฉีกรูปแบบการต่อต้านอำนาจรัฐตั้งแต่ยุค 14 ตุลา นั่นคือการนำมวลชนเรือนหมื่น เรือนแสน ออกมาเดินตามท้องถนน การเคลื่อนไหวแบบเดิมนี้วนเวียนอยู่กับการชุมนุมแบบเดิมๆ เพื่อกดดัน ขับไล่รัฐบาล แต่ ณ ปัจจุบันจังหวะเวลา เงื่อนไข เหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เรื่อยไปจนถึงความยุ่งยากในบริหารจัดการมวลชนเรือนหมื่น เรือนแสน นั่นเอง
>>> สมรภูมิการเมืองที่เหมาะสมในห้วงเวลานี้ "การเปิดพื้นที่สาธารณะ" ในโลกไซเบอร์ ซึ่งมีแนวโน้นได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงมวลชนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว ไร้ข้อจำกัด
>>> จะเห็นได้ว่า “อาหรับ สปริง” ประสบความสำเร็จเมื่อรัฐบาล ปิดกั้นเนื้อหาการต่อต้านรัฐบาลในอินเทอร์เน็ต เป็นชนวนปลุกกระแสต่อต้านจากมวลชนให้รุนแรงมากขึ้น นี่จะเป็นบทเรียนให้รัฐบาลไทย หากยิ่งปิดกั้น ยิ่งสร้างเงื่อนไขให้การระดมมวลชนจำนวนมากก็ทำง่ายขึ้น และรอเวลาสุกงอมจากการชุมนุมในโลกออนไลน์ ไปสู่การ "เปิดหน้าสู้" บนท้องถนน






