วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขำกลิ้งรถหรูบ้านเรา คุณภาพเทียบเท่าตุ๊กตุ๊ก

กลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" จนขยายไปทั่วโลกแล้ว สำหรับประเทศไทย ที่ปล่อยให้มีการนำรถหรู

อย่าง บีเอ็มดับเบิลยู ลัมบอร์กินี เฟอร์รารี่ ไปติดตั้งแก๊สแอลพีจี จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระหว่างขนย้ายไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ต้องการ หลบเลี่ยงการจ่ายภาษี

มันน่าแปลกใจ ที่คนรวยๆ ทั้งหลาย อยากใช้รถแพง แต่ไม่ยอมเสียภาษีให้ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านี้ ยังทำกันเป็นกระบวนการ ทำเป็นธุรกิจ และที่น่าทึ่งไม่น้อย ทำไม? ถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้นทางของการดูแลกระบวนการนำเข้ารถอย่างกรมศุลกากร ทำไมไม่มีการตรวจสอบการนำเข้ามาตั้งแต่ต้น ปล่อยให้มีการนำรถหรู เร่ร่อนไปจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ เพื่อขอจดทะเบียนเพื่อเลี่ยงภาษีกันอย่างโจ๋งครึ่มอย่างที่เห็นๆ

อีกมุมที่น่าคิด ถึงเหตุที่กรมศุลกากร ปล่อยให้มีการ "เล็ดลอด" หรือหลับตาจนมองไม่เห็นการนำเข้ารถหรู จึงไม่ได้ตรวจสอบกระบวนการนำเข้าเลยอย่างนั้นหรือ เพราะว่าปกติแล้วการนำเข้ารถจะต้องผ่านกระบวนการศุลกากรเต็มๆ โดยผู้นำเข้าต้องสำแดงบัญชี ใบสั่งรถ เจ้าของรถ หรือแม้แต่ออปชั่นรถที่เข้ามามีลักษณะอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ กรมศุลกากรน่าจะมีครบถ้วน ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีการลักลอบนำเข้ามาตามชายแดน หากมองจากยี่ห้อรถหรูที่นำเข้ามา ก็ไม่น่าจะผ่านบริเวณชายแดน

จากตัวเลขนำเข้ารถหรูหลายพันคัน ก็ชวนตั้งคำถามว่า มีการเสียภาษีการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ ตรงนี้กรมศุลกากรก็น่าจะอธิบายความได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ กลายเป็นว่า ควานหาต้นตอของเรื่องไม่เจอ อย่างน่าฉงน

ใครติดตามข่าวเรื่องนี้ คงจะ ขำกลิ้ง ที่รถราคา 20-30 ล้านบาท แต่เอามาดัดแปลง จนดูเหมือนคุณภาพเทียบเท่ากับรถตุ๊กตุ๊ก เสียอย่างนั้น

ที่น่าสนใจ วันนี้รัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร ดูเหมือนว่ายังอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะบอกว่า รถหรูดัดแปลงเหล่านี้ เป็นของใคร?
ขณะที่ "สองแพะ" ที่รับกรรมไปก่อนหน้านั้น คือ ดนัย โคตรอาษา ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ และ ณัฏฐ์พัชร์ จันทะแจ่ม หัวหน้าฝ่ายตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ถูกสั่งย้ายแบบฟ้าผ่า ทั้งๆ ที่การจดทะเบียนรถหรูยังไม่เกิดขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น อยู่ๆ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็เด้งรับเรื่องนี้ ไว้เป็นคดีพิเศษ โดยบอกว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานเลี่ยงภาษี เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งเป็นกฎหมายในบัญชีแนบท้ายกฎหมายของดีเอสไอ

ถามว่าเจ้าทุกข์อย่างกรมศุลกากร และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ในฐานะผู้เสียหาย จากการสูญเสียรายได้จากภาษี ไม่จำเป็นต้องร้องทุกข์กล่าวโทษเรื่องนี้กันเลยหรือ

ยิ่งเห็น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ออกมาแจงยิบ เกี่ยวกับสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถเก่าที่ใช้แล้ว นำเข้าจากต่างประเทศและติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซ ระหว่าง 1 ต.ค. 2553 - 31 มี.ค. 2556 พบว่า มีถึง 6,862 คัน จดทะเบียนที่กรุงเทพฯ 861 คัน ต่างจังหวัด 6,001 คัน กระจายไปยังขนส่งจังหวัดต่างๆ 15 จังหวัด โดยจังหวัดนนทบุรี สูงสุด 2,741 คัน ตามมาด้วยสระบุรี 1,289 คัน โอแม่เจ้า! ตัวเลขอย่างนี้ หากกรมศุลกากรเข้มงวดตรงนี้ รัฐจะได้รับภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่น้อย

ว่ากันว่า งานนี้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะว่าลึกๆ แล้ว กรณีที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าจะมี "คนไม่ห่างตัว" เข้าไปพัวพันสักเท่าไหร่

งานนี้บอกได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่คนมีอิทธิพล คงไม่สามารถกระทำเรื่องอย่างนี้ได้ แต่อีกฟากหนึ่ง อย่างกลุ่มผู้นำเข้ารถที่ถูกต้องตามกฎหมาย คงอยากจะตะโกนดังๆ ว่า ช่วยจัดการล้างบางจริงๆ จังๆ สักทีเถอะ