โลกออนไลน์เข้ามาใกล้ชิดคนไทยมากขึ้น แม้ประโยชน์จะมีอยู่สูง แต่ภัยแฝงที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เช่น การละเมิดสิทธิ
นำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปขายต่อ กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ ควบคุมยาก ลำพังผู้ใหญ่ก็ยังจัดการลำบาก ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็กเยาวชนที่ความสามารถ วิจารณญาณยังอาจมีไม่เต็มที่ ยิ่งน่าเป็นห่วง
เหรียญอีกด้านหนึ่งของบริษัทผู้ให้บริการข้อมูล หรือ ดาต้า ไมนิ่ง และ บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมกันกว่า 20 บริษัท ร่วมจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไร "เซฟกอฟ" ขึ้น เพื่อดูแลโรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ และ โรงพยาบาล ให้เข้าสู่ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เพราะว่าปัจจุบันมีธุรกิจ ดาต้า ไมนิ่ง รับฝากข้อมูลไว้มากมาย ตลอดจนบริการอีเมลสาธารณะ ที่จะดึงข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือหาประโยชน์อย่างง่ายๆ โดยเจ้าของข้อมูลไม่ระวัง ได้ออกมาเตือนว่า การขยายตัวของระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ในโรงเรียน กำลังเป็นที่วิตกไปทั่วโลก
และปัญหานี้ เป็นความท้าทายอันดับต้นๆ ของบรรดาผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งในประเทศไทยและประเทศที่พัฒนาแล้ว กำลังวางแผนเปลี่ยนถ่ายไปใช้อีเมลระบบคลาวด์ และใช้บริการการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีมาก เพราะว่านักพัฒนาการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างตระหนักถึงประโยชน์ของระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่มีต่อการศึกษาและสังคม นักเรียนจะได้ใช้ คลาวด์ คอมพิวติ้ง เป็นฐานการพัฒนาทักษะที่จำเป็น จนทำให้การศึกษาพัฒนายิ่งขึ้น แต่นั่นต้องหมายความว่า การใช้ระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ในโรงเรียนต้องปลอดภัย 100%
หากสถานการณ์จริงมิได้เป็นเช่นนั้น ด้วยมีภัยมืดแฝงอยู่ โดยที่นักเรียน นักศึกษา อาจยังไม่ตระหนักถึงนัก จากการใช้ระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ในโรงเรียน จะเอื้อให้ผู้ให้บริการรวบรวมข้อมูลของนักศึกษาจากเนื้อหาในอีเมล พฤติกรรมการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต และการเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์ต่างๆ ของนักเรียนนักศึกษาไปพัฒนาโฆษณา และสิ่งจูงใจต่างๆ ได้
ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงควรมีมาตรการป้องกัน เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคล ถือเป็นเรื่องใหม่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ผ่านสภา และร่างดังกล่าวก็ไม่ครอบคลุมโรงเรียนหรือภาคการศึกษา ภาครัฐและโรงเรียนจึงควรมีกรอบ หรือมาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของนักเรียน เช่น ต่างประเทศบางประเทศ วางกรอบหรือระเบียบคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ได้แก่ มาเลเซียมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ออสเตรเลียวางกรอบในแวดวงการศึกษา กระทั่ง สหรัฐอเมริกาที่กฎหมายเกี่ยวกับออนไลน์เก่าแก่ตามไม่ทันเทคโนโลยี ก็ต้องใช้วิธีทำงานร่วมกับเอฟบีไอ ตำรวจ และ โรงเรียน ให้สร้างกฎภายในขึ้น สร้างสัญญาที่ต้องปฏิบัติแก่ผู้จะมาให้บริการ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ในโรงเรียน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นบริการฟรี แต่ผู้ให้บริการก็ย่อมยินยอมจะปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ โรงเรียน น่าจะเป็นที่พึ่งดูแลความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนในสถานศึกษา ด้วยการวางกฎระเบียบป้องกัน









