คอข่าวกับจินตนิยายแซยิด

คอข่าวกับจินตนิยายแซยิด

ผมอ่าน “สิเนหามนตาแห่งลานนา” ของ คุณบัณฑูร “ปั้น” ล่ำซำ จบไปเมื่อวานซืน...อ่านไปยิ้มไป

เพราะทึ่งกับความเป็น “นายแบงก์ศิลปิน” ของ CEO และประธานธนาคารกสิกรไทยคนนี้ ที่มีความฝันและอดทนอย่างยิ่ง ที่เขียนหนังสือตามความฝันของตัวเองได้จริงๆ

เพราะว่าปีที่ผ่านมา เจอคุณปั้น คราใด ก็จะรับรู้ถึงความคืบหน้าการเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต (ไม่ค่อยได้คุยเรื่องการธนาคารหรือเศรษฐกิจเท่าไร) และการบริหารเวลาระหว่างการทำธุรกิจกับการเป็นนักประพันธ์ (คนนี้ไส้ไม่แห้งแน่)
ผมเชียร์ให้เขียนให้จบ เพราะรู้ถึงความมุ่งมั่น แต่ในใจก็สงสัยว่าอีก 10 ปี (เมื่อถึงวัย 70) เขาจะยังนั่งเขียนหนังสือเล่มแรกนี้หรือเปล่า

พอผมเห็นหนังสือออกมา หนา 581 หน้า ปกออกแบบอย่างสวยงาม พร้อมรูปที่มีความหมายลุ่มลึกของลานนาที่แพ็คใส่กล่องอย่างประณีต พร้อมโน้ตส่วนตัวถึงคนที่รัก เคารพ และสนิททุกคน ก็ยอม “ซูฮก” ท่านผู้แซยิดอย่างยิ่ง (เพราะแน่ใจว่าตัวผมเองทำไม่ได้แน่นอน)

เนื้อหาของหนังสือน่าติดตามมาก เป็นจินตนิยายที่มี “ลูกเล่น” แพรวพราว ทั้งภาษาท้องถิ่น ฉากอัศจรรย์ ปริศนาแห่ง “แจ้ง-เงา” สลับให้มีสีสันแห่งอดีตและปัจจุบัน และ “สิเนหา” แห่งฉากโรแมนติกที่เกินความคาดหมาย

แต่สำหรับคอข่าวอย่างผม เนื้อหาที่สนุกและมีสีสันที่สุด เห็นจะเป็นช่วงที่ “สีดา” พูดถึง “พ่อ” ว่าด้วยความคิดทางการเมือง

“พ่อหนูเขาไม่ได้เกลียดการเมือง เพราะว่าอย่างไรเสีย การเมืองก็เป็นเรื่องการบริหารจัดการประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีอยู่ พ่อหนูเขาเพียงแต่บอกว่าเขาเกลียดนักการเมืองชั่วๆ ที่เข้ามาใช้อำนาจที่ประชาชนมอบมาให้ เอาไปทำประโยชน์ให้กับตนเองกับพวกพ้อง ไม่ได้เอาไปทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติเท่าใดนัก...”

ถ้าอย่างนั้น ทำไมคุณพ่อไม่เล่นการเมืองเสียล่ะ ในเมื่อมีข่าวว่ามีคนมาชวนและเชียร์เยอะ ด้วยว่ามีชื่อเสียงในการบริหารจัดการ?

ลูกสาวตอบ “คนชวนไม่มีหรอกค่ะ แม้คนชื่อชวนก็ไม่เคยมาชวน หนังสือพิมพ์เข้าใจผิด แล้วมักเอาไปลงข่าวทำนองเช่นนั้น แต่คนเชียร์นะพอมีบ้างประปรายในวงสนทนา...พ่อหนูเขาบอกว่าเขาไปดูหมอมา หมอดูทำนายว่า ถ้าเขาไปเล่นการเมือง ก็จะพัง”

“อ๋อ ก็เลยกลัวการเมือง” รุ้งราตรี สรุป
“ไม่ได้กลัวการเมืองค่ะ” สีดาค้าน “แค่กลัวพัง”

อีกตอนหนึ่ง “สีดา” เล่าว่า “คุณพ่อ” ไปบรรยายให้คณะผู้พิพากษาหลักสูตรการอบรมของกระทรวงยุติธรรมฟัง ผู้พิพากษาท่านหนึ่งถามว่าไม่มีแผนเล่นการเมืองหรือ

“คุณพ่อหนูเลยโพล่งออกไปว่า การที่พ่อเขาไม่ได้เล่นการเมือง ก็ยังสามารถช่วยบ้านเมืองได้ ด้วยการทำหน้าที่ของวิชาชีพและหน้าที่อื่นๆ ของการเป็นพลเมืองให้ดี แล้วก็ยังติดตามความเป็นไปของการบริหารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา พ่อพูดว่าเขามีความเห็นที่ชัดเจนว่าใครบ้างที่ได้ทำการอันเป็นอัปรีย์ต่อประเทศชาติ มีความเห็นที่ชัดเจนว่าใครบ้างที่ได้อหังการมากล่าววาจาจ้วงจาบพระเจ้าอยู่หัว มีความเห็นที่ชัดเจนว่าใครบ้างที่ไม่รู้จักรู้คุณของข้าวแดงแกงร้อนของแผ่นดินที่ราดหัวมันมา...”

“อ้า” รุ้งราตรี อ้าปากค้าง “แล้วยังไงต่อ”
“ก็ไม่ยังไงล่ะค่ะ” สีดาสรุป “การบรรยายก็ยุติลงทันที”

ผมอ่านถึงตอนนี้ต้องกด Like! เป็นร้อยๆ ครั้งทีเดียว
แต่ที่ทำให้ผมอ่านแล้วทำให้ผมหัวเราะดังอยู่คนเดียว เพราะวาดภาพเห็นของจริงได้ คือ อีกตอนหนึ่งของจินตนิยายที่บอกว่า

“รุ้งราตรี” ถาม “สีดา” ว่า “คุณพ่อ” มีคำพูดอะไรเด็ดๆ ว่าด้วยการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจหรือไม่ อย่างไร

สีดา อธิบายอย่างคล่องแคล่ว “ก็มีเหมือนกันล่ะค่ะ พ่อเขาบอกว่าในเมืองไทยนี้ดูคนที่มีอำนาจนั้น มักจะกระทำตัวเหมือนอยู่เหนือกฎหมาย จะทำอะไรเลวร้ายแค่ไหน เงื้อมมือกฎหมายก็เอื้อมไม่ถึง เพราะว่าขั้นตอนของการสอบสวนและสร้างรูปคดี อาจถูกบิดเบือนจนกระทั่งเมื่อไปถึงชั้นศาลก็ตัดสินเอาผิดอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโกงกินกันในโครงการใหญ่ๆ ระดับชาติ อย่างที่พ่อเขาใช้คำว่าสนามบินทั้งสนามบินมันยังแดกกันเข้าไปได้ ไม่เห็นจับหมาที่ไหนได้สักตัว หรือกรณีที่ลูกของคนที่มีอำนาจไล่กระทืบผู้คนในผับบาร์เป็นว่าเล่น แถมประกาศก้องท้าพิสูจน์ดีเอ็นเอ ให้รู้กันไปว่ากูเป็นลูกใคร แต่ตอนจบก็ไม่มีโจทก์ไม่มีจำเลย พยานหลักฐานหายหมด พ่อเขาถึงไม่ยอมให้หนูกับน้องไปเที่ยวผับบาร์นักหรอก กลัวว่าพวกเราจะโดนกระทืบตายฟรีเหมือนหมาข้างถนน...”

“อู้” รุ้งราตรี ทำตาโต “คุณพ่อของหนูนี่ปากจัดเหมือนกันนะ”
“พ่อหนูเขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อเขาหนุ่มๆ ไปดูดวงกับโหรผู้ใหญ่ที่ชื่อเสียงดังมากคนหนึ่งในสมัยนั้น โหรท่านบอกว่าพ่อเป็นคนที่พูดตรง และมักจะพูดถูกประเด็น แต่คนที่ถูกพูดกระทบนั้นมักจะรับไม่ได้ และก็จะไม่พอใจมีเรื่องกันได้ ดังนั้น จึงเตือนให้สงบปากระวังคำ”
สีดา เล่าถึงปูมหลัง

“แล้วเขาปฏิบัติตามที่โหรผู้ใหญ่ท่านนั้นแนะนำหรือเปล่า” รุ้งราตรี ตามติด
“ค่ะ ก็ปฏิบัติอยู่นะคะ” สีดา ยืนยัน “ คือเปลี่ยนมาเป็นสาปแช่งบรรพบุรุษพวกนั้นในใจ หรือไม่ก็แอบมาเขียนด่าในนิยายค่ะ”

ใครยังไม่ได้อ่านนิยาย “สิเนหามนตาแห่งลานนา” ให้รีบไปหามาอ่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้เกาะติดวรรณกรรมหรือคอข่าวผู้รักความเป็นธรรม...ก็ตาม

แต่ขอยืนยันว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียง “จินตนิยายแซยิด” เท่านั้น ห้ามเลียนแบบหรือไปเปรียบเทียบกับความเป็นจริงของสังคมไทย...เป็นอันขาด!