เราแลกเปลี่ยนประเด็น "ความอ่อนไหว" ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังเป็น "หินลองทอง" อยู่ในเวลานี้
จะทนแรงร้อนของเปลวไฟได้เพียงใด ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สร้าง "เกราะ" ป้องกันตัวเอง เวลานี้หลายประเด็นพุ่งตรงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อทำหน้าที่ "หย่าศึก" หรือ "ลดดีกรี" ความร้อนแรงทางการเมืองลง แต่จะทำเช่นนั้นได้หรือ และถ้าจะทำได้ศาลต้องทำอย่างไร
>>> รัฐธรรมนูญปัจจุบัน บัญญัติไว้ในมาตรา 216 วรรคห้า ว่า "คำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และ องค์กรอื่นๆ ของรัฐ" วรรคที่หก บัญญัติว่า "วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ"
>>> นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลบังคับตามวรรคที่ห้า ก็ต่อเมื่อมี "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ"
>>> บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา 300 บัญญัติไว้ในวรรคที่ห้า ว่า "ในระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้"
>>> กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่ "ส่อแสดง" ได้อย่างแจ้งชัดว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลอันศักดิ์สิทธิ์ ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 216 วรรคห้า ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550 อันเป็นวันที่ตราและประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้)
>>> เจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีกฎหมายมา "รองรับ" การใช้อำนาจของตน (exercising of authority or power) ได้อย่างถูกต้อง โดยปราศจาก "ความเคลือบแคลงสงสัย" จากสังคม ว่า บรรดาตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ท่านได้ใช้อำนาจในการพิจารณาและพิพากษาคดีโดยมีหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง ที่ผ่านการยอมรับของตัวแทนปวงชน (ผู้แทนราษฎร รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภา) เป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรองรับการดำเนินกระบวนการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย รวมถึงวิธีการรับฟังคำพยานและการชั่งน้ำหนักคำพยาน
>>> ฉะนั้น นับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2551 อันเป็นวันที่ครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน จะต้องมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้น การวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะ "ไม่มีความสมบูรณ์" (validity) โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะขัดหรือแย้งกับมาตรา 6 รัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้ เพราะว่าคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ มีสถานะและสภาพบังคับเทียบเทียมกับบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ หรือ ข้อบังคับ และเป็นไปตามมาตรา 216 วรรคห้า รัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน
>>> คิดอ่านกันดู หากมีผู้ยกเรื่องนี้มา "งัดง้าง" คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ท่านจะหาทางออกอย่างไร








