ประเทศไทยทยอยเปิดใช้บริการ 3จี คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์อย่างเป็นทางการประมาณ 20 วัน
แต่ความชุลมุนยังคงอยู่ การโอนย้ายระบบจาก 2จี ไปยัง 3จีใหม่ ยังมีคำเตือนออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ที่โอนย้ายระบบแล้ว จะต้องไปเปลี่ยนซิมใหม่จากโอเปอเรเตอร์ หรือคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีผู้ใช้ระบบพรีเพด หรือระบบเติมเงินที่ต้องการโอนย้ายเครือข่ายจาก 2จี ไปเป็น 3จี จำเป็นต้องใช้เงินคงเหลือในบัตรให้หมดก่อนจึงจะโอนย้ายได้
เนื่องจากขั้นตอนการโอนย้ายจากระบบ 2จีไปยัง 3จีแม้จะเป็นผู้ให้บริการรายเดิมที่ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาให้บริการ แต่ก็เป็นนิติบุคคลใหม่ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค ในเครือเอไอเอส บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค ในเครือดีแทค และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ ในกลุ่มบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ซึ่งการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้) ยังไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งทำให้ผู้ใช้เดิมจะนำเงินที่เหลือเก่าไปใช้ไม่ได้
และก่อนหน้านี้ก็มีปัญหายื้อยุดกับการปรับลดราคาแพ็คเกจ 3จีเดิมลง 15% ที่ช่วงต้นๆ โอเปอเรเตอร์ทุกค่ายก็พยายามมีลูกเล่นต่างๆ นานา เพิ่มโปรอื่นๆ ให้ทดแทนส่วนลด จนกระทั่งกระแสเสียงกดดันรอบทิศทาง สำนักงาน กสทช. จึงต้องเข้ามาจัดการ และทำให้ค่ายมือถือรับปากปรับราคาแพ็คเกจลง โดยเอไอเอส ระบุว่าเริ่มตั้งแต่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ทรู จะเริ่ม 1 มิ.ย. ส่วนดีแทคที่ยังไม่เปิดบริการ 3จีใหม่อย่างเป็นทางการ ก็จะปรับลดเช่นกัน
ณ จุดเริ่มต้นบริการ 3จีในประเทศไทย ยังมีเรื่องราวไม่ลงตัวอีกมาก และคาดว่า จะยังมีประกาศของสำนักงาน กสทช. ออกมาอีกเป็นระยะๆ เตือนนั่น เตือนนี่ ทำให้สงสัยว่า ข้อเตือนทั้งหลายทั้งมวล ทำไมหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลกิจการไม่ออกประกาศเตือนตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการ เรื่องต่างๆ ควรทำมาตั้งแต่หลังประมูลเสร็จ ทราบกำหนดการแล้วว่าเมื่อถึงวันนั้นวันนี้ การเปิดให้บริการของเอกชนจะต้องเกิดขึ้นแน่ เพราะสถานการณ์ต่างๆ ไม่สามารถรีรอใดๆ ได้ เอกชนก็มีเงื่อนเวลา ลงทุนแล้วต้องรีบเปิดให้บริการ เพื่อจะมีรายได้กลับคืนโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่หน่วยงานราชการที่จะต้องค่อยๆ ดำเนินการไปทีละนิดทีละหน่อยก่อให้เกิดความล่าช้าไม่ทันการณ์ โลกหมุนไปข้างหน้าตลอดเวลา การทำงานใกล้ชิดกับเอกชนควรต้องเรียนรู้ข้อดีของเอกชน ปรับตัวให้เท่าทัน เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนตาดำๆ ทั้งหลาย ที่ตามลำพังแล้วไม่สามารถจะรู้ทันกิจการขนาดใหญ่ทั้งหลายได้แน่นอน
การประกาศเตือน ควรมีอย่างทันท่วงที เป็นประกาศเชิงรุก ไม่ใช่เป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ตลอดเวลา ปล่อยให้ประชาชนทั้งปวงเผชิญชะตากรรมไปตามลำพัง เพราะหาก 1 คน 1 เลขหมาย เหลือเงินค้างระบบ 2จีอยู่คนละ 100 บาท จำนวน 2 ล้านคน ทำกระบวนการเปลี่ยนมาสู่ 3จีสำเร็จ ก็เท่ากับเขาเหล่านั้นเงินสูญเปล่าไปรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นเงินจำนวนไม่มากสำหรับ กสทช. หรือโอเปอเรเตอร์ทั้งหลาย แต่สำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว เงินจำนวนนี้สามารถไปสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชีวิตได้อีกไม่น้อย
ฉะนั้น กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแล ต้องเอาจริงเอาจัง ดูแลให้ทั่วถึงไปยังประชาชนทั้งมวล อย่าปล่อยให้เขาต้องสูญเสียเงิน สูญเสียสิทธิ์อันพึงมีพึงได้ไปอย่างไม่ควรที่ งานที่รอ กสทช. อีกมากมายนั้น รีบจัดลำดับความสำคัญทำให้เกิดประโยชน์โดยเร็ว อย่าให้ล่าช้าเกินกาล คำสรรเสริญก็จะมาหาได้โดยง่าย






