วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุบกระทรวงศึกษาเพื่อเพิ่มเนื้อหาและลดพิธีกรรม

ข่าวเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ยุบโรงเรียนชั้นประถมศึกษาขนาดเล็กเมื่อสัปดาห์ก่อนจุดประเด็นร้อนขึ้นมาทันที

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คอลัมน์นี้ได้นำเนื้อหาของบทความเกี่ยวกับความล้มเหลวของการศึกษาในอเมริกามาร่วมวงสนทนาด้วย อันที่จริงในช่วงนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นนั้นอีกมากเนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงทดสอบผลการเรียนก่อนสิ้นปีการศึกษาในอเมริกา แต่จะยังไม่นำมาเสนอ

ในบรรดาบทความต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังประเด็นร้อนดังกล่าวถูกจุดขึ้นมา ของอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิชซึ่งลงพิมพ์ในเอเอสทีวีผู้จัดการฉบับออนไลน์ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมาใช้ชื่อบทความแบบกระตุกความสนใจว่า “ยุบกระทรวงศึกษาธิการ” เนื้อหาเสนอว่ากระทรวงศึกษาธิการไทยใหญ่ที่สุดในโลกและการปฏิรูปการศึกษามักทำให้มันใหญ่ขึ้น กระทรวงศึกษาฯ จึงเป็นตัวก่อปัญหามากกว่าผู้จัดการศึกษาที่มีประสิทธิผลจนไม่น่าจะเก็บไว้อีกต่อไป ผู้เคยอ่านแนวคิดของอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพจะทราบทันทีว่าข้อเสนอนั้นมิใช่ของใหม่ อาจารย์ปราโมทย์ใช้คำจำพวกรุนแรงกว่า “การยุบ” เสียด้วยซ้ำและได้นำข้อมูลมากมายมาสนับสนุน

ผมไม่ใช่นักการศึกษาเช่นอาจารย์สองท่านนั้นแม้จะเคยเรียนในสถาบันฝึกหัดครูอยู่หลายปีก็ตาม เท่าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาอยู่บ้างจากทางด้านกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งได้ก่อตั้งมูลนิธินักอ่านบ้านนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กไทย (มีรายละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ “มูลนิธินักอ่านบ้านนา.com” เว็บไซต์นี้กำลังอยู่ในระหว่างปรับเปลี่ยนซึ่งอาจใช้ชื่อใหม่ในเร็ววันนี้) ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์ทั้งสองนั้นในส่วนที่ให้ลดจำนวนคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรงลงจำนวนมากและนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปเพิ่มจำนวนและคุณภาพของครูพร้อมกับเครื่องไม้เครื่องมือที่เอื้อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เงินที่ประหยัดได้น่าจะเป็นจำนวนมหาศาลเนื่องจากงบประมาณการศึกษาแต่ละปีเป็นเงินหลายแสนล้านบาท

ผลพวงของการมีบุคลากรจำนวนมากเกินไปทั้งในสำนักงานใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการเองและตามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายร้อยแห่งได้แก่การสร้างงานขึ้นมาให้ดูเสมือนว่าบุคลากรเหล่านั้นมีงานทำสมกับค่าตอบแทนระดับสูง การสร้างงานด้านหนึ่งที่ทำกันอย่างแพร่หลายได้แก่การประชุมและขอรายงานซึ่งผู้บริหารและครูต้องเข้าร่วม สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครูจำนวนมาก การเข้าร่วมประชุมและการทำรายงานอาจใช้เวลาไม่มากนักหากคิดเป็นสัดส่วนของเวลาที่ครูและผู้บริหารมีรวมกันทั้งหมด แต่ในโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีครูไม่ครบจำนวนชั้นเรียน 8 ชั้นจากชั้นอนุบาลถึงชั้นประถม 6 อยู่แล้วและผู้บริหารต้องแบ่งเวลาให้แก่การสอนในห้องเรียน เวลาที่ใช้ในการไปประชุมและการทำรายงานจะเป็นสัดส่วนสูงมากหากเทียบกับเวลาที่พวกเขามีอยู่

นอกจากนั้นยังมีการประชุมควบการตรวจเยี่ยมงานตามโรงเรียนโดยผู้บริหารการศึกษาในระดับต่างๆ ซึ่งบางทีต้องมีพิธีรีตองมากมายเนื่องจากผู้ไปตรวจเยี่ยมสำคัญตัวผิดโดยไปยึดติดในชฎาที่ตนสวมอยู่ ยิ่งมีความรู้ความสามารถน้อยเท่าไร คนพวกนี้ยิ่งมักต้องการพิธีรีตองมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะทำงานอะไรจะต้องมีพิธีเปิดใหญ่โตและเชิญบรรดาผู้ยึดติดชฎาไปทำพิธีเปิดงานอันเป็นการเสียทั้งเวลาและงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

แน่ละ เรื่องพิธีกรรมและการใช้เงินโดยเปล่าประโยชน์นี้มิใช่มีแต่ในกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น หากเป็นปรากฏการณ์ที่มีอยู่ทั่วไปในสังคมซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์ประกอบด้วย เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่หลักในด้านการให้การศึกษาแก่ประชาชน กระทรวงนี้จึงควรเป็นผู้นำในด้านการลดสิ่งที่ไม่มีประโยชน์จริงๆ เหล่านั้น แทนที่จะวิ่งไปตามกระแส แต่แนวโน้มดูจะเป็นตรงข้าม ตอนนี้ประเพณีเกิดใหม่อันใหญ่โตจำพวกมอบใบประกาศนียบัตรจึงได้ขยายไปถึงโรงเรียนชั้นประถมในชนบทห่างไกลแล้ว กัลยาณมิตรชาวต่างประเทศบางคนของมูลนิธินักอ่านบ้านนาบอกเราว่า พวกเขาจะไม่ช่วยโรงเรียนไทยอีกต่อไปเพราะโรงเรียนมักใช้เงินไปในทางที่ไม่มีประโยชน์ อาทิเช่น การสร้างป้ายโรงเรียนขนาดใหญ่ แทนที่จะนำไปใช้ปรับปรุงห้องสมุด หรือซื้ออุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน

อนึ่ง การทำป้ายชื่อโรงเรียนขนาดใหญ่โดยใช้เงินจำนวนมากนี้มีเกิดขึ้นทั่วประเทศ มันคงจะสะท้อนแนวคิดทั้งของระบบราชการและของวัดเนื่องจากวัดทุกแห่งดูจะเน้นการสร้างซุ้มประตูจำพวกวิจิตรตระการตามากกว่าการสอนปฏิบัติธรรมอันถูกต้อง บางวัดสร้างไว้หลายประตูทั้งที่ประตูเหล่านั้นไม่มีผลต่อการปฏิบัติธรรมที่แท้จริงเลย

การปฏิรูปการศึกษาครั้งต่อไปอาจไม่ต้องยุบกระทรวงศึกษาธิการดังที่อาจารย์สองท่านนั้นเสนอ แต่ควรตั้งเป้าหมายให้ลดจำนวนบุคลากรที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนโดยตรงลงมากๆ ซึ่งอาจเป็นสักร้อยละ 25 ในขั้นต้นแล้วนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้ในด้านการเรียนการสอนโดยตรงจะดีไหม?