วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มันมาแล้ว : Google Glass กล้องจิ๋ววิเศษสายลับสำหรับทุกคน

ผมเคยเชื่อว่า วันหนึ่งมันจะต้องเกิดขึ้น แล้วเจ้า “แว่นวิเศษ” ที่คุณสั่งให้มันทำงานอย่างไรก็ได้

ระหว่างที่คุณเดินเหินไปมา ก็เกิดขึ้นจริงๆ

มันชื่อ Google Glass ดั่งรูปที่เห็นอยู่นี้

และมันทำอะไรได้มากมายหลายอย่าง ที่เราไม่เคยคิดว่าเจ้าอุปกรณ์ตัวเล็กอย่างนี้จะทำได้

กูเกิล อวดอ้างว่ามันทำงานได้อย่างง่ายดายและฉับพลัน
• It’s surprisingly simple.
• Say “take a picture” to take a picture.
• Record what you see. Hands-free.
• Even share what you see. Live.
• Directions right in front of you.
• Speak to send a message.
• Ask whatever’s on your mind.
• Translate your voice.
• Answers without having to ask.
• Strong and light.
• Evolutionary design.
• Charcoal, Tangerine, Shale, Cotton, Sky

มันทำหน้าที่ได้สารพัดขณะคุณเคลื่อนไหวไปมา ไม่ว่าจะสั่งให้ถ่ายรูป อัดภาพที่คุณเห็นโดยไม่ต้องใช้มือ และแชร์ไปให้คนอื่นได้ทันที และถามไถ่เรียกหาข้อมูลหรือแปลถ้อยคำที่คุณต้องการ ณ บัดดล

ยิ่งกว่านั้น มันสามารถ “ให้คำตอบโดยที่คุณไม่ต้องถาม”

นี่คือนวัตกรรมใหม่เอี่ยมล่าสุด ที่ให้มากกว่าที่ผู้บริโภคเรียกร้องต้องการ จนเกิดคำถามว่าเจ้าเครื่องมือชิ้นใหม่นี้จะ “ละเมิด” สิทธิส่วนบุคคล และ “ล่วงล้ำ” ขอบเขตแห่งความพอดี ของความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคม หรือไม่ เพียงใด

เช่น มีคำถามว่าเจ้า Google Glass นี่จะเก็บข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมหรือไม่
และมีมาตรการอะไรที่จะป้องกันสิทธิส่วนบุคคลของคนที่ไม่ใช่ผู้ใช้เครื่องมือนี้ หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอุปกรณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วในโลก

อีกทั้งมีความสงสัยว่า เจ้า Glass นี่จะสามารถจดจำภาพหน้าตาของคน (facial recognition) ที่ไม่ได้ใช้มันและเอาข้อมูลส่วนตัวของคนต่างๆ ส่งต่อๆ กัน โดยที่บุคคลนั้นไม่ยินยอมหรือไม่

คำถามต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่ข้อสงสัยใคร่รู้ของคนทั่วไป หากแต่เป็นประเด็นที่สมาชิกสภาคองเกรสกลุ่มหนึ่ง อย่างน้อย 8 คน จากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ได้ร่วมกันเขียนส่งเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงซีอีโอของกูเกิล ที่ชื่อ แลร์รี เพจ เพื่อขอคำตอบต่อคำถามที่เชื่อว่าคนทั้งหลายที่รู้เรื่องนี้เข้า จะต้องอยากรู้คำตอบ

เพราะว่า “ของเล่น” ชิ้นใหม่ล่าสุดนี้ มีความสามารถจะทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ที่อยู่เหนือความคาดหมายของคนทั่วไป และหากนำมาใช้ในทางที่ผิด ก็จะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

เหมือนที่ กูเกิล เคยออก Street View ที่ใช้ดาวเทียมถ่ายรูปบ้านคนจากข้างนอก ลงไปถึงรายละเอียดถี่ยิบ จนเกิดความกลัวว่ารายละเอียดเกี่ยวกับบ้านช่องทุกซอกทุกมุมของเราจะไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของเราอีกต่อไป

ความคืบหน้าของเทคโนโลยีสื่อสารเช่นนี้ จะไม่หยุดอยู่กับที่ การค้นคว้าหาวิธีทำให้เครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค สามารถทำงานง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และเจาะหารายละเอียดต่าง ๆ ลุ่มลึกและกว้างขวางมากขึ้น จะดำเนินต่อไป ตราบเท่าที่มนุษย์ต้องการจะพัฒนาด้านวิทยาการอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ทั้ง เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ก็ประกาศแล้วว่า จะสร้าง apps ให้ใช้ได้บน Google Glass เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแชร์ภาพและวีดิโอไปให้คนอื่นๆ อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถใส่คอมเมนท์ หรืออาจสามารถเปลี่ยนใจลบภาพที่ถ่ายได้นั้นออกไปเสียก่อนก็ยังได้

สำนักข่าวยักษ์อย่าง ซีเอ็นเอ็น และ นิวยอร์กไทมส์ บอกว่า จะพัฒนา apps ที่จะทำให้สามารถส่งข่าวด่วนและภาพไปถึงคนที่ใส่เจ้า “แว่นวิเศษ” นี้ ได้อย่างทันควัน
ผมเชื่อว่า อีกไม่นาน เจ้า Glass นี้ ก็จะเข้ามาเมืองไทย และจะกลายเป็นแฟชั่นของผู้สนใจจะลองเล่นกับนวัตกรรมใหม่อีกตัวหนึ่ง

แต่ก็เหมือนกับเครื่องมือไฮเทคใหม่ๆ ทั้งหลาย นั่นคือ จะต้องระวังการใช้เพื่อไม่ให้ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น ซึ่งทุกวันนี้ก็เหลือน้อยลงไปทุกวันอยู่แล้ว

แน่นอนครับว่า ทันทีที่ซื้อหามาได้ คนข่าวเครือเนชั่น จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะกระโจนเข้าใส่ เพื่อค้นหาวิธีตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสารของสังคมไทย อย่างรวดเร็ว ฉับพลัน และ อย่างรับผิดชอบ!