เลือกตั้งมาเลเซียเสร็จไปพร้อมกับความขัดแย้งรอบใหม่ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน
ที่ไม่จบง่ายๆ ก็ต้องมาจับตาเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา ในวันที่ 28 กรกฎาคม นี้
ไม่ต้องลุ้นว่าพรรค CPP (Cambodia People’s Party) หรือ “พรรคประชาชนกัมพูชา” ของ นายกฯ สมเด็จฮุนเซน จะชนะเลือกตั้งหรือไม่ เพราะรู้กันตั้งแต่ในมุ้ง เนื่องจากเพราะแกปกครองประเทศเกือบ 30 ปี คุมกลไกรัฐและการเลือกตั้งอย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังมีนโยบายประชานิยมต่อเนื่อง เลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังจะชนะอยู่ดี
แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าลูกหลานของฮุนเซน และคนระดับนำหลายคนประกาศจะลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
นักข่าวเขมรที่เกาะติดการเมืองใกล้ชิด บอกผมที่พนมเปญ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า “ไม่ต้องสงสัยว่าพรรคฮุนเซนชนะเลือกตั้งแน่ แต่ที่เป็นประเด็นสำหรับการเมืองกัมพูชา คือ ลูกหลานของผู้มีอำนาจที่กำลังจะก้าวขึ้นมาแทนรุ่นพ่อนั้น จะมีการฟาดฟันแย่งอำนาจกันหรือไม่ เพราะรุ่นพ่อรักใคร่กันดี แต่รุ่นลูกเริ่มส่ออาการว่าต่างคนต่างจะสร้างอาณาจักรของตัวเอง และไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไรด้วย...”
ผมถามคนขับแท็กซี่ที่พนมเปญ ว่า คนเขมรมีความเห็นต่อฮุนเซน อย่างไร เขาบอกผมว่า
“คนรุ่นเก่าชอบฮุนเซน คนรุ่นใหม่เริ่มถามว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วหรือ?”
วันก่อน ฮุนเซน ประกาศว่าจะอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดของประเทศถึงอายุ 74...ซึ่งก็ต้องถือว่ายอมผ่อนปรนลงเยอะ เพราะว่าก่อนหน้านี้แกเคยบอกว่าจะอยู่การเมืองถึงอายุ 90 เท่ากับว่ายอมลดราวาศอกเรื่องของอำนาจลงมามากแล้ว
วันนี้ ฮุนเซน อายุ 61 เท่านั้น หากแกอยู่ถึง 74 ก็แปลว่าจะอยู่ต่อไปอีก 13 ปี และหากบวกกับ 28 ปี ที่แกอยู่ในอำนาจการเมืองกัมพูชา ก็เท่ากับว่า แกตั้งใจจะเป็นนายกฯ ถึง 41 ปี ซึ่งก็เท่ากับทำสถิติโลกของคนดำรงตำแหน่งการเมืองสูงสุดของประเทศทีเดียว
แต่ สัจธรรมของโลก ก็คือว่า ไม่มีอะไรแน่นอน และ หากว่า ฮุนเซน ไม่ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องให้มีเสรีภาพทางการเมือง และเปิดทางให้ลูกชาวบ้านได้มีโอกาสเข้ามาในแวดวงการเมืองบ้าง แรงกดดันจะสูงยิ่ง หากเกิดช่องว่างขึ้นทางสังคม สิ่งที่เชื่อว่าเป็นเสถียรภาพการเมืองเหนียวแน่น ก็สั่นคลอนได้
ไม่ต้องดูไกล กรณี มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับฮุนเซน ได้อย่างดี
ล่าสุด ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของกัมพูชา นายสม รังสี ซึ่งลี้ภัยไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสมาหลายปีแล้ว เรียกร้องให้สหรัฐ “คว่ำบาตร” นายฮุนเซน หากการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้านี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างชัดแจ้ง
สม รังสี ถูกศาลตัดสินว่า มีความผิดหลายกระทง (รวมถึงที่แกไปย้ายหลักเขตชายแดนกัมพูชากับเวียดนาม) โดยที่แกอ้างว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ด้วยฝีมือของผู้มีอำนาจ
สม รังสี บอกว่า “ถ้าฮุนเซนอ้างชัยชนะในการชกมวยที่แกชกอยู่คนเดียว ชัยชนะนั้นก็ย่อมไม่มีความหมาย สหรัฐและยุโรป จึงต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปถึงฮุนเซน ว่า หากรัฐบาลโกงเลือกตั้ง คนระดับสูงของรัฐบาลจะถูกคว่ำบาตร เช่นไม่ออกวีซ่าให้มาเยือนประเทศทางตะวันตก”
ผู้นำฝ่ายค้านเขมร บอกว่า สหรัฐควรจะปฏิบัติต่อกัมพูชา เหมือนที่ทำกับพม่า จนทำให้เปิดประเทศเพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงได้
สม รังสี เพิ่งไปเยือนพม่า และ พบกับ ออง ซาน ซูจี แกบอกว่า ฮุนเซน จะกลัวการแซงชั่นมากกว่าผู้นำทหารพม่า เพราะว่าผู้นำเขมรต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศสูงมากกว่าพม่าในอดีตด้วยซ้ำ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เคยแถลงว่า การที่รัฐบาลฮุนเซน จงใจสกัดกั้นไม่ให้ผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมการเลือกตั้ง ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรม
ฮุนเซน คงไม่ฟังเสียง เพราะอ้างได้ว่า สม รังสี หนีออกนอกประเทศไปเอง เพราะกลัวคำสั่งศาล และแม้ว่าจะกลับมา ผู้นำฝ่ายค้านคนนี้ก็คงจะถูกจับติดคุก เพราะว่าอำนาจของ ฮุนเซน ที่ กัมพูชา ล้นฟ้าล้นแผ่นดินจริงๆ
เพราะแกยังไม่เชื่อว่า สิ่งที่เกิดที่พม่า จะเกิดกับแกได้
ไม่ช้า...ก็รู้






