เมื่อฮุนเซนวัย 61 ประกาศ จะปกครองประเทศถึงอายุ 74

เมื่อฮุนเซนวัย 61 ประกาศ จะปกครองประเทศถึงอายุ 74

เลือกตั้งมาเลเซียเสร็จไปพร้อมกับความขัดแย้งรอบใหม่ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ที่ไม่จบง่ายๆ ก็ต้องมาจับตาเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา ในวันที่ 28 กรกฎาคม นี้

ไม่ต้องลุ้นว่าพรรค CPP (Cambodia People’s Party) หรือ “พรรคประชาชนกัมพูชา” ของ นายกฯ สมเด็จฮุนเซน จะชนะเลือกตั้งหรือไม่ เพราะรู้กันตั้งแต่ในมุ้ง เนื่องจากเพราะแกปกครองประเทศเกือบ 30 ปี คุมกลไกรัฐและการเลือกตั้งอย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังมีนโยบายประชานิยมต่อเนื่อง เลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังจะชนะอยู่ดี

แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าลูกหลานของฮุนเซน และคนระดับนำหลายคนประกาศจะลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

นักข่าวเขมรที่เกาะติดการเมืองใกล้ชิด บอกผมที่พนมเปญ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า “ไม่ต้องสงสัยว่าพรรคฮุนเซนชนะเลือกตั้งแน่ แต่ที่เป็นประเด็นสำหรับการเมืองกัมพูชา คือ ลูกหลานของผู้มีอำนาจที่กำลังจะก้าวขึ้นมาแทนรุ่นพ่อนั้น จะมีการฟาดฟันแย่งอำนาจกันหรือไม่ เพราะรุ่นพ่อรักใคร่กันดี แต่รุ่นลูกเริ่มส่ออาการว่าต่างคนต่างจะสร้างอาณาจักรของตัวเอง และไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไรด้วย...”

ผมถามคนขับแท็กซี่ที่พนมเปญ ว่า คนเขมรมีความเห็นต่อฮุนเซน อย่างไร เขาบอกผมว่า
“คนรุ่นเก่าชอบฮุนเซน คนรุ่นใหม่เริ่มถามว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วหรือ?”

วันก่อน ฮุนเซน ประกาศว่าจะอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดของประเทศถึงอายุ 74...ซึ่งก็ต้องถือว่ายอมผ่อนปรนลงเยอะ เพราะว่าก่อนหน้านี้แกเคยบอกว่าจะอยู่การเมืองถึงอายุ 90 เท่ากับว่ายอมลดราวาศอกเรื่องของอำนาจลงมามากแล้ว

วันนี้ ฮุนเซน อายุ 61 เท่านั้น หากแกอยู่ถึง 74 ก็แปลว่าจะอยู่ต่อไปอีก 13 ปี และหากบวกกับ 28 ปี ที่แกอยู่ในอำนาจการเมืองกัมพูชา ก็เท่ากับว่า แกตั้งใจจะเป็นนายกฯ ถึง 41 ปี ซึ่งก็เท่ากับทำสถิติโลกของคนดำรงตำแหน่งการเมืองสูงสุดของประเทศทีเดียว

แต่ สัจธรรมของโลก ก็คือว่า ไม่มีอะไรแน่นอน และ หากว่า ฮุนเซน ไม่ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องให้มีเสรีภาพทางการเมือง และเปิดทางให้ลูกชาวบ้านได้มีโอกาสเข้ามาในแวดวงการเมืองบ้าง แรงกดดันจะสูงยิ่ง หากเกิดช่องว่างขึ้นทางสังคม สิ่งที่เชื่อว่าเป็นเสถียรภาพการเมืองเหนียวแน่น ก็สั่นคลอนได้

ไม่ต้องดูไกล กรณี มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับฮุนเซน ได้อย่างดี

ล่าสุด ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของกัมพูชา นายสม รังสี ซึ่งลี้ภัยไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสมาหลายปีแล้ว เรียกร้องให้สหรัฐ “คว่ำบาตร” นายฮุนเซน หากการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้านี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างชัดแจ้ง

สม รังสี ถูกศาลตัดสินว่า มีความผิดหลายกระทง (รวมถึงที่แกไปย้ายหลักเขตชายแดนกัมพูชากับเวียดนาม) โดยที่แกอ้างว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ด้วยฝีมือของผู้มีอำนาจ

สม รังสี บอกว่า “ถ้าฮุนเซนอ้างชัยชนะในการชกมวยที่แกชกอยู่คนเดียว ชัยชนะนั้นก็ย่อมไม่มีความหมาย สหรัฐและยุโรป จึงต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปถึงฮุนเซน ว่า หากรัฐบาลโกงเลือกตั้ง คนระดับสูงของรัฐบาลจะถูกคว่ำบาตร เช่นไม่ออกวีซ่าให้มาเยือนประเทศทางตะวันตก”

ผู้นำฝ่ายค้านเขมร บอกว่า สหรัฐควรจะปฏิบัติต่อกัมพูชา เหมือนที่ทำกับพม่า จนทำให้เปิดประเทศเพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงได้

สม รังสี เพิ่งไปเยือนพม่า และ พบกับ ออง ซาน ซูจี แกบอกว่า ฮุนเซน จะกลัวการแซงชั่นมากกว่าผู้นำทหารพม่า เพราะว่าผู้นำเขมรต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศสูงมากกว่าพม่าในอดีตด้วยซ้ำ

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เคยแถลงว่า การที่รัฐบาลฮุนเซน จงใจสกัดกั้นไม่ให้ผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมการเลือกตั้ง ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรม

ฮุนเซน คงไม่ฟังเสียง เพราะอ้างได้ว่า สม รังสี หนีออกนอกประเทศไปเอง เพราะกลัวคำสั่งศาล และแม้ว่าจะกลับมา ผู้นำฝ่ายค้านคนนี้ก็คงจะถูกจับติดคุก เพราะว่าอำนาจของ ฮุนเซน ที่ กัมพูชา ล้นฟ้าล้นแผ่นดินจริงๆ

เพราะแกยังไม่เชื่อว่า สิ่งที่เกิดที่พม่า จะเกิดกับแกได้
ไม่ช้า...ก็รู้