สหรัฐชี้จีนซ้อมรบรอบไต้หวันเพิ่มความตึงเครียด ‘โดยไม่จำเป็น’

สหรัฐชี้จีนซ้อมรบรอบไต้หวันเพิ่มความตึงเครียด ‘โดยไม่จำเป็น’

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลง การฝึกซ้อมทหารของจีนรอบเกาะไต้หวัน เพิ่มความตึงเครียด “โดยไม่จำเป็น” จี้ปักกิ่งเลิกกดดัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ โดยนายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกออกแถลงการณ์เมื่อวันปีใหม่ (1 ธ.ค.) หรือราว 48 ชั่วโมงหลังจาก กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ยุติซ้อมรบครอบคลุมพื้นที่ใหญ่สุดรอบไต้หวันในรอบหลายสิบปี ระบุ

 “กิจกรรมทางทหารและวาทกรรมของจีนที่มีต่อไต้หวันและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น”

สัปดาห์นี้ พีแอลเอฝึกซ้อมทหารโดยใช้กระสุนจริงปิดล้อมศูนย์กลางชิปโลกเป็นเวลาสองวัน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ที่จีนยิงจรวดพิสัยไกลเข้าใส่ช่องแคบไต้หวัน เส้นทางเดินเรือจอแจที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแม้ว่าการซ้อมรบครั้งนี้จะไม่เข้มข้นเท่ากับเมื่อสามปีก่อนที่จีนยิงขีปนาวุธข้ามไต้หวันก็ตาม

สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจมองว่าเป็นกิจกรรมที่จีนทำมาอย่างต่อเนื่อง

“พวกเขาซ้อมรบทางเรือในพื้นที่นั้นมา 20 ปีแล้ว” ทรัมป์กล่าวหลังการฝึกซ้อมวันแรก แถมยังอวดว่า “มีความสัมพันธ์อันเยี่ยมยอด” กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ตามกำหนดการเผยแพร่โดยทำเนียบขาว ทรัมป์มีกำหนดพบกับเดวิด เพอดิว เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีน ที่ปาล์มบีช ฟลอริดา ในวันศุกร์ (2 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของผู้นำสหรัฐเมื่อวันจันทร์ ตรงข้ามกับแถลงการณ์จากประเทศประชาธิปไตยสำคัญอื่นๆ ที่ต่างวิจารณ์การแสดงพละกำลังของรัฐบาลปักกิ่ง

สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ต่างแสดงความกังวลหลายวันก่อนที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะออกแถลงการณ์ จีนโต้กลับเสียงวิจารณ์ดังกล่าวว่า ไต้หวันที่ปักกิ่งอ้างว่าเป็นดินแดนของตน “เป็นกิจการภายในของจีน”

หลิน เจียหลุง รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันยินดีกับการสนับสนุนดังกล่าว ออกแถลงการณ์ว่า ไทเปจะ “ทำงานร่วมกับสหรัฐและประเทศที่มีจิตใจเดียวกัน ร่วมยึดมั่นในระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานกฎหมาย”

บลูมเบิร์กสอบถามกระทรวงการต่างประเทศจีนถึงแถลงการณ์ล่าสุดของสหรัฐยังไม่ได้คำตอบ ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีนขอให้ประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐ “เลิกใจดีและสนับสนุน กองกำลัง‘เอกราชไต้หวัน’”

น่าสังเกตว่ารอบนี้กระทรวงการประเทศตอบโต้การซ้อมรบของจีนช้ากว่าครั้งก่อนๆ เช่น ตอนที่กองทัพจีนซ้อมรบรอบไต้หวันเมื่อเดือน ต.ค.ปีก่อน และเดือน เม.ย.กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์วันนั้นเลยประณามว่าเป็น “การยั่วยุที่ไม่สมควร” และเป็น “กลยุทธ์ข่มขู่” ที่บั่นทอนเสถียรภาพ

การซ้อมรบเมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน ไม่นานหลังจากประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ รับตำแหน่ง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์หนึ่งวันหลังการซ้อมสิ้นสุดประณามปักกิ่งที่ “ใช้การเปลี่ยนผ่านตามปกติ เป็นไปตามระเบียบแบบแผน และเป็นประชาธิปไตย เป็นข้ออ้างในการยั่วยุทางทหาร”

ด้านปักกิ่งกล่าวว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นการเตือน “กองกำลังแบ่งแยกดินแดน” และ “การแทรกแซงจากภายนอก” หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยแพคเกจขายอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวันเมื่อต้นเดือนนี้

“เราเรียกร้องให้ปักกิ่งใช้ความยับยั้งชั่งใจ ยุติแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน และหันมาเจรจาอย่างมีสาระแทน” กระทรวงต่างประเทศระบุ พร้อมเสริมว่าสหรัฐคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่ “โดยใช้กำลังหรือการบีบบังคับ”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งได้เพิ่มแรงกดดันทางการทูตและแข็งกร้าวทางทหารกับไต้หวันมากขึ้น พีแอลเอซ้อมรบรอบไต้หวันจนเป็นเรื่องปกติ นับตั้งแต่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนสหรัฐ มาเยือนไต้หวันเมื่อปี 2022

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งภาษีนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้น และการใช้ห่วงโซ่อุปทานเป็นอาวุธของทั้งสองฝ่าย  การสงบศึกการค้าเป็นเวลาหนึ่งปีได้ช่วยชะลอความผันผวนดังกล่าว โดยทรัมป์เตรียมเยือนจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในเดือนเมษายน คำกล่าวของเขาเกี่ยวกับการฝึกซ้อมทางทหาร บ่งชี้ว่า สหรัฐต้องการรักษาข้อตกลงนี้ไว้