วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คำแช่งของรัฐมนตรี

การที่ประชาชนกล่าวหานักการเมืองหรือข้าราชการว่าคอรัปชันนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยทีเดียว

ซึ่งผู้มีอำนาจที่ต้องรับผิดชอบ ก็ดูเหมือนจะมีคำตอบสำเร็จรูปว่า “ถ้ามีหลักฐาน จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น”
ส่วนคำตอบที่ตลกที่สุดก็คือ “ไปหาใบเสร็จมา แล้วจะจัดการให้”
โดยทั่วไปผู้มีอำนาจมักจะให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบนั้น โปร่งใส สะอาดและไม่มีการทุจริต แต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน นักการเมืองคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งถึงรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดในสิ่งที่ประชาชนไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก เขาประกาศว่าข้าราชการในกระทรวงของเขา กำลังวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ด้วยราคา 3-5 ล้านบาท
รัฐมนตรีคนนี้มีชื่อว่า ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำพูดของเขาทำให้ผมต้องเข้าเวบ เพราะอยากรู้ว่า รมต. คนนี้หน้าตาเป็นเช่นใด จึงพูดได้ตรงใจประชาชนเช่นนี้
คุณปรีชา ระบุว่าการที่ข้าราชการบางคนของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กำลังวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ก็เพราะหวังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากงบประมาณปลูกป่า ปีละ 2,000 ล้านบาท
ผมคิดว่า การบริหารงานที่ดีย่อมเริ่มด้วยการระบุประเด็นปัญหาได้ถูกต้อง หรือ “ยอมรับ” เสียก่อน ว่าอะไรคือปัญหาสำคัญในหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบ เพื่อจะได้แสวงหาทางเลือกในการแก้ไข และตัดสินใจเลือกวิธีการที่คิดว่าดีที่สุด ในการแก้ปัญหา แต่ถ้าระบุประเด็นปัญหาผิดตั้งแต่เริ่มต้นเสียแล้ว วิธีการใดๆในการแก้ปัญหา ก็ย่อมไร้ผลและสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ
ที่เสียหายไม่น้อยไปกว่ากัน ก็คือการ “ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา” เพราะนั่นย่อมหมายถึง การละเลยปล่อยให้ปัญหาขยายวงใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
การที่คุณปรีชา “ยอมรับว่ามีปัญหา” ดังกล่าวในกระทรวงฯ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะถ้ากระทรวงฯ มีข้าราชการที่เห็นงบประมาณ 2,000 ล้านบาท แล้วก็วิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ในราคาสูงถึง 3-5 ล้านบาท ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก
ความเสียหายที่จะตามมานั้น ไม่ใช่เพียงเงินภาษีที่จะถูกยักยอกออกไป มากกว่า 3-5 ล้านบาท เท่านั้น แต่เมื่อแต่งตั้งโยกย้ายคนไม่ดีให้ไปไม่บริหารงาน พวกเขาก็จะสร้างวัฒนธรรมที่ไม่โปร่งใส ให้เกิดขึ้นในหน่วยงานนั้นมากยิ่งขึ้น และสืบทอดเผ่าพันธุ์กันต่อไป จนเกิดความเสียหายต่อเนื่องทวีคูณแก่หน่วยงาน และสังคมส่วนรวม
ข้าราชการที่วิ่งเต้นซื้อตำแหน่งนั้น ต้องถือว่าทำบาปต่อประชาชน ขณะเดียวกัน “ผู้สนองตอบ”นับตั้งแต่คนกลั่นกรองจนถึงคนอนุมัติ ถ้าหากเห็นแก่ผลประโยชน์จากเงินที่ข้าราชการนำเสนอให้ โดยรู้อยู่แก่ใจว่าคนๆนั้น ย่อมจะไปหาผลประโยชน์กลับคืนจากตำแหน่งที่ได้ไป แต่ก็ยังยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือมโนธรรม ก็ต้องถือว่าเขาได้ทำบาปต่อประชาชน เช่นกัน
เงินภาษีของประชาชน ที่รัฐบาลกำลังจะนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนส่วนรวม แต่กลับมายักยอกหาประโยชน์ส่วนตนเช่นนี้ ผู้ร่วมกระทำความผิด สมควรอย่างยิ่ง ที่จะได้รับผลอย่างสมแก่บาป ที่ได้ทำไว้ต่อประชาชน
ผมอยากให้รัฐมนตรีอีกหลายๆคน ออกมาประกาศยอมรับ แบบเดียวกับคุณปรีชาบ้าง เพราะการพูดเช่นนั้น นอกจากเป็นการยอมรับว่าปัญหามีจริง จะได้ช่วยกันแก้ไขแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าคนพูดน่าจะไม่ได้มีเอี่ยว หรือมีบาดแผลด้วย เพราะถ้ามีแผล ก็ไม่น่าจะกล้าพูดถึงขนาดนี้ เดี๋ยวลูกน้องจะหัวเราะเยาะกันไปทั่ว (แถมรำพึงกันให้แซดว่า....กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง......?)
ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารัฐมนตรีปรีชา จะดำเนินการได้จริงจัง และหาคนผิดมาลงโทษได้สมราคาพูดสักเพียงไหน แต่ก็เอาใจช่วยจนตัวโก่งคำพูดที่ออกมาตรงๆ อย่างนี้ (เท่าที่ผมจำได้) ก็ไม่เคยได้ยินจากปากรัฐมนตรีคนใดมาก่อน แต่ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะได้เห็นผลพวงอะไรตามมาจริงจังหรือไม่ เพราะติดตามข่าวมาเกือบสามสัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่เห็นมีอะไรในกอไผ่
ที่ผิดไปจากความคาดหมายของผมอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในขณะที่ผมเองรู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดและท่าทีของคุณปรีชาอย่างมาก เพราะวันนี้สังคมเริ่มเห็นรัฐมนตรีที่กล้าออกมาประกาศกวาดล้างการซื้อตำแหน่งแล้ว แต่คำพูดของคุณปรีชากลับได้พื้นที่ข่าวและความสนใจจากสื่อหรือองค์กรต่างๆ ไม่มากนัก ไม่มีใครติดตามเรื่องนี้ต่อ หรือนำไปตีฆ้องร้องป่าว เพื่อขยายผลให้เห็นเลย
ผมยังคงหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จะกระชากหน้ากาก ของ คนซื้อ กับคนขาย เพื่อเผยโฉมหน้าออกมาให้สังคมได้เห็นกันอย่างจะจะ สักครั้ง ขอย้ำกับ รมต. ปรีชาว่า ยังรออยู่นะครับ เพราะลำพังคำขู่ที่ท่านได้ประกาศไว้นั้น ยังไม่เพียงพอ
เพราะคำพูดของคุณปรีชานั้น นอกจากยอมรับว่ามีการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งจริงๆ แล้ว ขณะนี้เขาก็ทำได้เพียง “แช่ง” ไว้ก่อนเท่านั้นเอง เขาแช่งไว้อย่างดุเดือดว่า “...ใครวิ่งเต้น เสียเงินซื้อตำแหน่ง ขอให้ฉิบหาย นั่งเฮลิคอปเตอร์ ก็ขอให้เฮลิคอปเตอร์ตก นั่งเครื่องบิน ก็ขอให้เครื่องตก นั่งรถก็ขอให้รถชน ขอให้ฉิบหายทั้งผู้ให้และผู้รับ......”
ที่รัฐมนตรีแช่งไว้นั้น ก็สะใจดีอยู่หรอก แต่บางตอนมันหวาดเสียวมากเลยนะครับ อย่างเช่นบอกว่า“ขึ้นเครื่องบิน ก็ขอให้เครื่องบินตก”แบบนี้เดือดร้อนต่อชีวิตบริสุทธิ์ ของผู้โดยสารคนอื่นๆ อีกนับร้อยเลยนะครับ
ถ้าหากคุณปรีชายังไม่เปลี่ยนคำแช่งบางตอน และยังจับข้าราชการที่ร่วมขบวนการซื้อตำแหน่งไม่ได้ ต่อไปใครที่จะขึ้นเครื่องบินพาณิชย์คงจะวิตกกังวลไปตามๆกัน และอาจจะต้องตรวจสอบก่อนการเดินทางว่า เครื่องบินลำที่จะโดยสารนั้น มีข้าราชการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้โดยสารร่วมอยู่ด้วยหรือไม่

ถ้าหากมีสงสัยจะต้องร้องเพลง..... “ถอยดีกว่า” นะครับ