วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลวัตและอนาคตของอาเซม

การประชุมกรอบเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting) หรือที่รู้จักกันในนาม “อาเซม” (ASEM) ครั้งล่าสุด ครั้งที่ 9 จัดที่กรุงเวียนเทียน ประเทศลาว

เมื่อปลายปีที่แล้ว (พ.ศ. 2555) อาเซมเป็นการประชุมสุดยอดระดับผู้นำจากภูมิภาคเอเชียและยุโรปที่จัดขึ้นเป็นประจำ 2 ปีต่อครั้ง เพื่อเป็นเวทีให้ผู้นำได้พบหารือเรื่องการเดินหน้าและสร้างความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์เอเชียและยุโรป ภายใต้หัวข้อ “มิตรภาพเพื่อสันติภาพ และความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความเจริญรุ่งเรือง”

ในเวทีดังกล่าวผู้นำเอเชียและยุโรปได้หารือถึงความร่วมมือในการเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และการลดความตึงเครียดในเวทีโลกในเรื่องต่างๆ อาเซมครั้งที่ 9 ที่ลาวนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 17 ปีของกระบวนการอาเซม ซึ่งอาเซมครั้งแรกไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศเจ้าภาพจัดขึ้นในปี 2539 ที่กรุงเทพฯ นี่เอง

ในช่วง 17 ปีที่ผ่านอาเซมได้ขยายสมาชิกภาพจากเดิม 26 ประเทศ/องค์กร ปัจจุบัน อาเซมมีสมาชิก 51 ประเทศและองค์กร คือ ฝ่ายยุโรป ได้แก่ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจำนวน 27 ประเทศ และคณะกรรมาธิการยุโรป ฝ่ายเอเชีย ได้แก่ ประเทศเอเชีย 16 ประเทศ (กลุ่มประเทศเอเซียน และประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้) เลขาธิการอาเซียน รวมทั้ง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย พร้อมด้วยสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมจากการประชุมอาเซมครั้งล่าสุดอีก 3 ประเทศ คือ บังคลาเทศ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ รวมแล้วหากมองอาเซมในภาพรวม ประชากรจากสองภูมิภาคสมาชิกอาเซมคิดเป็นร้อยละ 58 ของประชากรโลก เศรษฐกิจคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP โลก และการดำเนินการค้าคิดเป็นร้อยละ 60 ของการดำเนินการค้าโลก


กระบวนการอาเซมได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับการเปลี่ยนแปลงและการขึ้นลงของสองภูมิภาคเอเชียและยุโรป ไม่ว่าจะเป็นยุคแห่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของเอเชียจนทำให้ศตวรรษที่ 21 เป็น “ศตวรรษของเอเชีย” ยุคที่เอเชียต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 หรือยุคปัจจุบันที่ยุโรปเองกำลังประสบกับวิกฤติการเงิน

อาเซมมักถูกมองว่าเป็นเพียงเวที “Talk Shop” ของผู้นำ และไม่ค่อยได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่อย่างไรก็ดี เราน่าจะชื่นชม “คุณค่า” ในตัวกระบวนการอาเซมเองที่เป็นเวทีให้สองภูมิภาคใหญ่ของโลกได้มีโอกาสเปิดอกหารือกันมาได้ถึง 17 ปี โดยมีข้อดีที่กระบวนการอาเซมมีความยืดหยุ่นสูงและเปิดโอกาสให้มีการสร้างความร่วมมือและกลไกในกรอบใหม่ๆ ให้ทันกับยุคสมัยและประเด็นที่เปลี่ยนแปลงไป

ต่อคำถามที่ว่า อาเซมจะเดินหน้าไปทิศทางไหน เป็นคำถามที่ทั้งผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการในวงการอาเซมพยายามช่วยกันตอบ ล่าสุด เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 2556 ที่เมือง Yangzhou ประเทศจีน ได้มีการจัดประชุม ASEM Symposium on Towards Peace and Prosperity in Asia and Europe : The Need of A Dynamic ASEM โดยมีจีน ลาว อินเดีย โปแลนด์ และองค์กร ASEF หรือ Asia-Europe Foundation เป็นเจ้าภาพเพื่อหารือแนวทางการเดินหน้าอนาคตและผลักดันพลวัตของกระบวนการอาเซม

ในการประชุมครั้งนี้นอกจากผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการจาก 40 ประเทศเอเชียและยุโรปได้ร่วมกันหารือแบบเปิดอกเกี่ยวกับความสำเร็จและจุดอ่อนของกระบวนการอาเซมในช่วงกว่า 17 ปีที่ผ่านมา และพยายามหาแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ เดินหน้าอนาคตของกระบวนการอาเซม โดยจะนำเสนอข้อเสนอแนะที่ใช้ชื่อว่า Yangzhou Initiative ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซมในเดือนพฤศจิกายนปีนี้เพื่อพิจารณาต่อไป

ในบทความบทสัมภาษณ์เอกอัครราชทูต Zhang Xiaokang ผู้รับผิดชอบกิจกรรมด้านอาเซมของประเทศจีนโดยคุณ Shada Islam นักข่าวและผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอเชียและยุโรปประจำกรุงบรัสเซลส์เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงอนาคตอาเซมไว้อย่างน่าสนใจว่า “เอเชียต้องการประสบการณ์และเทคโนโลยีจากยุโรป” และ “ยุโรปต้องการการเจริญเติบโตและความเฉลียวฉลาดจากเอเชีย” ดังนั้น บทบาทของอาเซมคือ “การนำการข้อดีของสองภูมิภาคเอเชียและยุโรปมาแปลงให้เกิดผลเชิงรูปธรรมผ่านพลวัตของกระบวนการอาเซม”

ยังมีอีกหลายคำถามที่ยังรอการตอบเกี่ยวกับการกำหนดอนาคตอาเซม เพื่อผลักดันพลวัตด้านเศรษฐกิจ กรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่ใช้อยู่เพียงพอไหมและจะพัฒนาได้อย่างไร ประเทศสมาชิกอาเซมสนใจการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟ ที เอ ระหว่างกันหรือไม่ และเพื่อส่งเสริมการบริหารงานและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกอาเซม อาเซมต้องการมีคณะเลขาธิการ (Secretariat) หรือไม่ และที่สำคัญประเทศสมาชิกอาเซมจะร่วมกัน “ลงขัน” จ่ายเงินเพื่อสนับสนุนกระบวนการอาเซมได้อย่างเท่าเทียมกันอย่างไร

ที่สำคัญ สมาชิกอาเซมจากสองภูมิภาคเอเชียและยุโรป รวมทั้งคณะกรรมาธิการยุโรปเองที่มีสมาชิกภาพอาเซมเป็นของตนเอง (เพิ่มเติมสมาชิกภาพของประเทศสมาชิกอียู 27 ประเทศ) คงต้องทบทวนทิศทางยุทธศาสตร์ของตนดูว่าจะใช้ประโยชน์จากกระบวนการอาเซมให้ได้มากที่สุดได้อย่างไร โดยมิให้ซ้ำซ้อน และควรเป็นการสร้างเครือข่ายและความเชื่อมโยงกับกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคอื่นๆ อาทิเช่น ความร่วมมือในกรอบอาเซียน และความสัมพันธ์อาเซียนกับสหภาพยุโรป

สำหรับยุโรป อาเซมมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเวทีเดียวที่ไม่มียักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ นั่งอยู่ด้วย แต่ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเองดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกระบวนการอาเซมเท่าที่ควร แม้จะสนับสนุนด้านการเงินอยู่นับหลายล้านยูโรต่อปีสำหรับการดำเนินโครงการต่างๆ ในกรอบอาเซม ในยุควิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ฝ่ายยุโรปได้ใช้อาเซมเป็นเวทีในการเรียกความมั่นใจของฝ่ายเอเชียเกี่ยวกับมาตรการของยุโรปในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ แก้ไขความตึงเครียดของตลาดการเงิน และการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในยุโรป แต่สหภาพยุโรปก็ยังไม่มีธงในการกำหนดอนาคตของอาเซมที่ตนต้องการอย่างชัดเจนและในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย ยังคงใช้ประโยชน์จากกระบวนการอาเซมได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนด้านสังคมและวัฒนธรรม รวมทั้ง ประเด็นใหม่ๆ อาทิเช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศความมั่นคงทางพลังงานและอาหารซึ่งอาเซมก็ได้รวมประเด็นใหม่ๆ เหล่านี้ไว้เป็นประเด็นการหารือนอกจากนั้น ควรส่งเสริมให้อาเซมเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มภาคธุรกิจ เยาวชนและนักเรียนนักศึกษา ที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนแบบ people-to-people ในหมู่สมาชิกอาเซมได้

ที่น่านับตาก็คือ การประชุมอาเซมครั้งต่อไป ครั้งที่ 10 จะมีสหภาพยุโรปเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของยุโรป ปีหน้า (2557) คงต้องคอยติดตามบทบาทของสองภูมิภาคเอเชียและยุโรปในกระบวนการเอเซมกันต่อไป โดยเฉพาะบทบาทของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นผู้ผลักดันและสนับสนุนกระบวนการอาเซมมาตั้งแต่เริ่มต้น ว่าจะอยากเห็นอาเซมและความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรปก้าวไปทิศทางไหน

อนาคตของกระบวนการอาเซมอยู่ในช่วงหัวเลี้ยว หลังจากการเดินหน้าความร่วมมือมาเกือบ 20 ปี คงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องคิดทบทวนถึงบทบาท ความสำคัญ และประโยชน์ของอาเซมจากการเป็นสมาชิกภาพของประเทศตน แต่ที่แน่ๆ กระบวนการอาเซมนั้นเปิดกว้าง ยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวไปตามบทบาทและประเด็นใหม่ๆ ที่สมาชิกทั้ง 51 ประเทศและองค์กรต้องการนำพาอาเซมไป

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอาเซมดูที่เว็บไซต์ www.asef.org และ www.aseminfoboard.org

ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรปสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรป www.access-europe.eu หรือติดตามได้ที่ www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd